ธนกร ไชยกุล หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและเทคโนโลยีใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาการขาดแคลนครู และเสนอแนะการฝึกฝนและพัฒนาครูให้ดีขึ้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพอย่างสูง กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านการศึกษาในระดับ อาชีวศึกษา ก่อนอื่นผมเองต้องขอกราบขอบคุณท่านประธาน กราบขอบคุณครูบาอาจารย์ ของอาชีวศึกษาของประเทศไทยทั้งหมดที่ดูแลลูกศิษย์ลูกหาอาชีวศึกษาทั้งระดับ ปวช. ระดับ ปวส. ระดับปริญญาตรี แล้วก็หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๕ กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศ อย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้ในกรอบการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้อง และบูรณาการกัน เพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายเป็นไปตามที่กำหนดไว้ ในกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และมาตรา ๒๕๘ จ. บัญญัติให้มีการดำเนินการ ปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป ประเทศ แต่ปัญหาระบบการศึกษาของไทย โดยเฉพาะระดับอาชีวศึกษามิได้ถูกกล่าวถึง อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปด้านการศึกษา ผู้เรียนไม่สามารถปรับตัวและพัฒนาตาม ความก้าวหน้าของความรู้ทางด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ ระบบการศึกษาไม่เอื้อต่อการพัฒนา ผู้เรียนตามความถนัดและศักยภาพ รวมถึงไม่สามารถชี้นำผู้เรียนให้เรียนในสาขาที่ตรงกับ ความต้องการของประเทศ ซึ่งภาวการณ์ปัจจุบันภาคประกอบการมีความต้องการแรงงาน สายอาชีวศึกษาค่อนข้างสูง ทั้งภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม การท่องเที่ยว การบริการ ศิลปกรรม คหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่กลับให้ความสนใจในการเรียนสายสามัญมากขึ้น ในขณะที่ความต้องการทางสายอาชีวะ สถานประกอบการมีความต้องการบุคลากรด้านนี้ในระดับที่มาก แต่ขณะเดียวกันในการผลิต กำลังคนด้านปริมาณและคุณภาพก็ยังไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานเท่าที่ควร ประกอบกับ ส่วนหนึ่งทัศนคติของผู้ปกครองยังให้ความสนใจทางสายสามัญ ซึ่งเราเห็นว่าการศึกษา ในทศวรรษที่ ๒๑ เราจะต้องสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับประเทศให้กับ ผู้เรียนสายอาชีวะมากขึ้น เพราะฉะนั้นในความต้องการของสถานประกอบการ และการนำไปสู่การประกอบอาชีพ ผู้ที่เรียนจบสายอาชีวะจะต้องมีความรู้ มีทักษะ เก่งปฏิบัติ และมีสมรรถนะเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเรียนอาชีวะในระบบทวิภาคี ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนที่ร่วมกับการฝึกงานในสถานประกอบการและสามารถที่จะ ไปเป็นผู้ประกอบการได้เองในอนาคต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาใน ระดับอาชีวะให้ครอบคลุมและเป็นรูปธรรม ซึ่งกระผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความเป็นห่วงในการจัดการศึกษาทางสายอาชีวศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าในแผน การปฏิรูปประเทศนั้น ซึ่งกำหนดเอาไว้ ๒๐ ปี ไม่ได้ระบุเรื่องของอาชีวะอย่างชัดเจน ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ไม่ว่าจะเป็น วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ วิทยาลัยเกษตรเทคโนโลยี วิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยว วิทยาลัยการประมง วิทยาลัยการต่อเรือ ซึ่งวิทยาลัยเหล่านี้ทั้งประเทศเรามีส่วนที่เป็นของ รัฐบาล ๔๒๔ แห่ง ส่วนของอาชีวะเอกชนอีกประมาณ ๔๐๐ แห่ง มีนักเรียน นักศึกษา ที่ศึกษาในระบบทั้งระดับ ปวช. ปวส. ปริญญาตรี และหลักสูตรระยะสั้นนั้นร่วม ๒ ล้านคน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเป็นความห่วงใยที่กระผมเองในฐานะซึ่งก็เป็นลูกหลานที่เรียน ทางสายอาชีวะมา ส่วนหนึ่งที่ผมเรียนเป็นเบื้องต้นว่าผมเองชื่นชมทางคณะครูบาอาจารย์ ของอาชีวศึกษา ถึงแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาเราเองมีปัญหามากมายที่ผมจะได้กราบเรียน ท่านประธานต่อไป แต่ครูบาอาจารย์เราทุกคนก็ได้ตั้งใจในการเรียนการสอนให้กับลูก กับหลาน เรายอมรับว่าในส่วนของการอาชีวศึกษา ณ ปัจจุบัน คุณภาพของสายอาชีวะเรา หลาย ๆ เรื่อง เราไม่ได้ด้อยกว่าต่างประเทศ เราแข่งขันกับสิงคโปร์ได้ แข่งขันกับมาเลเซียได้ หรือแม้กระทั่งกับเกาหลีได้ แต่ส่วนหนึ่งที่เรายังขาด ขาดก็คือความจริงใจในการที่จะ พัฒนาการอาชีวศึกษาของประเทศของเรา ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ ซึ่งนับมาถึงวันนี้ก็ร่วม ๑๒ ปี หลังจากที่มี พ.ร.บ. ฉบับนั้นที่เกิดขึ้นตั้งแต่เป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่กำหนดให้มีการศึกษา พ.ร.บ. การศึกษาชาติ และจาก พ.ร.บ. การศึกษาชาติ ฉบับนั้นนำมาสู่ พ.ร.บ. การอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์การศึกษาไทย ที่อาชีวะมีกฎหมายของตัวเอง แต่ว่าหลาย ๆ ครั้งการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติขาดการต่อเนื่อง ขาดการใช้บังคับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานในวันนี้นะครับ ถึงแม้ว่าญัตติที่ผมจะเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่ผมเองก็ไม่ได้ติดใจถ้าหากว่า ในที่ประชุมจะมอบให้ทางกรรมาธิการสามัญช่วยดูแลในเรื่องของการพัฒนาอาชีวศึกษา ทางอาชีวศึกษานั้นเรามีปัญหาหลัก ๆ อยู่ ๓-๔ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เรื่องของอุปกรณ์วัสดุเครื่องไม้เครื่องมือในการพัฒนาในการฝึก ซึ่งเราเอง ณ ปัจจุบันทุก ๆ วิทยาลัยนะครับ ได้ใช้โครงการความร่วมมือกับสถานประกอบการ ทำเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกัน นักเรียน นักศึกษาทุก ๆ คนต้องไปฝึกที่สถานประกอบการ ตามสาขาวิชาที่ตัวเองเรียน และหลายหน่วยงานก็ได้ให้ความอนุเคราะห์กับลูกหลาน ในการจ่ายค่าตอบแทน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง เพราะฉะนั้น ในการเรียนการสอนสายอาชีวศึกษา เรื่องสำคัญก็คือเรื่องวัสดุฝึก เรื่องอุปกรณ์ในการฝึก ซึ่ง ๒ ส่วนนี้เราสามารถจัดการศึกษาร่วมกับสถานประกอบการได้
เรื่องที่ ๒ ที่มีความสำคัญมากคือ เรื่องครู ครูที่จัดการเรียนการสอนทางสาย อาชีวศึกษา เดิมทีถ้าย้อนกลับไปสัก ๒๐ ปีที่แล้ว เราเคยมีวิทยาลัยครูอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานในการผลิต เป็นหน่วยงานที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลเยอรมนีสมัยนั้น ผลิตครูสายช่างและสายอื่น ๆ แล้วก็ไปสู่การเรียนการสอน ในระดับวิทยาลัยต่าง ๆ จนกระทั่งทำให้เราได้พัฒนามา ณ ถึงปัจจุบัน แต่ ณ ขณะนี้สิ่งที่ เราขาดแคลนนะครับ ไม่เพียงพอก็คือเรื่องกำลังของครู ครูเราส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการ ณ ปัจจุบันตัวเลขของสถานศึกษาของรัฐบาลเรานั้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์เป็นครูอัตราจ้าง ซึ่งขาดขวัญกำลังใจ เนื่องจากว่าครูอัตราจ้างเหล่านี้เราได้เงินเดือนไม่ได้มากนัก อยู่ที่เกณฑ์ ประมาณ ๘,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นครูอัตราจ้าง ถึงแม้ว่าระยะเวลา ในการที่จ้างมา ๔-๕ ปี แล้วก็ไปสอบบรรจุให้ได้ ซึ่งตรงนั้นก็เป็นช่องทางหนึ่งที่ขวัญกำลังใจ ของครูบาอาจารย์ที่เป็นครูอัตราจ้างยังไม่เพียงพอ เรื่องที่ ๒ ผมเองก็ต้องชื่นชมทาง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่พยายามพัฒนาครูบาอาจารย์เหล่านี้ ทั้งส่วนที่เป็น ข้าราชการอยู่แล้ว และครูที่เป็นอัตราจ้างโดยร่วมไม้ร่วมมือกับทางภาคเอกชน เอาครูเหล่านี้ ไปฝึกไปปฏิบัติเพื่อให้เขาได้ทำได้ ทำเป็นจริง ๆ ก่อนที่มาสอนลูกศิษย์ลูกหา
เรื่องที่ ๓ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเรื่องของหลักสูตร กระบวนการ ในการจัดทำหลักสูตรของอาชีวศึกษาเรา ณ ปัจจุบันยังไม่ได้สอดคล้องกับภาวะการ เปลี่ยนไปของเทคโนโลยี และภาวการณ์ทันสมัยของโลก ดังนั้นในการจัดทำหลักสูตร ของอาชีวศึกษาควรที่จะได้ร่วมไม้ร่วมมือกับทุก ๆ หน่วยงาน มีหลายหน่วยงานนะครับ ที่จัดการศึกษาทางสายอาชีวะ อย่างเช่นกระทรวงแรงงานเองก็มีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการจัดการอบรมการเรียนการสอนทางด้านอาชีวะ มีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพซึ่งเป็น องค์กรมหาชน สำนักนายกรัฐมนตรี ในการควบคุมคุณภาพ
แล้วก็อีกเรื่องที่ ๔ ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพของ การอาชีวศึกษาก็คือเรื่องการประกันคุณภาพนะครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดทั้งมวล ที่ผมกราบเรียนมาเป็นส่วนหนึ่งในการที่เราจะพัฒนาคุณภาพของการอาชีวศึกษา เรื่องของ การประเมินผลต่าง ๆ ซึ่งการประมวลผลทางอาชีวศึกษานั้นจะแตกต่างกับสายสามัญ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ถึงแม้ว่าญัตตินี้จะถูกนำไปแก้ไขพัฒนาโดยทางกรรมาธิการสามัญ ผมอยากจะฝากทางกรรมาธิการสามัญว่าในการที่เราจะพัฒนาอาชีวศึกษานั้นเราจะต้องดูแล ทั้งระบบนะครับ เพราะว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทางอาชีวศึกษานั้น ทั้งสถานประกอบการ ทั้งผู้ปกครอง ทัศนคติต่าง ๆ ที่ต้องปลูกฝังให้ท่านผู้ปกครองได้ยอมรับ แล้วก็ให้เข้าใจว่า ศักยภาพของเด็ก ๆ แต่ละคนมีศักยภาพที่แตกต่างกัน เด็กอาชีวศึกษาเราต้องการ ขวัญกำลังใจจากผู้หลักผู้ใหญ่ของเรา ถ้าหากเราเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนเขามีศักยภาพ ในการที่พัฒนาตนเอง เขาสามารถที่จะก้าวไปในอนาคตได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะ กราบวิงวอนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าการที่เราจะพัฒนาการอาชีวศึกษาเราต้องมองกันทุก ๆ มิติ ให้ความเสมอภาค อย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ขณะเดียวกันเราต้องยอมรับความจริงว่า ในชนบทห่างไกลของบ้านเราประชากร ๖๐-๗๐ ล้านคน โอกาสของคนที่จะได้เรียน มหาวิทยาลัยก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนใหญ่ของเยาวชนไทย ของประชาชนไทยของเรานั้น เรายังต้องการเรียนสายอาชีวศึกษา เรียนสายอาชีพ เพราะฉะนั้นหลักสูตรเราควรที่จะ ปลูกฝังไปถึงระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ให้ลูกหลานเราได้เรียนสายอาชีพ เป็นเบื้องต้น ดังนั้นในหน่วยงานของวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพต่าง ๆ ควรที่จะ ขยายโอกาสไปในระดับอำเภอให้มีมากขึ้น ถ้าหากว่าท่านประธานได้ตรวจสอบข้อมูลดูว่า ตอนนี้แต่ละจังหวัด ๆ มีวิทยาลัยซึ่งเป็นอาชีวศึกษาแต่ละจังหวัดนั้นมีไม่ถึง ๕ แห่ง อาจจะมีบางจังหวัดซึ่งเป็นจังหวัดขนาดใหญ่อาจจะมากกว่า ๕ แห่ง แต่ว่าส่วนใหญ่ จังหวัดหนึ่งมีไม่ถึง ๕ แห่งครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่า ถ้าหากว่าเราจะส่งเสริมการอาชีวศึกษาให้ลูกให้หลานของเราได้มีอาชีพติดตัว มีอาชีพ ในการที่จะไปทำมาหากินเลี้ยงชีพตัวเองและไปสู่สถานประกอบการในการที่พัฒนาเศรษฐกิจ ของบ้านของเมืองเรา เราต้องขยายโอกาสในการเรียนการสอนสายอาชีพให้ไปถึง ในระดับอำเภอ ทราบมาว่าตอนนี้หลาย ๆ โรงเรียนมัธยมศึกษาซึ่งลดน้อยถอยลง โรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่งจะยุบ จะควบรวม เรามีสถานที่ มีพื้นที่ ก็ควรจะแปรเปลี่ยน ตรงนั้นให้เป็นวิทยาลัยการอาชีพหรือวิทยาลัยเทคนิค ให้โอกาสกับเด็ก ๆ เหล่านั้น เยาวชน ในบริเวณนั้นได้มาเรียน รวมทั้งสถานศึกษาของอาชีวศึกษานั้นจะได้ดูแลสอนประชาชน ในหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น สักครู่ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร นะครับ ได้พูดถึงอาชีวศึกษาที่เป็นการศึกษาในระบบทวิภาคีซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ระบบการศึกษาของ เยอรมนี อาชีวศึกษาเยอรมนี ซึ่งประเทศไทยเรา ณ ปัจจุบันก็ได้ใช้รูปแบบของเยอรมนี ในการเปิดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ผมเองภาคภูมิใจที่เด็ก ชาวอาชีวศึกษาที่ไปฝึกงานตามโรงแรมใหญ่ ๆ โรงงานใหญ่ ๆ หรือสถานประกอบการ ใหญ่ ๆ รวมทั้งไปฝึกงานในสถานประกอบการเล็ก ๆ ด้วย เพื่อที่จะเรียนรู้ในการที่จะไปสู่ การเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ในอนาคต ดังนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน วันนี้ในเรื่องของการให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ผมขออนุญาตเรียนว่าถ้าเราจะมี การพัฒนาอาชีวศึกษาอย่างจริงจัง ๑. จะต้องระบุให้ชัดเจนในแผนปฏิรูปประเทศให้เป็น รูปธรรม หลายครั้งที่ชาวอาชีวะมาสะท้อน มาพูดคุยกับผมว่าในร่าง พ.ร.บ. การศึกษาชาติ ฉบับปัจจุบันหรือฉบับที่กำลังจะแก้ไขจะไม่มีคำว่า อาชีวศึกษา ผมก็บอกว่าคงเป็นไปไม่ได้ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลเองก็คงให้ความสำคัญเรื่องอาชีวศึกษา เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ผมอยากจะมากราบเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ กรรมาธิการสามัญ ก็อยากจะให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้ให้ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถานประกอบการ ให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดการอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนได้มาพูด มาคุยกันในการที่เราจะพัฒนาบ้านเมืองของเรา การศึกษานั้นบ้านเราทั้งการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ทั้งการศึกษาอุดมศึกษา แต่ในขณะที่ของอาชีวะนั้นมันคาบเกี่ยวนะครับ ระดับ ปวช. เราบอกว่าเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่พอระดับ ปวส. แล้วก็ระดับปริญญาตรี ของอาชีวศึกษาเราบอกว่าเป็นอุดมศึกษา แต่อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตกราบเรียนว่า อยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งมวลได้ยึดถือตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ ให้ปฏิบัติตามนั้น เพราะไม่เช่นนั้นนะครับการพัฒนาอาชีวศึกษาก็จะพัฒนาไม่ได้ ดีขึ้น ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธาน แล้วก็ขอกราบขอบคุณคณะครูบาอาจารย์ ของอาชีวศึกษา กราบขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่มีหัวใจในการที่ อยากจะพัฒนาอาชีวศึกษา กราบขอบคุณครับ