กนก ชี้ศึกษาเน้นท่องจำ สนับสนุนปฏิรูปเพื่อพัฒนาคิดวิเคราะห์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔

กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายสนับสนุนญัตติการยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยชี้ว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ใช่ทางออกแต่กลับเป็นต้นเหตุของปัญหา พร้อมขอพูดแทนเสียงนักเรียนทั้งประเทศ เน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาสังคมอย่างความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำ และความยากจนของเกษตรกร ทั้งเรียกร้องให้เลิกเน้นการท่องจำและเปลี่ยนวิธีสอนไปสู่การส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ มีเหตุผล และจิตสำนึกต่อส่วนรวม โดยวางนักเรียนเป็นศูนย์กลางและผลักดันการพัฒนาครูเพื่อให้การเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในชั้นเรียน

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติ ๙ ญัตติเพื่อที่จะยกระดับ คุณภาพการศึกษา ขออนุญาตท่านประธานที่จะพูดแทนนักเรียนทั้งประเทศครับ ท่านประธานครับ ญัตติ ๙ ญัตติที่เรานำเสนอต่อสภาวันนี้ สำหรับนักเรียนแล้วคือการที่บอก ว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้เป็นทางออกหรือไม่ได้เป็นคำตอบของปัญหาคุณภาพการศึกษา ตรงกันข้ามกระทรวงศึกษาธิการกลับเป็นตัวปัญหาของการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาครับ ท่านประธาน นี่คือความรู้สึกของนักเรียน ผมขออนุญาตที่จะอธิบายเหตุผลประกอบความคิด อันนี้ของนักเรียนครับ

ในประการที่ ๑ ครับท่านประธาน โจทย์ปัญหาของประเทศของเราที่เกิดขึ้น วันนี้ที่การศึกษาจะต้องตอบโจทย์ให้ได้ ประการแรกครับท่านประธาน คือความแตกแยก ขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา วันนี้สังคมของเรา ความแตกต่างคือศัตรูครับ และนี่คือ ปัญหาและอันตรายต่ออนาคตของชาติและบ้านเมืองของเราครับท่านประธาน เรามาถึงจุด ที่ว่าความคิดต่างคือศัตรู การกระทำที่แตกต่างคือศัตรู นั่นหมายความว่าการปฏิรูปการศึกษา ที่ไม่สามารถทำให้เกิดการเคารพและยอมรับความแตกต่างระหว่างกันได้ไม่ใช่การปฏิรูป ที่แท้จริงครับท่านประธาน ตัวอย่างโจทย์ปัญหาข้อที่ ๒ คือความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผูกขาด ของทุนใหญ่ เกิดขึ้นได้อย่างไรครับในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมาครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ได้สร้าง ปัญหามากมายให้กับบ้านเมืองของเรา นั่นก็หมายความว่าการปฏิรูปการศึกษาที่ไม่สามารถ แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและการผูกขาดได้ไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงครับ ท่านประธาน ตัวอย่างโจทย์ปัญหาใหญ่ข้อที่ ๓ ของประเทศ ทำไมเกษตรกรจึงยังคงยากจน อยู่ทุกวันนี้ เป็นหนี้มาตลอดชีวิตของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตลอด ๒๐ ปีที่ผ่านมา หนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัด นั่นก็หมายความว่าคำถามที่เกิดขึ้น คือการปฏิรูปการศึกษา ที่ไม่สามารถแก้ไขความยากจนได้จึงไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงครับท่านประธาน เมื่อคิดอย่างนี้ มองเห็นภาพอย่างนี้ คำถามก็คือว่าการศึกษาจะสร้างนักเรียน จะสร้าง นักศึกษา จนถึงจะสร้างบัณฑิตให้มีความรู้ ให้มีทักษะ จนกระทั่งถึงให้มีทัศนคติและความคิด ที่จะแก้โจทย์ปัญหา ๓ ข้อนี้ที่ผมได้กล่าวไปแล้วได้อย่างไรครับท่านประธาน และนี่คือโจทย์ ของการปฏิรูปการศึกษาที่คณะกรรมาธิการวิสามัญหรือคณะกรรมาธิการสามัญก็ตามจะต้อง ตอบโจทย์นี้ ถ้าเรามาไม่ถึงโจทย์นี้อันนั้นไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงครับท่านประธาน

