สมชาย ฝั่งชลจิตร หารือปัญหาการศึกษาสายอาชีวะที่ยังขาดการพัฒนาทั้งในด้านหลักสูตร ครูผู้สอน อุปกรณ์การเรียน และการรับรู้ของสังคมที่ดูถูกแรงงาน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงข้อจำกัดของกฎหมายและโครงสร้างการบริหารตาม พ.ร.บ. การอาชีวศึกษา ปี 2551 เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางปฏิรูปการเรียนการสอนให้ทันต่อเทคโนโลยีและอนาคตของแรงงาน เน้นการผลิตแรงงานคุณภาพ เปลี่ยนแปลงแนวคิดจากแรงงานราคาถูกไปสู่ระบบการศึกษาที่ยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้เลิกคิดแบบอำนาจนิยมเพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุที่ผมได้ยื่นญัตติเพื่อขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการพัฒนาและส่งเสริม การเรียนการสอนสายอาชีวะ ก็เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ผมเป็นคณะกรรมการพัฒนาระบบ ของสถาบันอาชีวะภาคใต้หนึ่งมาเป็นเวลาหนึ่ง แล้วก็ร่วมประชุมจนกระทั่งว่าสามารถ มองเห็นปัญหาซึ่งอาจจะไม่หมด แต่ว่าก็มีปัญหาที่จะต้องนำมากล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร และเห็นควรว่าให้สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องนี้ สิ่งที่มันเป็นปัญหาที่เราพูดว่าเยาวชนไม่ค่อย เข้าเรียนหนังสือหรือเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาอาชีวะนี่ สิ่งหนึ่งที่เราต้องปลดความรู้สึก นั่นก็คือกรอบแนวคิดที่สังคมไทยครอบมาอยู่ตลอดว่าเรียนไปต้องเป็นเจ้าคนนายคน เรียนอาชีวะคือการใช้แรงงาน นี่สังคมไทยมีลักษณะของการดูถูกคนที่ทำงานด้านแรงงาน มาตลอด เพราะฉะนั้นจึงเป็นลักษณะไม่ค่อยภาคภูมิใจ แต่ความจริงความเป็นมนุษย์ หรือความเป็นพลเมืองของประเทศ สิ่งหนึ่งที่สำคัญนั้นก็คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และที่สำคัญ ก็คือเราต้องสำนึกความเป็นพลเมืองก็คือเราเป็นเจ้าของชาติด้วย ไม่ใช่เป็นผู้ตามอย่างเดียว ไม่ใช่เป็นผู้ตามที่เขาว่าอย่างเดียว เพราะฉะนั้นในการศึกษาสายอาชีวะนี่ โลก ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าชีวิตผมชอบอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือชอบดูหนังประเภทวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโต ปัจจุบันนี้ก็ยังชอบดูหนังแบบสตาร์ วอร์ (Star Wars) และหนังสือ แบบไซไฟ (Sci-Fi) ก็คือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีและพัฒนา ทางด้านวิทยาศาสตร์ เราก็เห็นกันมาตลอดว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ผมจำได้ว่า ในปี ๒๕๓๕ ผมพกแพ็กลิ้งก์ (Pack Link) เพื่อที่จะให้พรรคพวกได้ตามตัวได้ด้วยการส่ง อักษร แล้วก็มีโทรศัพท์มือถืออยู่ซึ่งมันต้องใช้การกดตัวเลข แต่วันที่ผมฟังสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) พูดว่า ๕ ปีข้างหน้าผมจะทำโทรศัพท์ที่ไม่มีมือถือไม่มีตัวเลขกด ผมรอวัน เวลานั้นมาจนซื้อเครื่องโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ ๒ ก็แบบสมาร์ต (Smart) โทรศัพท์นี่ละครับ นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เห็นในวิถีชีวิตของเรา วัน เวลาที่พรรคอนาคตใหม่ประกาศว่า เราจะต้องเป็นอุตสาหกรรมรถไฟให้ได้ในประเทศไทย วันนั้นเราฝันถึงการพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าจะต้องทำอย่างไร หาคนที่มีความสามารถและเป็นผู้ชำนาญการในเรื่องการพัฒนา อุตสาหกรรมรถไฟ เพราะเราเห็นรูปแบบของรถไฟความเร็วสูงที่มีความฝันมาตั้งแต่ยุคสมัย ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วก็ถูกคำพิพากษาให้ไปทำถนนลูกรังเสียก่อน ในเบื้องลึกของสิ่งเหล่านั้นมันคือการพัฒนาฝีมือแรงงานผ่านอาชีวศึกษานะครับ วันนี้ เรากำลังเห็นภาพไฮเพอร์ลูป (Hyperloop) มาอีกแล้ว ในขณะเดียวกันถ้าเราไปดูใน อินเทอร์เน็ต (Internet) เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา เราบอกว่าสงครามอนาคตข้างหน้ามันไม่ได้ รบกันด้วยคน มันกำลังใช้โดรน (Drone) ที่จะไปยิงใส่กัน มันมีตัวอย่างให้เห็นในการที่ ประเทศสหรัฐอเมริกาส่งโดรน (Drone) ไปฆ่าผู้บัญชาการทหารของประเทศอิหร่านให้เห็นแล้ว มองย้อนกลับมาสิครับว่าในสังคมเราต้องการองค์ความรู้อะไร ฝีมืออะไรที่จะไปพัฒนาสิ่ง เหล่านั้นให้ตอบสนองต่อความต้องการของอนาคตข้างหน้า เราไม่กล้าฝัน เราจึงหยุด อยู่กับช่างก็ช่างไม่ถึงก็ช่างแบบรถไฟไทยปัจจุบันนี่ละ เพราะเราไม่กล้าฝันว่าเราจะพาอนาคต ข้างหน้าไปอย่างไร และในอนาคตเหล่านั้นมันต้องมีแรงงานอยู่ และแรงงานต้องมีฝีมือ ที่มีองค์ความรู้ สถาบันอาชีวศึกษาที่กำลังมีอยู่ในวันนี้ ไปดูสิครับ องค์ความรู้ ครูผู้สอน มีความมั่นใจขนาดไหนว่าจะผลิตบุคลากรออกมาป้อนแรงงานหรือระบบแรงงาน ในอนาคต ๑๐ ปีข้างหน้าได้หรือไม่ เราเห็นภาพรถไฟ เราเห็นภาพรถไฟฟ้า ในขณะที่อุปกรณ์ที่ใช้การเรียนการสอนยังเป็นรถลูกสูบอยู่เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วในวิทยาลัยเทคนิค ช่างยนต์ เราต้องการองค์ความรู้ทางด้านแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะมาพัฒนาฝีมือในอนาคตข้างหน้า สถาบันอาชีวศึกษาทั้งหลายวันนี้เตรียมพร้อมอุปกรณ์และครูเหล่านี้แล้วหรือยัง ผมจึงบอกว่า พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา เมื่อปี ๒๕๕๑ ที่ตั้งมามันก็กั๊ก ๆ ลักลั่น ไม่ได้ลงไปสู่ โครงสร้างในการปฏิบัติจริง ๆ และเป็นปัญหาอุปสรรคในเชิงกฎหมายและเชิงบริหารด้วย ถามว่าทำไม ตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ กำหนดให้มีสถาบันการศึกษา ซึ่งสามารถไปพัฒนาในสถาบันหรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้งหลายให้มีการศึกษาระดับ ปริญญาตรีได้ ก็ปล่อยให้แบบลอย ๆ อยู่อย่างนั้นละครับ แล้วก็มีคณะกรรมการสภา สถาบันอาชีวศึกษาภาคใต้ ๑ ภาคเหนือ ๑ ภาคอีสาน ๑ ก็มีกันอยู่ แต่ก็ไปพลอยที่ หรือไปอาศัยที่อยู่ซึ่งเป็นวิทยาลัยเทคนิคหรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาในแต่ละพื้นที่ของภูมิภาค แล้วก็ใช้วิทยาลัยนั่นละเป็นสถานที่สำหรับรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรี นี่คือสิ่งที่เป็น ปัญหาในเชิงระบบ เอาละครับ ไม่ต้องพูดถึงว่าวันนี้กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ให้ความสนใจ ต่อการศึกษาอาชีวศึกษา เพราะว่าคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๒ ปีแล้วยังไม่ได้ตั้ง นอกจากนั้นในระบบบริหารบุคลากร สถาบันอาชีวศึกษาไม่มีศักยภาพในการบริหารบุคลากร หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แต่กฎหมายหรืออำนาจในกระทรวงไม่ยอมให้มีครูภายใต้ สถาบันการศึกษา วัน เวลาที่ครูหรืออาจารย์ผู้สอนในสถาบันหรือวิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคทั้งหลายขอย้ายไป สถาบันการอาชีวศึกษาที่ดำเนินการสอนระดับปริญญาตรี อยู่ในที่นั่นไม่สามารถต้านทานได้ เพราะมันเป็นอำนาจของ ผอ. วิทยาลัย และเป็นเรื่องสิทธิ ของครูที่จะย้ายออกไป