นริศ ขำนุรักษ์ หารือปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าและที่ดินรัฐที่หมดสัมปทานในภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน พร้อมเปิดโปงความล้มเหลวในการคืนพื้นที่และฟื้นฟูป่า รวมถึงการแปรรูปพื้นที่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว เรียกร้องให้ตรวจสอบทั้งผู้รับสัมปทานและเจ้าหน้าที่รัฐ ยกระดับเรื่องถึงผู้บริหารระดับสูง และให้ตำรวจดำเนินการคืนพื้นที่พร้อมลงโทษทั้งทางอาญา วินัย และแพ่งอย่างเด็ดขาด
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายญัตติ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาประชาชนบุกรุกพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันและที่ดินที่หมดอายุสัมปทาน ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี และพื้นที่ภาคใต้ โดยขออนุญาตจะได้ชื่นชมผู้เสนอญัตติ ที่คิดจะแก้ปัญหาดังกล่าวทั้ง ๔ ญัตติ ทั้งท่านสฤษฏ์พงษ์ ท่านสาคร ท่านธีรภัทร ท่านประเสริฐพงษ์ ที่มีเจตจำนงที่จะปกป้อง แก้ไข หรือพัฒนาที่ดินของรัฐ ทั้ง ๔ ญัตติ ๒. ขอขอบคุณ ท่านประธานและสภาที่ได้กรุณาบรรจุญัตติที่สำคัญญัตตินี้ในวันที่เราไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ญัตติแบบนี้ถูกพักไป การแก้ปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนเราทำได้น้อยกว่าในวันที่ มีสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ติดตามสดับตรับฟังการทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาพี่น้อง ประชาชนและที่ดินของรัฐ พบว่ามีหลายเรื่อง มีหลายญัตติมีอยู่ในหลายกรรมาธิการ ส่วนนี้ ก็ทั้งชื่นชมผู้เสนอญัตติทั้ง ๔ ญัตติ แล้วก็ขอบคุณทางสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณาให้พวกเรา ได้หยิบยกญัตตินี้ขึ้นมาร่วมกันพิจารณา
ประเด็นที่ ๒ ที่กราบเรียนกับท่านประธานว่าปัญหาการบุกรุกที่สวนปาล์ม น้ำมันที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ขณะนี้ไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะ แต่ว่าเป็นปัญหาทั่วไปของประเทศ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะเพราะกรมป่าไม้ไม่ได้ให้สัมปทาน หรือให้เช่าที่ป่าเพียงทำสวนปาล์ม แต่ว่าได้ให้เช่าพื้นที่และสัมปทานปลูกป่าทำนากุ้ง ทำป่าชายเลน และทำเหมืองแร่ด้วย และไม่จำกัดอยู่เฉพาะจังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ว่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหานี้จึงเป็นปัญหาทั่วไป ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะอีกต่อไปแล้ว กรมป่าไม้ให้เช่าพื้นที่ป่าปลูกปาล์มรวมกันประมาณ หลักแสนไร่ ร่วม ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ปลูกป่าก็มาก แต่ว่ารวมกันแล้วนี่ร่วม ๓ ล้านไร่ ทั้งที่ให้ทำเหมืองแร่ ให้ทำป่าชายเลน และให้ทำนากุ้งนะครับ แต่ว่าทุกสัมปทานนี่จะมี เงื่อนไขห้อยท้ายไว้เสมอ บางเงื่อนไขบางสัมปทานนี่ให้ปลูกต้นไม้หลังหมดอายุสัมปทาน และปรับพื้นที่ให้คงสภาพเดิม เช่น การทำเหมืองแร่ ต้องปรับพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเหมือนกับ ตอนเข้าเริ่มดำเนินการ และปลูกต้นไม้ การทำป่าชายเลน ต้องปลูกป่าชายเลนกลับคืน แล้วก็ ให้ปรับสภาพให้เหมือนเดิมก่อนสัมปทาน รวมทั้งทำนากุ้งด้วย แต่ว่าข้อเท็จจริง ผมกราบเรียนประธานว่าการให้สัมปทานประเทศไทยล้มเหลวที่สุดเท่าที่ผมศึกษาแล้วอยู่ใน แวดวงนี้มากกว่าทุกประเทศ หลังจากสัมปทานจบสิ้นนี่กรมป่าไม้ไม่เคยเอาที่ดินกลับคืน มาเป็นของรัฐได้แม้แต่ไร่เดียวท่านประธานครับ แล้วนอกนั้นเขาละเลยไม่ไปดู ไม่ไป ตรวจสอบเงื่อนไข ถ้าท่านประธานจะได้ลงดูในรายละเอียดจะพบว่าป่าที่ต้องปลูกตามเงื่อนไข สัมปทานนี่ เราหาไม่เจอเลยครับ เช่นเขาให้ระเบิดหินไป ๑ ที่ ในเงื่อนไขก็บอกว่าต้องปลูกป่าทุกปี ปีละ ๑๐๐ ไร่ ๒๐๐ ไร่ ๕๐๐ ไร่นี่ วันนี้หาป่าที่ปลูกตามเงื่อนไขสัมปทานนั้นไม่เจอนะครับ ไม่มีครับ หนำซ้ำที่ซ้ำร้ายกว่านั้นไม่คืนที่ให้อยู่ในสภาพเดิมแล้วกลับไปออกเอกสารสิทธิครับ ท่านประธานครับ ป่าชายเลน คนเจ้าของสัมปทานป่าชายเลนหลังจากหาผลประโยชน์ บนป่าชายเลนเสร็จแล้วนี่ไปออกเอกสารสิทธิทำนากุ้ง ทำโรงแรม ทำที่อยู่อาศัย คนเช่าป่า หลังจากหมดอายุสัมปทานแล้วไม่ปลูกป่าคืน กลับไปแบ่งขายเหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณา อภิปรายกันไปแล้ว ขายคนในประเทศ ขายนายทุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อ แถบกระบี่ ในสุราษฎร์ธานีก็มีนายทุนต่างชาติเข้ามาซื้อ ทำเหมืองแร่ ท่านประธานครับ หลังจากขุดเหมืองแร่แล้วหลุม ๆ นี่เขาเรียกขุมเหมือง มีอยู่หลายจังหวัดผ่านการทำเหมืองแร่ ขุมเหมืองนี้เป็นของเอกชน คือเจ้าของสัมปทานทำแร่นี่ไม่ยอมกลบ แล้วเอาน้ำจากขุมแร่นี่ ขายรัฐอีกต่างหาก ได้ประโยชน์หลายต่อ ๑. ได้แร่เสร็จแล้ว ได้เอกสารสิทธิมาเป็นของตัวเอง แล้วขายน้ำให้กับรัฐอีกนะครับ นี่คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าการพิจารณาในวันนี้จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็ดี หรือจะส่งให้ คณะกรรมาธิการสามัญการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ดี แต่ว่า ในวันที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วนี่ ผมได้เสนอทางออกเรื่องนี้ไว้ ๕ ข้อ ผมคิดว่ายังทันสมัย และยังใช้ได้อยู่
๑. ให้ตรวจสอบการเช่าพื้นที่ป่าทุกสัญญาว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือไม่
๒. ให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ว่าดำเนินการตรวจสอบและปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้น หรือไม่ และให้ยกระดับปัญหานี้ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงาน ในพื้นที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ต่อไปได้
๓. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดชุดกำลังเข้าไปแก้ไขปัญหา เอาที่ดิน ทุกแปลงคืนหากผิดเงื่อนไข หลังจบสัมปทานแล้วนี่ต้องคืนกลับมาสู่รัฐ หากพบว่าไม่คืน ฟ้องคดีอาญาและฟ้องแพ่ง เจ้าหน้าที่หากปฏิบัติไม่ชอบมีความผิดทางอาญา เอาผิด ทางวินัยและเอาผิดทางแพ่ง นี่คือทางออกที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องการสัมปทาน ที่หมดอายุแล้วไม่คืนกลับสู่รัฐ ผมจึงขออนุญาตเสนอท่านประธานไว้เป็นทางออกของการแก้ไข ปัญหานี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