ประการที่ ๒ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นภาพว่าทำไม กระทรวงศึกษาธิการจึงเป็นตัวปัญหาครับท่านประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่ ๑ ครับ ท่านประธาน ท่านประธานกรุณาตั้งใจฟังผมหน่อยนะครับ ๑ บวก ๕ เท่ากับ ๖ ใช่ไหมครับ ท่านประธาน ๕ บวก ๑ เท่ากับ ๖ ใช่ไหมครับท่านประธาน ผมถามว่า ๑ บวก ๕ กับ ๕ บวก ๑ เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรครับท่านประธาน ๑ บวก ๕ หมายความว่า ๑ เป็นฐานแล้วนำ ๕ ไปรวม ส่วน ๕ บวก ๑ หมายความว่า ๕ เป็นฐานแล้วเอา ๑ เข้าไปรวม ๑ คือการเคลื่อนที่ในโจทย์ข้อที่ ๒ ครับ เมื่อเป็นอย่างนี้วิธีการคิดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ครับท่านประธาน ตัวอย่างที่ ๒ ครับท่านประธาน เพื่อให้เห็นภาพชัด ๒ คูณ ๓ เท่ากับ ๖ นะครับ แล้วก็ ๓ คูณ ๒ ก็เท่ากับ ๖ เช่นเดียวกันครับท่านประธาน ถ้าคิดง่าย ๆ ๒ ข้อนี้ เหมือนกันครับท่านประธาน แต่ความจริงไม่เหมือนกันครับท่านประธาน ๒ คูณ ๓ เท่ากับ ๒ บวก ๒ บวก ๒ ครับท่านประธาน ส่วน ๓ คูณ ๒ เท่ากับ ๓ บวก ๓ ครับท่านประธาน นั่นหมายความว่า ๒ คูณ ๓ ๒ คือฐานครับท่านประธาน ๒ คือฐานคือหน่วยของการบวกกัน ๓ ครั้ง ส่วน ๓ คูณ ๒ ฐานคือ ๓ ครับท่านประธาน แล้วก็บวกกัน ๒ ครั้งครับท่านประธาน นี่คือวิธีการคิดเบื้องต้น ซึ่งนักเรียนชั้นประถม ๑ ประถม ๒ ควรจะต้องได้เรียนรู้ แต่วันนี้ ปัญหาทางการศึกษาของเรา ก็คือวิธีคิดแบบนี้ไม่มีการสอนในชั้นเรียนของประเทศไทยครับ ท่านประธาน มีน้อยมาก นั่นก็หมายความว่าการศึกษาของประเทศไทยที่เราจะปฏิรูปนี้ ถ้าเราไม่สามารถปฏิรูปไปทำให้เกิดวิธีการคิดอย่างที่ผมได้อธิบายกับท่านประธานแล้ว การศึกษาของเราก็มีแต่การท่องจำครับ แล้วก็การศึกษาของเรามีแต่เพียงการคาดการณ์ว่า คำตอบของครูคืออะไร แล้วก็ทำตามสิ่งที่ครูบอกว่าถูกครับท่านประธาน ความสัมพันธ์ ระหว่างครูกับนักเรียนที่ทำให้นักเรียนคิดว่าครูคือผู้ที่ถูกต้องและจะต้องพยายามทำตาม ความคาดหวังของครูเพื่อจะได้คะแนนครับท่านประธาน ตรงนั้นเป็นการสร้างความคิด และวัฒนธรรมต่อการยอมจำนนกับอำนาจท่านประธานครับ และนี่คือปัญหาพื้นฐานของวัฒนธรรมในสังคมไทยที่เอื้อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เอื้อให้เกิดการผูกขาดของทุนใหญ่ เอื้อให้เกิดการคิดว่าถ้าคิดไม่เหมือนครูเธอก็เป็นปัญหา เอื้อที่ทำให้เกิดการคิดว่าความยากจนเป็นความจำนนที่เราต้องยอมรับครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาของวิธีการสอนของครูทั้งสิ้น นั่นก็หมายความว่าถ้าครูไม่มีวิธีการสอน เพื่อให้นักเรียนคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น และเชื่อมั่นในกระบวนการคิดของตนเองครับ ท่านประธาน ตรงนั้นเป็นปัญหาของประเทศ เป็นปัญหาของการศึกษาโดยเฉพาะครับ ท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับท่านประธาน การแก้ไขปัญหาการศึกษาในญัตติ ทั้ง ๙ นี้ ผมจึงขออนุญาตตั้งความหวังไว้ ๒ ข้อเพื่อจะฝากไปยังกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ก็คือ

๑. ขอให้เปลี่ยนแปลงวิธีการสอนของครู เพื่อให้นักเรียนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น แก้ปัญหาเป็น แล้วก็มีสำนึกต่อความรับผิดชอบต่อส่วนรวมตามที่ผมได้ยกตัวอย่างไปแล้ว

ประการที่ ๒ ขอให้ฝึกครูให้สามารถที่จะสอนด้วยวิธีการดังกล่าวได้ และที่สำคัญคือกำกับครูในการสอนในชั้นเรียนให้สอนด้วยวิธีการดังกล่าวให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะสรุปเพื่อจะเรียนเป็นประเด็นสุดท้ายว่า การปฏิรูปการศึกษาเราจะต้องปฏิรูปเพื่อให้เกิดประโยชน์กับตัวนักเรียนครับ แล้วก็จะต้องไป ให้ถึงตัวนักเรียนครับ ไม่ใช่ปฏิรูปการศึกษาเพื่อประโยชน์ของครู เพื่อประโยชน์ของผู้บริหาร กระทรวง หรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ใช่นักเรียน อันนั้นไม่ใช่การปฏิรูปการศึกษาครับ ท่านประธาน และที่สำคัญการปฏิรูปการศึกษาจะต้องไปให้ถึงชั้นเรียนที่มีนักเรียนครับ ท่านประธาน ถ้าเราทำอย่างนี้ไม่ได้ข้อกล่าวหาที่นักเรียนบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่ทางออกของปัญหาการศึกษา แต่กลับเป็นตัวปัญหาของการศึกษา ก็จะเป็นการยืนยันว่า มันเป็นจริงเช่นนั้นจริง ๆ ครับ ผมหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขและข้อกล่าวนี้ ก็จะหมดไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