จรุงวิทย์ ภุมมา หารือแนวทางการป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง โดยเน้นการส่งเสริมความโปร่งใส ลดอิทธิพลของเงินในการเลือกตั้ง และผลักดันให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งผ่านการศึกษาวิถีพลเมืองดีตั้งแต่ระดับรากหญ้า พร้อมเสนอให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่เข้มแข็งด้วยการอบรมสมาชิกให้ยึดหลักจิตสาธารณะ ไม่ทุจริต และเคารพสิทธิผู้อื่น รวมถึงเรียกร้องให้ กกต. เร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการคุ้มครองพยาน รางวัลผู้แจ้งเบาะแส และประเมินบทบาทผู้ตรวจการเลือกตั้งอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกันก็ชี้ถึงปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าและอุปสรรคจากโครงสร้างการเมืองที่มี ส.ว. เกี่ยวข้อง ส่งผลต่อการดำเนินงานในหลายด้าน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ ก็ได้รับฟังหลาย ๆ ท่านก็รู้สึกหูอื้อ ตาลายอยู่เหมือนกันนะครับ เมื่อสักครู่ก็ได้ยินนะครับ คำที่ดีมากของท่านอาจารย์กนกครับ ลดอำนาจเงิน ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจนโยบาย เมื่อสักครู่นี้ผมได้ยินแล้วผมค่อนข้างประทับใจครับ คือแนวทางการดำเนินงานของ กกต. เราได้ยินมาทุกปีเกี่ยวกับเรื่องการซื้อเสียงแล้วจัดการไม่ได้นะครับ แต่ว่าไม่ว่ายุทธศาสตร์ ต่าง ๆ ที่ออกมาก็เกี่ยวกับเรื่องการที่จะให้การซื้อเสียงลดลงหรือไม่ให้มีทั้งสิ้น ผมขออธิบายว่า บางท่านได้ถามว่า กกต. จะทำอย่างไร ยังมีซื้อเสียงอยู่หรืออะไรก็ตามอย่างนี้ครับ
อันแรกเลยครับ การแสวงหาวิธีการที่สะดวก โปร่งใส ให้ประชาชนมีส่วนร่วม กกต. พยายามทุกวิถีทางให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้เยอะ ๆ ใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก ๆ เพราะจำนวนของคนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งมาก ๆ อำนาจเงิน คนที่รับเงิน จ่ายเงินไปแล้ว อาจจะแพ้คนที่มาเลือกตั้งจำนวนมากได้ ปริมาณครับ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องหน่วยเลือกตั้ง ปัจจุบันนี้โยงมานิดหนึ่งนะครับ หน่วยเลือกตั้งท้องถิ่น อบจ. ที่เพิ่งเลือกตั้งเสร็จนี่นะครับ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด (COVID) ก็พยายามที่จะออกแบบหน่วยเลือกตั้งร่วมกับ กรมควบคุมโรคว่าหน่วยเลือกตั้งท่ามกลางสถานการณ์โควิด (COVID) นั้นไม่เป็นสถานที่แพร่เชื้อ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ออกมาเลือกตั้งกันเยอะ ๆ นั่นเองนะครับ กรณีนี้ก็คือให้คนมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ ๆ เยอะมากเท่าไรก็ยิ่งดีนะครับ ขณะเดียวกัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ ๆ การเลือกตั้งคุณภาพก็ต้องพลเมืองที่มีคุณภาพด้วย การมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ ๆ ก็คือพลเมืองที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง กกต. มีการส่งเสริม ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตระหนักรู้ เข้าใจในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตย เราสร้าง ศส.