จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ หารือประเด็นการส่งเสริมการออมเพื่อเกษียณผ่าน กอช. โดยชี้ถึงข้อจำกัดของกฎหมายที่ทำให้การออมมีเพดานต่ำ และความท้าทายในการเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนให้ออมระยะยาว พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายให้แรงงานนอกระบบและผู้สูงวัยสามารถสมัครได้ ขยายอายุผู้สมัคร และปรับสัดส่วนการลงทุนอย่างระมัดระวังเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี ท่ามกลางความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อและภาระของรัฐ ขณะเดียวกันยังเน้นความจำเป็นในการส่งเสริมวินัยการออมตั้งแต่เยาวชน และการบริหารจัดการเงินกองทุนอย่างโปร่งใสเพื่อคุ้มครองผลตอบแทนในระยะยาว
ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะ ต้องบอกว่าสิ่งที่ ท่านพูดนี่เป็นสิ่งที่ทางดิฉันนี่ตระหนักดีแล้วว่า อย่างที่บอกว่าตัวเองก็อยู่ในสายการเงิน เป็นคนที่อยากจะให้ทุกคนไทยนี่มีเงินออม จะขอตอบท่านสมาชิกนะคะ คือฝากท่านประธานนะคะ คือท่านอนุรักษ์นะคะว่าจริง ๆ แล้ว กอช. จริง ๆ เราก็พยายาม ที่จะทำพัฒนาโพรดักต์ (Product) ปัญหาที่เกิดขึ้นคือว่า กอช. เองเป็นกองทุนที่มีการจำกัด วงเงินลงทุนไม่เกิน ๑๓,๒๐๐ บาทต่อคน แล้วก็ต่อปีด้วยนะคะ แล้วก็เงินสมทบตาม พ.ร.บ. ก็มีตามกฎหมายอยู่แล้ว อันที่ ๑ เป็นข้อจำกัดด้วยนะคะ ถึงจะมีเงินอย่างไรอยากออม มากกว่านั้นก็ออมไม่ได้ เพราะด้วยข้อจำกัดของกฎหมายนะคะ
ประการที่ ๒ ก็คือว่าทำอย่างไรจะให้สมาชิกมีเงินออมบำนาญเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท อย่างที่บอกว่าถ้าจะออมจริง ๆ กับ กอช. ถ้าออมโดยกฎหมายปัจจุบันคือ ๑๓,๒๐๐ บาทต่อปี ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี ถึง ๖๐ ปี จะได้บำนาญต่อเดือนประมาณเดือนละ ๗,๐๐๐ กว่าบาท แต่ถ้า ๔๕ ปีออมมันก็ยาว ซึ่งต้องบอกว่าตั้งแต่ลงพื้นที่มาชาวบ้านเขาไม่ ค่อยถนัดนะคะ การออมระยะยาว เขาต้องการที่ได้ผลตอบแทนเร็วและได้ใช้จ่ายเร็ว อันนี้ เป็นพฤติกรรมของชาวบ้านที่พยายามจะให้เขาเข้าใจว่าการออมเพื่อการเกษียณมันต้องใช้ ระยะเวลาในการออมนะคะ ซึ่งทางเราก็พยายามทำทุกวิถีทางให้เขาเข้าถึงและเข้าใจว่า การออมเพื่อการเกษียณจำเป็นแล้วกับทุกคน
สำหรับเรื่องการเอาเงินออมของเราที่จะไปลงทุน ต้องบอกว่าเรามี พ.ร.บ. และมีอนุกรรมการการลงทุนกำกับด้วยนะคะ การลงทุนแต่ละอย่างอย่างที่บอกว่า เนื่องจากว่า กอช. มีความไม่เหมือนกองทุนอื่น คือมีการคุ้มครองผลตอบแทนตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นหากถ้าเราไปลงทุนหวือหวาขึ้นมา ขาดทุนขึ้นมา รัฐบาลต้องเติมสตางค์ให้กับ ประชาชนอย่างน้อยนะคะ ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ๑ ปี อันนี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะลงทุน ได้อย่างมืออาชีพ หรือเป็นลักษณะว่าต้องมีผลตอบแทนสูง แต่ถ้าขาดทุนขึ้นมามันก็จะเป็น ภาระรัฐบาลในอนาคต เป็นสิ่งที่กำลังศึกษาอยู่ว่าการจัดพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) เป็นอย่างไร ปัจจุบันที่เราทำอยู่คือ ๘๐ ๒๐ คือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ในความเสี่ยงต่ำมาก แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ในความเสี่ยงปานกลางถึงสูง ซึ่งที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๒ หรือปี ๒๕๖๓ จริง ๆ ในพอร์ต (Port) ลงในหุ้นยังไม่มีนะคะ เพราะเนื่องจากว่าพยายามจะดูแลเงินกองทุน อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเรามองลองเทิร์ม (Long term) นะคะว่าตั้งแต่ตั้งกองทุนมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบัน ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยตกประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ต่อปีอยู่แล้ว แต่อย่างที่บอกว่าอาจจะไม่ชนะเงินเฟ้อในอนาคต ซึ่งเรามองลองเทิร์ม (Long term) อยู่แล้ว ว่าการลงทุนพอร์ต (Port) นี้อยากจะเห็นนะคะ ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย ๑๐ ปีข้างหน้าคือ ๔ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการจัดพอร์ต (Port) เอสไอเอ (SIA) มันก็ต้องมีการวางกลยุทธ์ ซึ่งเรามีทางอนุลงทุนแล้วก็มีทางรองเลขาธิการมาทำหน้าที่นี้อยู่นะคะ
สำหรับของท่านสมาชิกนะคะ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ก็บอกว่า จริง ๆ แล้วแรงงานทั้งหมด ๒๐ กว่าล้านคน เป็นสิ่งที่เป็นเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ อยู่แล้ว แต่อุปสรรคที่เกิดขึ้นก็คือว่าตัวคนที่สมัครได้จะต้องเป็นแรงงานนอกระบบ ไม่มีระบบ ประกันสังคม ไม่ได้เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ได้สมาชิก กบข. ซึ่งอยู่กระจัดกระจาย ตามพื้นที่ต่าง ๆ แล้วก็เป็นการออมภาคสมัครใจนะคะ แล้วก็อายุ ๑๕ ปี ถึง ๖๐ ปี จากการที่เราลงพื้นที่จะเห็นว่าสมาชิกเราจริง ๆ พอ ๕๘ ปี ๕๙ ปีเริ่มตระหนักการออม เพื่อการเกษียณ แล้วก็หมดอายุที่ไม่สามารถสมัครได้ เพราะฉะนั้นในปีนี้เองเรามีการจ้าง ทางที่ปรึกษาคือทางทีดีอาร์ไอ (TDRI) มาศึกษาแล้วว่าเราต้องปรับปรุงกฎหมาย กอช. ซึ่งตอนนี้อยู่ในการพิจารณากันอยู่นะคะว่า ๑. ที่จะต้องทำเลยก็คือการขยายอายุให้ถึง ๖๕ ปี เพื่อจะเปิดโอกาสให้คนมีการออมมากขึ้นในวัยชราภาพ ซึ่งล้อกับประกันสังคมที่เขาแก้ กฎหมายไปแล้วนะคะ อันนี้จะต้องเข้าสภา อันที่ ๒ คือการเปิดโอกาสให้กับคนประกันสังคม มาตรา ๔๐ ที่เป็นแรงงานนอกระบบ ซึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ การตั้งกฎหมายฉบับนี้ตอนนั้นไม่มี มาตรา ๔๐ มีแต่มาตรา ๓๓ ก็จึงต้องกัน พ.ร.บ. เองก็คือไม่ให้คนที่มีการจ่ายบำเหน็จบำนาญ ซ้ำซ้อนของภาครัฐภาระทางด้านการคลังเข้ามาสู่ กอช. ได้ ดังนั้นจะพยายามเสนอปลดล็อก ตรงนี้เพื่อจะให้สมาชิก กอช. สามารถสมัครประกันสังคมมาตรา ๔๐ ได้ เพราะว่า ตัวประกันสังคมเอง กอช. เอง มีความต่างคือว่าเราดูแลแค่บำนาญอย่างเดียว แต่ตัว ประกันสังคมดูแลทั้งสวัสดิการ เรื่องชดเชยรายได้และฌาปนกิจ การทำบูรณาการ ๒ กระทรวงนี้อาจจะเป็นผลดีกับประชาชนในอนาคต แต่ว่าก็อยู่ในช่วงที่ต้องทำภายในปีนี้ นี่เป็นแผนงานอยู่แล้วค่ะ
สำหรับความน่าสนใจของกองทุน จริง ๆ เราเองก็รู้อยู่แล้วค่ะว่า ๑,๒๐๐ บาท หรือ ๖๐๐ บาท มันน้อยมากนะคะ ก็พยายามปรับกฎกระทรวง ซึ่งเราก็มีจ้างทางวิจัยว่า จะขอปรับเงินสะสมของประชาชนจาก ๑๓,๐๐๐ บาท เป็น ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ของฝั่ง รัฐบาลจาก ๑,๒๐๐ บาท เป็นแมกซิมัม (Maximum) คือ ๑,๘๐๐ บาท แต่ที่ผ่านมาเรามี การทบทวนแล้วก็มีการส่งเรื่องให้ที่กระทรวงการคลังพิจารณาอยู่นะคะ อันนี้เป็นการแก้ปรับ กฎกระทรวงที่เรากำลังดำเนินการอยู่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเราทำอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าอย่างที่บอก ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปนะคะ
สำหรับในช่วงโควิด (COVID) นะคะ เรามีอะไรช่วยเหลือบ้างไหม ต้องบอกว่า เราเองไม่ได้มีงบประมาณขนาดนั้นนะคะว่าเราก็คือเป็นกองทุนภาคสมัครใจ สมาชิกสามารถส่ง ไม่ส่งก็ได้ ไม่ได้บังคับ อย่างที่บอกว่า ๕๐ บาทต่อปีต่อครั้ง ไม่เกิน ๑๓,๒๐๐ บาทต่อปี ต่อครั้ง เขาไม่ใส่ ๒-๓ ปี ไม่ได้ว่าอะไร แต่รัฐบาลไม่สมทบ เพราะหลักการของเราเมื่อคุณออม รัฐช่วยออม แล้วคุณจะได้บำนาญเป็นการยืดหยุ่นนะคะ แต่ก็มีสมาชิกโทรศัพท์เข้ามาปรึกษา ว่าทำอย่างไรก็หยุดการส่งออมเสีย ต้องบอกว่าปีที่ผ่านมาปี ๒๕๖๓ เองปีนี้จะเห็นได้ว่า เราเจอภาวะโควิด (COVID) ประชาชนก็บอกว่า ต้องบอกว่าเป้าไม่ได้ตามเป้านะคะ ดิฉัน บอกล่วงหน้าเลย เนื่องจากว่าเข้าใจว่าแรงงานในระบบคือพอโดนล็อกดาวน์ (Lockdown) เขาไม่มีรายได้ ก็ต้องดูแลเขาก่อน เพราะฉะนั้นเราก็บอกว่าก็หยุดออมไปก่อนจนกระทั่งมีถึง มาใส่กันและกัน แต่ก็ต้องบอกดีใจว่าสมาชิกค่อนข้างเข้าใจ แล้วพยายามสะสมอย่างน้อย เดือนละ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท เป็นการเริ่มนะคะ ต้องบอกเป็นการเริ่มให้ประชาชนเข้าใจ ว่าการออมเพื่อการเกษียณจำเป็นจริง ๆ จะบอกว่าเงิน กอช. พอใช้ไหม ต้องบอกว่าไม่พอใช้ แน่นอน เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการออม เป็นทางเลือกหนึ่งที่ท่านสมาชิกบอกว่าการออมดูไม่น่า จูงใจก็เห็นด้วย แต่ถ้าเทียบว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากถ้าสมมุติท่านเอาเงิน ๑๓,๒๐๐ บาท ไปฝากธนาคาร ๑ ปี ฝากประจำ ๑ ปี ถ้าเงินสมทบของภาครัฐสำหรับเยาวชนตั้งแต่ ๑๕-๓๐ ปี ๖๐๐ บาท เทียบก็ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ถ้าเป็นเงินฝากนะคะ ถ้าเงินสมทบ ๙๖๐ บาท ก็ประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าสมทบ ๑,๒๐๐ บาท คือ ๙ เปอร์เซ็นต์ เราพยายามจะบอก ชาวบ้านว่าถ้าเงินก้อนนี้เป็นเงินออมสำหรับฝากธนาคารระยะยาวกองทุนนี้ กอช. เหมาะสมค่ะ แต่ต้องจัดเงินให้ดี เพราะเนื่องจากว่าเขาอาจจะมีเงินจำกัด เราพยายามสอนเขาว่าพยายาม แบ่งเงินบางส่วนมาออมกับ กอช. บางส่วนท่านก็กองทุนหมู่บ้านก็ว่าไป อันนี้เป็นสิ่งที่ การลงพื้นที่พยายามสอนให้ชาวบ้านเข้าใจว่าการกระจายความเสี่ยงหรือการลงทุนเป็นสิ่งที่ต้อง ไดเวอร์สิฟาย (Diversify) ให้เข้าใจนะคะ
สำหรับเงินกองกลางที่ทางท่านสมาชิกถามมา เงินกองกลางของ กอช. เวลา เราของบประมาณเราจะเอาเงินตรงนี้ที่รัฐบาลให้มามาอยู่กับเงินกองกลางเป็นเงินสำหรับ สมทบสมาชิกและเงินใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน เมื่อไรสมาชิกเติมเงินมาเราก็จะใส่ ตามสัดส่วนช่วงอายุ เงินกองกลางที่ลงนี้ถ้ามีสมาชิกเข้ามาเราก็ต้องเอาเงินนั้นมาเติมให้ได้นะคะ ที่ผ่านมาเงินกองกลางลดลงเนื่องจากว่าสมาชิกโตก้าวกระโดดประมาณ ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้เราดึงเงินกองกลางที่เคยมีตั้งแต่ตั้งกองทุนมาที่สมาชิกไม่เข้าเป้าเงินกองกลาง ก็ยังคงเหลือนะคะ เนื่องจากว่าการเติมเงินสมาชิกต้องเป็นตาม พ.ร.บ. คือต้องเป็นตามที่ สมาชิกเข้ามารัฐบาลเติมให้ทำให้เงินกองกลางลดลงค่ะ
สำหรับเรื่องพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ท่านสันติคะ เราลงทุนโดยตัวพนักงาน ของเราเอง คือเรามีรองเลขาธิการในการบริหารจัดการ ต้องบอกต้นทุนในการดำเนินงาน ไม่ได้สูงอะไรเลย รายได้จากกองทุน กอช. มีทางเดียวคือเก็บค่าบริหารจัดการจากกองทุน ของสมาชิกแค่ร้อยละ ๑.