พิมพ์รพี จี้รัฐเร่งออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.-โฉนดที่ดิน สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔

พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หารือปัญหาความขัดแย้งจากการจัดสรรที่ดินและทรัพยากรในจังหวัดกระบี่ โดยเสนอให้เร่งดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. และโฉนดที่ดินอย่างถูกต้องยุติธรรม พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐจัดสรรที่ดินพร้อมองค์ความรู้และปัจจัยการผลิตเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกร

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีความเกรงใจ เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าญัตติที่จะพูดเกือบจะทั้งวันเลยนะคะ เป็นเรื่องของจังหวัดกระบี่ ทั้งเรื่องของปัญหาการบุกรุกสวนปาล์มในญัตตินี้ แล้วก็ครั้งต่อไปคือเรื่องของมาหยา ดิฉัน ถึงจะขอพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องของภาพกว้าง แนวทาง แนวคิดที่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ แล้วก็ไม่เป็นเรื่องของจังหวัดเดียว ท่านประธานคะ ปัญหาของความขัดแย้งระหว่าง ประชาชน ระหว่างอำนาจรัฐ ไม่ควรเป็นเรื่องของประเด็นทางการเมือง นักการเมือง ไม่ควรจะเข้าไปก้าวก่ายวุ่นวายกับปัญหานี้ในฐานะเป็นส่วนร่วม ถือฝักฝ่ายฝ่ายใด ดิฉัน ถึงพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะรักษาความเป็นกลางทางการเมือง และไม่ยุ่งกับประโยชน์นี้ใด ๆ สิ่งที่ดิฉันพูดต่อไปนี้นะคะท่านประธาน เป็นการสังเกตจากข้อสังเกตที่ดิฉันได้เฝ้าดู ๓๐ ปี ที่ผ่านมาที่มีการเช่าสวนปาล์ม ก็เป็นความชอบธรรมของบริษัทหรือนายทุนที่เขาจะบุกเบิก ทำธุรกิจใหม่ ๆ ทำให้จังหวัดมีความมั่งคั่ง พัฒนา จ้างงาน ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย ที่สะสมทุนได้ มีโอกาสได้เช่าที่ดินบ้าง ขยายใหญ่โตขึ้น และสามารถมีบริษัทที่ใหญ่ขึ้นก็ไม่ใช่ เป็นความผิด เพราะว่าเขาเป็นคนที่ขยัน แต่เมื่อสัญญาหมดลงก็ต้องหมดลง ทุกอย่าง ควรจะได้รับการจัดสรรอย่างเป็นธรรมและยุติธรรม ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์ ความขัดแย้งทางอำนาจต่าง ๆ ทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคม และชุมชนเล็ก ๆ ของบ้านดิฉัน มีความวุ่นวายเรื่องผลประโยชน์ เอาเรื่องการเมืองเข้ามา วุ่นวายเรื่องของอำนาจอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนถือฝัก แบ่งเป็นฝักแบ่งเป็นฝ่ายเข้าหา นักการเมืองแต่ละพรรค สวามิภักดิ์ในแต่ละผลประโยชน์ ทำทุกอย่างให้วุ่นวายทั้งในทุก ระดับตั้งแต่หมู่บ้านถึงจังหวัด ถึงสภาในวันนี้ท่านประธานคะ ปัญหาเขาอย่างไรคะ เพราะปัญหามันคือความไม่ได้รับความยุติธรรม ความชอบธรรมในการจัดสรร ทรัพยากรธรรมชาติแบบนี้ ชาวบ้านที่ปลายพระยาที่เฝ้าดูที่ดินที่นี่อย่างอดทนรอคอย ๓๐ ปี ยากจน หรืออาจจะเป็นคนสวนในเขตนี้มาก่อนก็ได้ ควรจะได้รับการจัดสรรไม่ใช่เท่ากับนะคะ แค่ขอให้ได้รับการจัดสรรก่อนคนที่อยู่ไกลกว่า และคนที่อยู่ข้างนอกกว่า ฉะนั้นการที่ปล่อย ให้มีความไม่ยุติธรรมในกระบวนการการทำงาน ทำให้ความขัดแย้งนี้ต่อเนื่องยาวนาน แล้วก็ สร้างความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ดิฉันเห็นกองทัพหลาย ๆ กองทัพขับรถผ่านบ้านดิฉันนะคะ มีอาวุธในบางครั้ง ยิงกัน ชาวบ้านมีความทุกข์มากค่ะ ต้องปิดพื้นที่ยิงกันเพราะว่าแย่งกัน ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติคือที่ดิน ซึ่งดิฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับมนุษย์ที่ต้องการที่ดิน ในฐานะที่เป็นความสะสมความมั่งคั่ง ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเสนอว่าเป็นไปได้ไหมคะ ว่าเราจะมองที่ดินในมุมมองอีกมุมหนึ่ง ที่ดินที่ไม่ใช่เรื่องของการสะสมความมั่งคั่ง แต่ที่ดิน ในฐานะที่เป็นปัจจัยการผลิต ประชาชนผูกติดกับรัฐในเรื่องของอำนาจอธิปไตย รัฐนะคะ ท่านประธาน ประกอบด้วย อำนาจอธิปไตย พลเมือง และขอบเขตของรัฐ ที่ดิน เพราะฉะนั้น คำตอบคือประชาชนจะผูกติดกับความรักประเทศชาติคือเขาต้องมีที่ดินเป็นของตัวเอง สามารถ ทำกิน สามารถมีความสุข อยู่อาศัย และได้ฝังร่างตัวเองตายลงไปในสิ่งที่เป็นแผ่นดินแม่ ของตัวเองนั้น ฉะนั้นปัญหาที่ดินในการมองเป็นทรัพยากรปัจจัยการผลิตนี้ มันก็จะเพียง พอที่จะจัดสรรกันอย่างเป็นธรรม ไม่ได้ส่งผ่านนะคะ เป็นลูกใคร หลานใคร หรือซื้อขายได้ เป็นเพียงแค่เราอยู่ในประเทศไทยได้สามารถใช้ที่ดินแถวบ้านเรา สร้างความมั่งคั่ง มั่นคง ให้กับชีวิตเราและลูกหลานเรา และถ้าสมมุติว่าลูกหลานเรายังทำต่อ เป็นเกษตรกรต่อ เขาก็จะมีสิทธิที่มีที่ดินอย่างมีความปลอดภัยนี้ต่อไป ฉะนั้นปัญหาก็คือว่าทุกวันนี้ ท่านประธานคะ การทำ ส.ป.ก. ต้องเร่งทำให้เร็วขึ้น การออกโฉนดที่ดินที่ถูกต้องต้องเร่งทำอย่าให้เป็น เรื่องของคอร์รัปชัน เพราะประชาชนไม่มีใครอยากผิดกฎหมาย ทุกคนอยากถูกกฎหมายหมด เพียงแต่ว่าปัญหาคือความถูกต้อง เที่ยงธรรม ชอบธรรมมันไม่เกิดขึ้น คนรวย รวยมหาศาล คนจนไม่มีที่ดินทำกิน พวกนี้มันเป็นปัญหาคลาสสิก (Classic) ซึ่งเราคิดว่าการกระจาย อำนาจ การกระจายความเข้าใจควรจะเกิดขึ้นในประเทศไทยนะคะ ที่สำคัญที่สุด ท่านประธานคะ ดิฉันมองว่าเราควรใช้ความรู้ นอกจากจะจัดสรรที่ดินอย่างเป็นธรรมแล้ว ถ้าให้สวนปาล์มไปทำปาล์มคนละ ๓ ไร่ ๕ ไร่ ก็คงไม่ใช่เกิดประโยชน์นักเพราะมันไม่พอ รัฐต้องคิดวิธีใหม่ จัดสรรที่ดินพร้อมองค์ความรู้ พร้อมปัจจัยการผลิต น้ำ พืชพันธุ์ดี ๆ นวัตกรรม ให้ ๓ ไร่ ๕ ไร่นี้อยู่ได้ แล้วการจัดสรรนี้ดิฉันปรึกษาทางผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ท่านทำได้อย่างเป็นธรรมนะคะ ท่านให้คนในพื้นที่ได้ก่อนในสัดส่วนที่เจรจากันได้ เช่น ๓ ไร่ ๕ ไร่ แล้วคนคนนั้นต้องมีภาระพันธะในการทำที่ดินการเกษตรบนดินนั้น ไม่ใช่ซื้อเก็บไว้ เป็นทรัพย์สิน ซึ่งสิ่งนี้ดิฉันว่ามันได้รับความเป็นธรรมพอสมควรในแนวคิดของผู้ว่าราชการ จังหวัดกระบี่นะคะ และขอให้ความคิดดี ๆ นี้ได้ทำต่อไป ฉะนั้นแนวคิดของ ส.ป.ก. แนวคิด ของวันแมป (One Map) แนวคิดของการเดินออกโฉนดที่ดินต่าง ๆ จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ ด้วยอีกอย่างหนึ่ง เมื่อประชาชนได้รับความเป็นธรรมแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหรือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่ใช่เจ้าของที่ดินนะคะ ฉะนั้นฉันไม่มีอำนาจในการกดทับ รังแกประชาชนโดยถือว่าตัวเองเป็นเจ้าของที่ดิน มันก็ไม่ใช่ ดิฉันอยากจะให้มองว่ารัฐ ผูกติดกับประชาชนในเรื่องของที่ดิน การจัดสรรที่ดินอย่างเป็นธรรม เพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำมาหากินที่ดิฉันว่ามีความสุข มีความร่ำรวย พอเพียง มีภูมิคุ้มกัน อาจจะเป็น คำตอบในการมองรัฐใหม่ที่มันดีขึ้นกว่าเดิม ขอบคุณมากค่ะ