โกวิทย์ หารือปฏิรูปการศึกษา เน้นพลเมืองดี-เชื่อมโยงตลาดแรงงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔

โกวิทย์ พวงงาม หารือการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ในสองมิติ ได้แก่ การสร้างพลเมืองที่ดีผ่านการปลูกฝังคุณธรรมโดยอ้างอิงตัวอย่างโครงการแซมาอึล อุนดงของเกาหลีใต้ และการปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมการศึกษาอาชีวะผ่านความร่วมมือแบบไตรภาคีระหว่างสถานศึกษา ผู้ประกอบการ และผู้เรียน เพื่อยกระดับทักษะฝีมือ เปลี่ยนทัศนคติ และสร้างโอกาสทางอาชีพที่มั่นคง พร้อมเรียกร้องให้กรรมาธิการพิจารณาปัญหาคุณภาพการศึกษาที่ต่ำ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ในระดับประเทศ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตติ ที่สำคัญเกี่ยวกับการศึกษา ถือว่าเป็นเรื่องของชาติทีเดียวก็ว่าได้ โดยสรุปแล้วทั้ง ๖-๗ ญัตติ ที่เสนอมาวันนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าจะมี ๒ ประเด็นใหญ่ที่ต้องให้กรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้น หรือส่งไปกรรมาธิการที่สามัญได้พิจารณานั้น ๒ เรื่องใหญ่

เรื่องที่ ๑ ก็คือว่าเราจะทำอย่างไรที่จะต้องพัฒนาคุณภาพหรือศักยภาพ คนไทยให้มีความเป็นพลเมือง โดยผ่านกระบวนการศึกษา อันนี้ก็คือเพื่อรองรับการปฏิรูป ประเทศในอนาคต

ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็คือการปฏิรูปการศึกษาเพื่อจะตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ซึ่งเราพูดกันในเรื่องของการเรียน การสอน การปฏิรูปอาชีวศึกษา เพื่อไปตอบสนอง ตลาดแรงงาน อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญทั้ง ๒ เรื่อง

ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้การศึกษาเป็นตัวเดินเรื่องในการสร้าง ทรัพยากรมนุษย์ของชาติ ผมจึงเห็นว่าทั้ง ๒ ประเด็นจึงมีความสำคัญ ทีนี้ข้อเสนอ ของผมที่อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นสัก ๓ ประเด็น

ในประเด็นที่ ๑ ผมเข้าใจว่าในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เราก็ยังพูดถึง คุณภาพของการศึกษาไทย คุณภาพของการศึกษาไทยมีสัก ๔ ประเด็นที่จะต้องไปพิจารณา เช่น เราพูดถึงความแตกต่างของคุณภาพการศึกษา และพูดถึงความเหลื่อมล้ำในโอกาส ทางการศึกษา และพูดถึงความสามารถในเรื่องภาษาอังกฤษ ส่วนในคุณภาพการศึกษา ถ้าย้อนไปดูเรื่องโอเน็ต (O-NET) คะแนนโอเน็ต (O-NET) เราก็ยังไม่กระเตื้อง อยู่ที่ร้อยละ ๕๐ เกือบทุกวิชา ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์อยู่ ในเรื่องพิซา (PISA) ก็ดี ก็เห็นว่าคะแนนพิซา (PISA) เราคงที่ อยู่ที่ ๔๐๐ จากประเทศอื่น ๆ ไต่บันไดไปที่ ๕๐๐ เป็นต้น นี่คือประเด็นที่ ๑

ในประเด็นที่ ๒ ผมเข้าใจว่าในการสร้างพลเมืองของชาติให้มีคุณภาพก็เป็น เรื่องใหญ่ที่สมาชิกได้เสนอญัตติเข้ามา ผมยกตัวอย่างในบางประเทศที่เขาสร้างพลเมืองได้ เพื่อทำให้พลเมืองของเขานั้นมีวินัยของคนในชาติก็ดี มีการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกันก็ดี มีความรู้สึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และมีความอดทนให้รู้จักจัดการตนเองได้ เป็นต้น ผมเคยไปดูงานที่โครงการแซมาอึล อุนดง (Saemaul Undong) ของเกาหลีใต้ ซึ่งจะยกตัวอย่างเพื่อเป็นประโยชน์กับกรรมาธิการไว้ เขาพยายามสร้างเกาหลีเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว และทำให้เกาหลีเติบโตทุกวันนี้เพราะสร้างคน สร้างการศึกษาของชาติ และสร้างพลเมือง ด้วยการวางเป้าหมาย ๔ เรื่องใหญ่ในการสร้างพลเมือง เช่น ทำให้คนเกาหลีมีความขยัน ทำให้คนเกาหลีมีความซื่อสัตย์ ทำให้คนเกาหลีมีความรักความก้าวหน้า และมีความอดทน ประหยัด อดออม เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือกระบวนการสร้างพลเมืองที่ต้องคิดกัน

