จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือปัญหาการลดลงของผู้เรียนในสายอาชีวะ ทัศนคติของสังคมที่ไม่ให้คุณค่าเท่าเทียมกับสายสามัญ รวมถึงขวัญกำลังใจของครูที่ส่วนใหญ่เป็นอัตราจ้าง และความล่าช้าในการยกระดับสถาบันอาชีวศึกษา จึงเสนอให้มีการปฏิรูปการศึกษาอย่างเร่งด่วน โดยเน้นการใช้ข้อมูลตลาดแรงงาน สนับสนุนความร่วมมือกับภาคเอกชน การตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทาง และการเติมเต็มนโยบายเพื่อส่งเสริมให้การเรียนสายอาชีวะเทียบเท่าและเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศตามเป้าหมายรัฐบาล
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนและพัฒนาประเทศ ไม่ว่าระบบการศึกษา จะเป็นสายสามัญหรือสายอาชีพ หากได้รับการพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพก็จะเกิดประโยชน์ ต่อการพัฒนาประเทศ อีกทั้งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ มาตรา ๒๕๘ จ. ก็ได้มีการกำหนดในเรื่องการศึกษาไว้ แต่ปัจจุบันการเรียนสายอาชีวศึกษาหรือสายอาชีพมีผู้เรียนจำนวนลดลง ประกอบกับ นโยบายด้านการศึกษาระดับอาชีวศึกษามิได้ถูกกล่าวถึงอย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปการศึกษา ระบบการศึกษายังไม่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียน ไม่สามารถชี้นำผู้เรียนให้เรียนในสาขาวิชาที่ตรงกับความต้องการของประเทศได้ ในขณะที่ ความต้องการแรงงานของสายอาชีพมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม การท่องเที่ยวและการบริการ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าการศึกษาระดับ อาชีวศึกษามีผู้เรียนจำนวนที่ลดลง ทำให้การผลิตบุคลากรสู่ตลาดแรงงานมีจำนวน ไม่เพียงพอ ประกอบกับปัญหาเด็กนักเรียนอาชีวะทะเลาะวิวาทกัน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ผู้ปกครองไม่ต้องการให้บุตรหลานเรียนสายอาชีวะ และการที่ผู้เรียนยังขาดความเข้าใจ ในการเรียนต่อสายอาชีพ และเห็นว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จในสายสามัญมีมากกว่า สายอาชีพ ส่งผลให้ผู้ที่สนใจการเรียนสายอาชีพมีจำนวนลดน้อยลง ฉะนั้นจึงควรที่จะต้องมี การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการแรงงานในแต่ละสาขาอาชีพ แนวโน้มของ ตลาดแรงงานในอนาคตเพื่อให้ผู้เรียนจบสายอาชีวะเกิดความรู้ เกิดทักษะเป็นที่ยอมรับของ ตลาดแรงงาน การปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคมไทยเกี่ยวกับเรียนสายอาชีพเพื่อทำให้ การเรียนทางสายอาชีพเกิดการยอมรับในการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับผู้เรียน ฉะนั้นในการปฏิรูป การศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษาให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ประเทศ จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเช่นเดียวกับการเรียนทางสายสามัญ ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการปฏิรูปการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษาให้เป็น กำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะขอชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป
ท่านประธานครับ ผมเองกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งในขณะนี้หลายท่าน มีความต้องการและได้เสนอญัตตินี้เข้ามาเพื่อให้สภาของเราได้มีการแก้ไขปรับปรุงและ ตั้งกรรมาธิการขึ้นมา โดยเฉพาะวันนี้มีหลายท่านนะครับ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านเป็นนายกสภาของอาชีวศึกษา ท่านขจิตร ชัยนิคม แล้วก็หลายท่านนะครับ ผมเรียนว่า วันนี้ถ้าเราเปรียบเทียบจำนวนนักเรียน โรงเรียน บุคลากร ผมขออนุญาตแยกเป็นสายสามัญ ซึ่งอาจจะรวมสายประถมศึกษาไปด้วย และสายอาชีวศึกษา และ กศน. ในปี ๒๕๖๒ สายสามัญ มีนักเรียน ๙,๘๙๓,๐๑๙ คน แล้วก็มีนักเรียน มีครูจำนวนถึง ๖๑๙,๐๐๐ คน มีโรงเรียน ๓๔,๙๑๒ โรง นี่คือสายสามัญที่รวมประถม มัธยม แต่ไม่ได้แยกมัธยม กลับมาดู สายอาชีวศึกษา ในปี ๒๕๖๒ มีบุคลากรทางอาชีวศึกษาแค่ ๔๓,๐๕๘ คน มีนักเรียนทางเอกชน ๖๙๕,๘๘๒ คน รัฐบาล เอกชนมี ๓๓๓,๐๗๙ คน รวมแล้วมีบุคลากรที่เรียนแค่ ๑,๐๒๘,๙๖๑ คน สถานศึกษา ภาครัฐมี ๔๒๙ วิทยาลัย ภาคเอกชนมี ๔๔๕ วิทยาลัย รวมมีแค่ ๘๗๔ แห่ง ส่วน กศน. นั้นมีผู้เรียน ๓๔๖,๔๓๒ คน จึงได้บอกว่าสายอาชีวะนั้นมีจำนวนนักเรียน น้อยกว่ามาก ๆ ซึ่งตรงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นเหตุผลที่พวกเราจำเป็นนะครับ ตั้งแต่เราเป็น ส.ส. มาตั้งแต่ มีสภานะครับ ผมเองทำงานทางด้านการศึกษาที่บอกว่ารากฐานของตึกคือเหล็ก คืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา ผมเป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๔๓ ช่วงที่ท่านประธานชวนเป็นนายกรัฐมนตรี เราได้ดูแลเรื่องการศึกษามา แล้วก็ตั้งใจให้มีการศึกษาที่ไม่มีเกิดความเหลื่อมล้ำและให้ตรงกับความต้องการ วันนี้ ผมเองรู้สึกเจ็บปวด เจ็บปวดในหลายเรื่อง
เรื่องแรก ก็คือมีการทดสอบหรือว่าแบบทดสอบประเมินที่เรียกว่า การทดสอบของการสอบในเรื่องของอาชีวะหรือส่วนของนักเรียนของประเทศไทย กับประเทศในแถบข้างเพื่อนบ้านเรา ที่เรียกว่า พิซา (PISA) โปรแกรม ฟอร์ อินเตอร์เนชันนัล สติวเดนต์ แอสเซสเมนต์ (Program for International Student Assessment) คนของ เราได้คะแนนต่ำกว่าเขา นี่ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโอเน็ต (O-NET) ก็ยังต่ำกว่าเขา นี่คือเรื่องหนึ่ง
เรื่องที่ ๒ ก็คือต้องเรียนว่าวันนี้ทำอย่างไร เราจะจูงใจอย่างไรให้นักเรียน มองเห็นว่าการเรียนสายอาชีวะนี่ไม่ได้รู้สึกว่าด้อยกว่าเขา ผมเองคร่ำหวอดมาเรื่องของ ทางสายอาชีวะมาตลอด แล้วก็ทางสายสามัญอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นเราจะจูงใจอย่างไร
อันดับแรกเลยนะครับ ผมขอบอกถึงเรื่องในส่วนของสถาบันก่อน สถาบัน อาชีวะ บุคลากรที่อยู่ในสถาบันนั้นในแต่ละแห่ง เช่น ในส่วนของวิทยาลัยอาชีวะ เทคนิค การอาชีพ สารพัดช่าง อันนี้เป็นแท่งหนึ่งของสถาบันอาชีวะ และอีกอันหนึ่งคือ เรื่องเกษตรเทคโนโลยีนั้น บุคลากรที่เป็นคุณครู อาจารย์นั้นได้รับการบรรจุเป็นครู ตามราชการผมว่าไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ บางแห่งมีคุณครูแค่ ๗-๘ คน นอกนั้นเป็นอัตราจ้าง ถามดูสิครับอัตราจ้างเขาก็ต้องไขว่คว้าอยากหาความมั่นคงในชีวิต พ่อแม่ก็อยากเห็น ลูกหลานเป็นข้าราชการได้รับเบิกสิทธิในการรักษาพยาบาล แต่ในสายอาชีวะนั้นอยู่กันมา เป็น ๑๐ ปี ก็มีตำแหน่งเปิดให้แค่ ๑ ตำแหน่ง บางครั้งมีแค่พนักงานราชการ นี่คือสิ่งซึ่งเรา เคยผลักดันมาตลอดว่าการกำหนดอัตราของครูในส่วนของอาชีวะนั้นน่าจะให้มีมากกว่านี้ นั่นคือขวัญกำลังใจอันดับแรกเลย