เมื่อครูย้ายออกไปอะไรเกิดขึ้นครับ วิทยาลัยอาชีวะ สถาบันอาชีวะ ซึ่งเปิดสอนในระดับปริญญาตรีก็ขาดคุณครูที่จะสอนในวิชานั้นไป วันนี้หลายสถาบันอาชีวะ จึงไม่สามารถเปิดสอนตามความต้องการของตลาดแรงงานหรือความต้องการที่เขาประเมิน มาแล้วว่าสาขานี้เป็นความต้องการของตลาดในระบบธุรกิจ ไม่มีผู้สอนครับ เปิดไม่ได้ เปิดแล้วก็ล้มเหลวเพราะว่าไม่มีครูสอน ต้องหยุดไป นี่คือปัญหาในเชิงโครงสร้างของ การบริหารในสถาบันการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา ที่เราพูดถึงการพยายามที่จะบอกว่า ให้สถาบันการศึกษาระดับสถาบันอาชีวะเป็นภาคใต้ ๑ ภาคใต้ ๒ เป็นผู้รับผิดชอบในการศึกษา ระดับปริญญาตรี จึงจำเป็นครับ จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ หรืออาจจะส่งมอบไป ในคณะกรรมาธิการสามัญก็ได้ในการศึกษาปัญหาในเชิงโครงสร้างของการบริหาร
ทีนี้มาถึงโครงสร้างของทัศนคติและการจินตภาพว่าเราจะกล้าคิดฝัน ไปในอนาคตไหม แน่นอนครับ ความคิดผมอยู่บนพื้นฐานของความเป็นวัตถุนิยม ก็คือ ความเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่นิยมวัตถุนะ แต่เอาความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์หรือความจริง มาพูด ผมพูดถึงสงครามกำลังจะใช้โดรน (Drone) ยิงกัน แต่เรายังคิดถึงเรื่องของการที่จะเพิ่มกำลังอาวุธในกองทัพหรือทหารในกองทัพด้วยคน ซึ่งเงินเหล่านั้นมันควรจะเข้ามาอยู่ในการพัฒนาฝีมือของคนที่จะทำงานเพื่อการพัฒนา ประเทศ คนมันมีทั้งเป็นผู้บริโภค แต่ขณะเดียวกันเขาเป็นผู้ผลิต ทุกคนเป็นผู้บริโภค แล้วก็คือผู้ใช้แรงงานในระบบการผลิต ไม่ว่าจะเป็นผลิตอะไรก็ตาม ทุกคนมีคุณค่าของ ความเป็นมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าเขาจะอยู่ในระบบแรงงานทั้งหลาย แต่วันนี้ระบบแรงงานไทย กำลังถูกกดดันลงว่าประเทศนี้จะต้องผลิตสินค้าที่มีราคาถูก แน่นอนครับ แรงงานต้องถูกด้วย เพราะเราไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าเพื่อเอาเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศ เอาความเชื่อมาควบคุม การพัฒนาประเทศ ผมจึงเสนอญัตตินี้ขึ้นมาก็เพื่อที่บอกว่าสถาบันการศึกษาระดับ อาชีวศึกษาเป็นพื้นฐานของการสร้างกำลังผลิตภาคแรงงานจริง ๆ แต่มันต้องพัฒนาก้าวหน้า ไปยังเทคโนโลยีที่มันกำลังก้าวไปอย่างรวดเร็ว แต่มันจะก้าวความคิดนี้ไปได้มันต้องก้าวข้าม ความคิดแบบอำนาจนิยม แน่นอนครับ ประเทศนี้มันถอยหลัง เพราะมันมีนักเลงใหญ่ พอถึงเวลาไม่ได้ดังใจก็เอาทหารมายึดอำนาจ เพราะฉะนั้นความคิดเหล่านี้มันจึงจำเป็น จะต้องบอกว่า ผมย้อนกลับมาที่การพัฒนาสถาบันอาชีวศึกษา เพราะวันนี้มันเป็นปัญหา ที่เราจะเอาประเทศก้าวไปสู่ข้างหน้าด้วยการพัฒนาให้เท่าทันกับเทคโนโลยี สถานการณ์ โควิด (COVID) เราเห็นแล้วไหมครับว่าพวกพื้นที่ในการขายสินค้ามันมาทางออนไลน์ (Online) สั่งอาหารก็มากับแกร็บ (Grab) กับอโกด้า (Agoda) กับแพนด้า (Panda) แพลตฟอร์ม (Platform) เหล่านี้มันคือสิ่งบอกลางให้เห็นว่าประเทศนี้แนวคิดของ กระทรวงศึกษาธิการและแนวคิดของการบริหารสถาบันการศึกษาด้านอาชีวะนี่มันควร ดิสรัปชัน (Disruption) จริง ๆ ผมก็ฝากท่านประธานว่าผมเสนอญัตตินี้ขึ้นมาก็เพื่อที่จะได้ พูดว่าเราต้องกล้าที่จะก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคและความคิดเก่า ๆ นำประเทศไปสู่การพัฒนา ที่มีพื้นฐานขององค์ความรู้และก้าวให้ทันโดยการกล้าตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า ขอบคุณครับ ท่านประธาน