๐ ก็คือประมาณ ๑๐ สตางค์ต่อปีนะคะ นี่เป็นสิ่งที่รายได้จาก กอช. มีแค่ ทางเดียว เพราะฉะนั้นต้นทุนในการดำเนินงานค่อนข้างต่ำค่ะ แล้วก็การกระจุกตัวที่ท่านพูดถึง ก็คืออย่างที่บอกว่าเรากำลังปรับพอร์ต (Port) ว่าทำอย่างไรจะให้ผลตอบแทนกับความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นของกองทุนมันสมดุลกัน อันนั้นเป็นสิ่งที่เรากำลังพิจารณาแล้วก็ดำเนินการกันอยู่ค่ะ อันนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามที่จะทำความเข้าใจกับสมาชิกว่าจริง ๆ แล้วกองทุนเราไม่ได้หวือหวา ไม่สามารถจะหาผลตอบแทนได้ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปีได้ เพราะเนื่องจากเรามีเรื่องภาระ ทางการคลัง ถ้าเราขาดทุนมาเมื่อท่านครบ ๖๐ ปี ถ้าขาดทุนรัฐบาลต้องสมทบเงินให้อย่างต่ำ เท่ากับด้วยเงินฝากประจำ ๑ ปีที่เป็นไปตามกฎหมายนะคะ
สำหรับบทเรียนที่ท่านถามว่าทำไมสมาชิกก้าวกระโดด เนื่องจากว่า เรามีการลงพื้นที่อย่างที่บอกว่าไปทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ต้องบอกทั่วประเทศ เลยให้เข้าใจว่าการออมกับ กอช. เป็นการวางแผนระยะยาวถึงจะเป็นเงินน้อยแต่ลองใส่ดูว่า ถ้าคุณฝากธนาคารหรือคุณทำอย่างอื่นนี่คุณอาจจะได้ผลตอบแทนที่หวือหวาแล้วก็สั้น แต่ว่าอันนี้เป็นเงินเก็บระยะยาว แล้วพยายามถอดบทเรียนว่าต้องทำงานคู่กับกระทรวงต่าง ๆ สำหรับเยาวชนในปี ๒๕๖๓ นี้เองเราไปทำงานกับกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็จะพยายาม ให้เข้าใจว่าพยายามให้นักเรียนออมวันละบาท สองบาท อย่างน้อยเดือนละ ๕๐ บาท หรือ ๑๐๐ บาท เป็นการสร้างให้เขามีวินัยในการออม ซึ่งน่าจะมีผลจะทำให้เต็มที่ประมาณ ปีนี้ที่จะลงโรงเรียนซึ่งเราทำไปแล้วปีที่แล้วคือทำอบรมคุณครูแล้วก็นักเรียนที่เป็นประธาน นักเรียนของโรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ ไปแล้วประมาณ ๑๐๐ กว่าโรงเรียน ซึ่งพยายาม จะอิมพลีเมนต์ (Implement) ทำอยู่ แต่เนื่องจากติดภาวะโควิด (COVID) ก็เลยยังไม่ได้ สมาชิกเท่าที่ควรนะคะ
อุปสรรคในการหาสมาชิกอย่างที่เรียนท่านว่าพอเราไปถึงชุมชนหมู่บ้านต่าง ๆ ทุกคนอยากออมแต่ติดเรื่องอายุค่ะ อันนี้เราก็แก้ปัญหาแล้วคือจะขอขยายอายุ ซึ่งเสนอ ทางคณะทำงาน แล้วก็กำลังจะปรับปรุง พ.ร.บ. จะต้องเสนอเข้ามาอีกทีนะคะ
สำหรับถ้าบอกว่าสมาชิกมีส่วนร่วมไหม ต้องบอกว่าโครงสร้างของบอร์ด (Board) เรา คณะกรรมการเราจะประกอบไปด้วยสมาชิกตัวแทนของ กอช. เองตามภูมิภาค มี ๖ ท่าน มาจากภาคตะวันออกคือทุกภาคจะเป็นการเลือกมา ๓ ปีครั้งหนึ่งเป็นการเลือก ตัวแทนสมาชิกเข้ามามีบทบาทนั่งในคณะกรรมการกองทุน กอช. เพื่อจะดูแลการดำเนินงาน หรือให้ความคิดเห็น จริง ๆ อันนี้มีส่วนร่วมอยู่แล้วในโครงสร้าง ก็จึงเรียนมาเพื่อทราบค่ะท่าน