ในประเด็นที่ ๓ ก็คือการสร้างอาชีพที่เกี่ยวกับการศึกษาของอาชีวะที่รองรับ ตลาดแรงงาน นั่นก็คือสิ่งสำคัญที่เราพูดกันในวันนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องของอาชีวะเป็นเรื่องใหญ่ ที่มีมานาน แล้วหลายคนเพื่อนสมาชิกพูดเรื่องความเชื่อ เรื่องทัศนคติ และเรื่องค่านิยม ที่เกี่ยวข้องกับอาชีวะ เราจะปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้ปกครอง เด็กนักเรียน หรือการประชาสัมพันธ์ หรือการสร้างแรงจูงใจให้เรียนอาชีวะมากขึ้นได้อย่างไร นั่นก็คือการทำให้อาชีวะคือการสร้าง อาชีพของคนที่จะเรียน ผมว่านั่นคือการตอบโจทย์ให้เขามีความหวัง สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า ต้องทำซึ่งในญัตติบางญัตติก็พูดเรื่องทำเป็นไตรภาคีในการจัดการศึกษาและกระบวนการ ศึกษาของอาชีวะผมเห็นด้วย ผมเห็นว่าประเทศหนึ่งที่ท่านสมาชิกได้ยกตัวอย่างของเยอรมนี ผมคิดว่าเขาทำสำเร็จเพราะว่าเขาเน้นกระบวนการเรียนที่เน้นทักษะมากกว่าการเรียน การสอนที่ไม่ได้ฝึกทักษะอาชีพ แล้วก็ไปผูกมิติสัมพันธ์กับภาคีที่เรียกว่าผู้ประกอบการ หรือโรงงาน หรือแหล่งที่เด็กจะต้องฝึกงาน ฝึกทักษะ อย่างมีทักษะที่ทำให้เขาประกอบ อาชีพได้ รวมถึงทำให้ผู้เรียนเอง เพราะฉะนั้นไตรภาคีระหว่างวิทยาลัยเทคนิครวมถึง ผู้ประกอบการและผู้เรียนจะต้องมีความสัมพันธ์กัน สิ่งเหล่านี้คือเขาทำสำเร็จ เพราะว่าเด็ก ที่ไปฝึกงาน ไปฝึกงานที่โรงงาน ไปฝึกงานที่ผู้ประกอบการ และเห็นฝีมือของเด็กแล้วก็รับเด็ก เข้าทำงานเลย ซึ่งประเทศไทยต้องทำแบบนี้ ผมเรียนว่ากรรมาธิการจะต้องกลับไปคิดว่า เราจะทำให้อาชีวะได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการแล้วเด็กที่มีทักษะฝีมือเขาได้มีชีวิตที่ดี ในการทำงานได้เลยไม่ตกงาน เพราะฉะนั้นเรียนอาชีวะได้อาชีพไม่ตกงาน และสร้างคุณภาพชีวิต ที่ดีได้ นี่คือสิ่งที่ในประเด็นที่ผมเสนอไว้ อย่างไรก็ตามในการจัดกระบวนการในประเด็นที่ ๑ เรื่องของการสร้างการศึกษาเพื่อสร้างคน สร้างพลเมือง และสร้างทรัพยากรมนุษย์นั้น ผมคิดว่า ต้องคิดให้หลายระบบ อาจจะเป็นระบบให้ท้องถิ่นทำบ้างได้ไหม ให้เอกชนที่มีความรู้ ความสามารถทำได้ไหม และกระบวนการเรียนต้องปรับใหม่ไหม รวมทั้งอาชีวะที่ผมเสนอ เมื่อสักครู่ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเราอาจจะต้องไปดูกรรมาธิการ ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อจะทำให้มีความลึกซึ้งในประเด็นที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ก็ขอขอบคุณญัตติทุกญัตติเพื่อทำให้การศึกษาเพื่อเป็นการสร้างชาติเพื่ออนาคตของชาติต่อไป ด้วยความเคารพท่านประธาน ขอบคุณครับ