ประเด็นที่ ๒ ก็คือถ้าเราไม่มีขวัญกำลังใจให้คุณครูได้มีความมั่นคง ในครอบครัวในชีวิตเขาแล้วเขาก็ไม่มีปัญญาที่จะไปสั่งสอนเพิ่มพูนความรู้ ลูกศิษย์ก็จะได้รับ ความรู้ที่น้อยลง เรื่องของที่กระทรวง รัฐบาลบอกว่าปี ๒๕๖๐ จะผลักดันให้มีการรับนักเรียน เข้ามาเรียนในระหว่างสายสามัญกับสายอาชีวะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็หมายความว่าอย่างละครึ่ง ก็ไม่ได้รับความสำเร็จเท่าที่ควร
อาชีวะยังมีปัญหาอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้คนได้ฝากบอกผม โดยเฉพาะเทคนิค ทางกันทรลักษ์ เทคนิคเดชอุดม เทคนิคหลาย ๆ ที่ เขาบอกว่า ท่านประธานครับ บอกว่าเรามี พ.ร.บ. อาชีวะตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ และมีการปรับปรุง ได้มีการกำหนดให้มีสถาบันอาชีวศึกษา ๒๓ สถาบัน หลายท่านคงงงว่าทำไมถึงมีแค่ ๒๓ สถาบัน ใน ๒๓ สถาบันนั้นจะครอบคลุม จังหวัด ๓-๔ จังหวัดแล้วแต่ครบทั้ง ๗๖ จังหวัด ในสถาบันนั้นก็แบ่งเป็น ๒ ด้าน ด้านแรกคือ สถาบันด้านอาชีวะ เทคนิคและการอาชีพ ด้านที่ ๒ คือด้านเกษตรและเทคโนโลยี ด้านสถาบันเหล่านี้ หลายท่าน หลายสถาบันที่เข้ารับผ่านการประเมินจากคณะกรรมการแล้ว เพื่อเข้ามาเป็นสถาบันเพื่อยกระดับ ข้อดีของการเป็นสถาบันยกระดับอย่างไร ๑. สามารถ คิดเอง สามารถฟังความเห็นของพี่น้องประชาชน รวมทั้งตลาดแรงงาน และกำหนดหลักสูตร ให้ตรงกับประเด็นได้ ๒. สามารถเปิดหลักสูตรปริญญาตรีได้ แต่ขณะนี้ก็ยังมีหลาย ๆ ท่าน หลายแห่ง หลายที่ รอคิวแล้วรอคิวอีกก็ติดขัดในเรื่องของอาชีวะยังไม่บริหารจัดการ ให้เป็นรูปธรรม นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่เรียกร้องผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านนะครับ ท่านธนกรท่านมาจากอาชีวะท่านรู้ดี หลายคนบอกว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่เขาเจ็บปวด เมื่อเราไม่ขยับทางด้านส่วนของการบริหารจัดการ เหมือนกับว่าไม่ได้ทำให้รวดเร็ว ซึ่งตรงนี้ ถ้าเกิดตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาก็จะมีการเพิ่มการดูแลผ่านการประเมินแล้วสามารถ ขยับเป็นสถาบันได้ นี่คือเรื่องที่ ๑ ที่เป็นห่วงนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเราต้องมีการปฏิรูปการศึกษา ขณะนี้ปฏิรูปการศึกษา เรื่องการเรียนรู้ เรื่องความเหลื่อมล้ำ หรือเรื่องของการสอนให้มีประสิทธิภาพ การเหลื่อมล้ำ พูดกันมามาก พูดกันมาตลอดว่ามีความเหลื่อมล้ำ เหลื่อมล้ำตั้งแต่สายสามัญก็ยังเหลื่อมล้ำกัน สายอาชีวะในส่วนของรัฐบาล เอกชนก็ยังมีการเหลื่อมล้ำ เหลื่อมล้ำอย่างไร ข้อที่ ๑ ตั้งแต่ การมีข้อมูลดาต้า (Data) บิ๊กดาต้า (Big Data) ใหญ่ที่จะสามารถประเมินได้ว่าตลาดแรงงาน ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ที่ผมได้อ่านญัตติไปนี่เขาต้องการลูกหลานเราเรียนสาขาไหน