ปชต. ทั่วประเทศครับ วันนี้ก่อนที่จะมาชี้แจงได้ไปพบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรามี ศส.ปชต. ทั่วประเทศทุกตำบล เรามีหน่วยแล้ว เรามีหมู่บ้านไม่ขายเสียง ปัจจุบันนี้ ๑๐,๒๐๘ หมู่บ้าน เราขาดอยู่ที่ระบบการศึกษาของเราว่าจะบรรจุหลักสูตรพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตยเข้าไปในหลักสูตร เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก ๆ ๔ ช่วงชั้น จนถึงมหาวิทยาลัย บางท่านอาจจะไม่ได้ติดตามว่าหลักสูตรพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตย เป็นอย่างไร แก่นของเรื่องครับ คอนเซ็ปต์ (Concept) ของวิถีประชาธิปไตยคือ อันดับแรก คิดวิเคราะห์แบบมีเหตุผลนะครับ อย่างเช่นได้ข่าวอะไรมาเรื่องหนึ่งอย่าเพิ่งไปทึกทักว่า เป็นแบบนี้นะครับ ดูให้ละเอียดก่อนว่าเป็นอย่างไรแล้วค่อยตัดสิน นี่ละครับหลักการคิด วิเคราะห์แบบมีเหตุผล
หลักการที่ ๒ มีจิตสาธารณะ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ ส่วนตน เงินภาษีราษฎรที่เก็บภาษีไปถ้ามีจิตสาธารณะแล้วคนที่มาทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐหรืออะไรก็ตามก็ไม่ทุจริตครับ เพราะว่าเป็นของสาธารณะต้องไปใช้เกี่ยวกับ เรื่องสาธารณะทั้งสิ้น
อันที่ ๓ เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่รู้จักแต่สิทธิของตัวเองเคารพสิทธิผู้อื่นด้วย อันนี้ค่อนข้างจะเยอะพอสมควรที่บางคนก็ยังไม่เคารพสิทธิผู้อื่นที่ทำอยู่ทุกวันนี้ เคารพ ระเบียบ กฎ วินัยต่าง ๆ นี่คือเนื้อหาสาระของพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย ซึ่งจะเข้าไป ในโรงเรียน ปัจจุบันนี้ไปทุกหมู่บ้านแล้ว พัฒนาการ ศส.ปชต. คือหมู่บ้านไม่ขายเสียง บางท่านบอกว่าหมู่บ้านไม่ขายเสียง ซื้อกันทั้งหมู่บ้าน ขายกันทั้งหมู่บ้าน จริง ๆ แล้ว เป็นเรื่องการรณรงค์ครับ เพื่อให้เขาเกิดความรู้สึกว่าทำอย่างไรนะครับ ทำอย่างไรก็คือว่า จะให้ระบอบประชาธิปไตยของเราเจริญรุ่งเรือง ก็คือไม่ขายเสียง ไม่ให้คนมาซื้อเสียงนั่นเอง ๒ ประเด็นแล้วที่ผมอธิบายให้ฟัง ก็คือการให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ ๆ คนมาใช้สิทธิเลือกตั้งก็ต้องเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพด้วย