อย่างไร ตลาดแรงงานให้มันตรงกัน การกำหนดให้ผู้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ไม่ว่า จะเป็นภาคทวิภาคี ให้เขาได้มีโอกาสบอกว่าเขาต้องการนายช่างกี่อัตรา ๆ ก็กำหนดไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยครับว่าผลิตไม่ได้นี่ จึงทำให้ผู้ที่เรียนเขาก็ไม่อยากเรียน เพราะกังวลว่าเรียนแล้วจะไม่มีงานทำ แต่ในส่วนที่ผมได้ศึกษา ได้เรียนถามทาง ผอ. หลายท่านมาก็บอกว่าเด็กที่อยู่ในอาชีวะถ้าเขาตั้งใจแล้ว และไม่ได้เลือกงานโอกาส ได้งานเกือบ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์มากทีเดียว ซึ่งต่างกับสายสามัญ ซึ่งตรงนี้จะเป็นแรงจูงใจ ที่เขาจะได้มีงานทำในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องของชีวิต นอกจากนั้นสิ่งที่เราจะ ฝากบอกก็คือเรื่องของการฝึกอบรมแบบทวิภาคี หรือฝึกอบรม จะมีการฝึก ปวช. ๓ ปวส. ๒ ถ้าร่วมกันระหว่างทั้งหมดถ้าเป็นเรียนแบบเต็มที่ก็เป็นปี แต่เรียนฝึกงานธรรมดา ก็อาจจะ ๖ เดือน เราต้องเติมเต็มตรงนี้ให้กับนักเรียน ให้กับสถานประกอบการ ให้กับองคาพยพ ของผู้ที่มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้แรงจูงใจอินเซนทีฟ (Incentive) ให้กับ ผู้ประกอบการไปลดภาษีบ้างในเรื่องของการช่วยเหลือ แล้วก็มีเหตุเกิด ที่ผ่านมานั้น มีนักเรียนอาชีวะเกิดเสียชีวิต การประกันอุบัติเหตุทางวิทยาลัยทำให้แล้วนะครับส่วนหนึ่ง แต่ถ้าสถานประกอบการสามารถมีแรงจูงใจให้เขาทำให้ด้วย การที่เด็กประสบอุบัติเหตุ ก็จะได้รับเงินเยียวยาหรือช่วยเหลือมากกว่าหรือเพิ่มขึ้น นี่คือส่วนซึ่งทางส่วนผู้เกี่ยวข้อง ได้ฝากมาให้ได้มีการดำเนินการตรงนี้ ต้องเรียนว่าตอนนี้ทำอย่างไรครับ ผมเรียนว่าเราอยากเห็น อยากเห็นการที่อาชีวะ สถาบันตั้งแต่ข้างบน ตั้งแต่ท่านรัฐมนตรี สำนักงานอาชีวะ เลขาธิการ ระดับ ๑๑ เป็นแท่งหนึ่ง ซี ๑๑ (C 11) ลงมาถึงผู้บริหาร ได้มีการพูด ปฏิบัติ ในแนวเดียวกัน และเร่งรัดให้มีการดำเนินการเพื่อมุ่งสู่ให้กับนักเรียนและภาคเอกชน ภาคประกอบการให้ครบถ้วน และอยากให้มีการเติมแนวนโยบายติดขัดตรงไหน การตั้งคณะกรรมการในการบริหารการประเมิน ถ้าติดขัดเราก็มาดูแลกัน เราอยากให้มี การช่วยเหลือในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ไม่ให้มีความเหลื่อมล้ำ หรือเติมเต็มในส่วนอื่น ๆ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่าคงจะต้องหลีกไม่ได้แล้วครับว่าวันนี้จะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้าคิวพูดกันยาวมาก เพราะนั่นคือเป็นความอัดอั้นตันใจที่อยากให้ทางรัฐบาล หรือกรรมาธิการเราเข้าไปแก้ไขและส่งให้รัฐบาลต่อไป ดังนั้นผมต้องเรียนว่าวันนี้ขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้บรรจุญัตตินี้ซึ่งมีผู้สนใจถึง ๘ ญัตติ แล้วก็มีสมาชิกทั้งสภาได้อภิปราย ก็ฝากเป็นกำลังใจว่าถ้ามีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเราจะได้แก้ปัญหาตรงนี้ให้กับอาชีวะ ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและลูกหลานของเราสืบต่อไป ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