อันที่ ๓ ส่งเสริมให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง เป็นสถาบันทางการเมืองครับ ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองก็เห็นใจหลาย ๆ พรรค ที่ต้องมีโทษปรับทางปกครอง กฎหมายพรรคการเมืองนี่เปลี่ยนใหม่ครับ หลังจากที่ประชุม พรรคแล้ว กฎ ระเบียบต่าง ๆ ใช้ได้ทันที นายทะเบียนพรรคการเมืองมีแต่รับรายงาน เข้ามาแล้วลงราชกิจจาให้เป็นเรื่องทางธุรการ ก็คือส่งเสริมให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทาง การเมือง แต่ไม่รายงานภายใน ๑๕ วันก็จะต้องโดนโทษปรับลักษณะอย่างนี้ก็เกือบ ทุกพรรคก็โดนปรับ แต่มีพรรคบางพรรคปรับน้อยที่ค่อนข้างจะละเอียดมีการดำเนินงาน ที่ค่อนข้างจะละเอียดมากครับ หรือน้อยถึงไม่โดนเปรียบเทียบปรับเลยก็มี การส่งเสริม ให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งนี่ก็คือรวมถึงสมาชิกด้วย เพราะฉะนั้น สมาชิกพรรคหรือผู้สมัครที่เป็น ส.ส. อะไรก็ตามก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่องพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตยด้วย พรรคการเมืองก็เป็นเอเยนต์ (Agent) ในส่วนหนึ่ง แต่ว่าเรายังไม่สามารถที่จะให้ท่านมารับเป็นหลักสูตรอันนี้ได้ เพราะว่าพอเข้ามาทำหน้าที่ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ค่อนข้างจะยาก ก็มีหลักสูตรอยู่หลักสูตรเดียวนะครับ หลักสูตร พตส. ของเราก็จะได้เชิญพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าไปเรียนรู้ว่า การดำเนินงานของ กกต. เป็นอย่างไรบ้าง คือ ศส.ปชต. ที่เราสร้างขึ้นมามีอยู่ปีหนึ่งเราได้พา นักศึกษา พตส. ซึ่งมี ส.ส. อยู่ด้วยไป ศส.ปชต. ซึ่งเข้าใจว่าเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนะครับ พูดว่านักการเมืองที่ซื้อเสียงจะเข้าไปทุจริตเลือกตั้งแน่นอน เราโซเชียลไลซ์ (Socialize) ไปในระบบอย่างนี้ เท่านั้นล่ะครับก็เกิดเป็นปะทะกัน ๒ ฝ่ายเกิดที่ตำบลตำบลหนึ่งครับ ผมต้องไปเป็นกรรมการว่าเขาไม่ได้กล่าวหาทั้งหมดเขากล่าวหาเฉพาะที่ซื้อเสียง แล้วเข้ามา มีอำนาจ แล้วเข้ามาทุจริตครับ นี่คือเนื้อหาสาระของที่เราบรรจุไว้ในหลักสูตรพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตยครับ มีเอกสารให้อ่านถ้าสนใจแล้วเข้าไปในเว็บไซต์ (Website) ได้ก็มี ของเราได้ต่อสู้มาตลอด ภาพที่ผมอธิบายให้เห็น ๓ อย่าง ก็คือเพื่อไม่ให้มีการซื้อเสียงเกิดขึ้น เราได้ยินมาตลอด แล้วขึ้นมานั่งตรงนี้ทีไรก็เกิดความรู้สึกชาไปทั้งตัวทุกที หูอื้อ ตาลาย เกี่ยวกับเรื่องซื้อเสียง แต่ที่พูดมานี่ครับเป็นเรื่องของระยะยาว แล้วระยะสั้นละครับ กกต. มีอะไรบ้าง
อันแรก กฎหมายฉบับใหม่ พ.ร.ป. กกต. ให้เกี่ยวกับเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง ให้สินบนรางวัลแก่ผู้ชี้เบาะแส โดยเฉพาะคดีท้องถิ่นให้ ๑๐๐,๐๐๐ ถึง ๑ ล้านบาทเลยต่อคดี ก็ยังไม่มีนะครับ ยังไม่มีเราก็พร้อมที่จะรับอยู่ก็ประชาสัมพันธ์ตลอดก่อนเลือกตั้ง ก็ประชาสัมพันธ์ไปว่ามีสินบนรางวัลให้ ถ้าเอาพยานหลักฐานมาให้กับเจ้าหน้าที่ กกต. ที่จังหวัด แล้วก็มีการคุ้มครองพยานด้วย มีปกปิดพยานด้วย มีครบทุกอย่างครับ มีอย่างเดียว ก็คืออาจจะประชาสัมพันธ์น้อยไปก็ได้ แต่ว่าก็มีการพูดตลอด แล้วก็ถ้ามีการเลือกตั้ง เราก็มีการแถลงออกไป มีการสื่อประชาสัมพันธ์ออกไปค่อนข้างจะเยอะพอสมควรนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุ้มครองพยาน ให้สินบนรางวัลอะไรต่าง ๆ นะครับ การมีผู้ตรวจการเลือกตั้งนี่นะครับ เปลี่ยนจาก กกต. จังหวัดไปเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง ก็เอามาเพื่อจัดการเรื่องซื้อเสียงนี่ละครับ ให้ตรวจครับ ส่วนหนึ่งเราอาจจะประเมินผลไม่ได้ เวลานี้ แต่ถ้าเทียบกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ผมต้องขออภัยด้วยว่าในส่วนที่การเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมาผู้ตรวจการเลือกตั้งก็มีครับ แต่อาจจะทำงานยังไม่ได้ เพราะว่าเหมือนลักษณะที่ว่าใหม่ แต่เลือกตั้ง อบจ. ในครั้งนี้เราได้ดูและรับรายงานตลอด มีการประเมินผลผู้ตรวจการเลือกตั้งนี้ ด้วยนะครับ ก็มีการรายงานว่าไปพบกับผู้ใหญ่บ้านที่หมู่นี้ ๆ ให้ข้อมูลว่าอย่างนี้ ๆ อะไรต่าง ๆ พวกนี้นะครับ ผลแห่งการป้องปรามด้วย แล้วผลแห่งการที่บางที่มีการจับกุมด้วย โดยร่วมกับ ตำรวจในการจับกุมหัวคะแนนที่กำลังไปซื้อเสียง อย่างที่ท่านติดตามข่าวก็คงจะเห็นนะครับ ทราบว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งก็ทำงานเต็มที่ ดูจากรายงานในห้วงเวลานี้ ก่อนที่ท่านจะเสนอยุบ หรืออะไรก็ตามเปลี่ยนแปลงนะครับ ก็ขอให้รับทราบการประเมินผลในตอนปลายด้วยว่า จะเข้ามาดำเนินการตามกฎหมายใหม่ที่ให้มานี้ได้ผลเพียงไร
ในการเลือกตั้ง อบจ. ที่ผ่านมา ผมยกตัวอย่างนะครับ อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับ รายงานนี้ เพราะว่าพัฒนาการของสิ่งต่าง ๆ มันก็เปลี่ยนแปลง ต้องขออภัยด้วยครับ รายงาน ก็มาช้า ผมก็เร่งรัดแล้วนะครับ ปี ๒๕๖๒ อีกไม่กี่เดือน สมัยหน้าน่าจะเข้ามาชี้แจงท่านได้นะครับ คือคดีที่ร้องเรียน อบจ. ทั้งหมดมี ๕๐๐ กว่าเรื่อง ที่เป็นสำนวนประมาณ ๒๖๐ เรื่อง เทียบกับปี ๒๕๔๗ นะครับ เลือกตั้งท้องถิ่นประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคดี ก็ดูลดน้อยลงนะครับ อาจจะมีเป็นประเด็น เป็นปัจจัยที่ทำให้คดีลดลงได้ ก็ขอให้มีการประเมิน รับฟังการประเมิน ต่อไปด้วยนะครับ
ส่วนประเด็นเรื่องงบประมาณครับ งบประมาณของ กกต. นี่นะครับ เราก็ขอ ไปเต็มที่ เรามีเจ้าหน้าที่ครับ มีเงินต้องใช้จ่ายนะครับ โดยเฉพาะเงินใช้จ่ายบุคลากร เราก็ขอ ไปเต็มที่ แต่งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นลักษณะที่เหมามาให้ แล้วก็ไม่ต้องคืนครับ สำนักงบประมาณจะทราบตลอดครับว่าของเรามีเงินเหลืออยู่เท่าไร เราขอไป ๒,๐๐๐ เราได้ ๑,๕๐๐ ครับ ที่เหลือก็คือให้ใช้เงินที่เหลือจ่ายแต่ละปี แล้วจำนวน เงินที่ใช้จ่ายทำไมเบิกจ่ายน้อยครับ เหตุผลก็มีอยู่ครับ เพราะว่าบางทีการใช้จ่ายข้ามปี ไปเสร็จเอาสิ้นปีอีกปีหนึ่ง ไปเสร็จเอาปลายปีข้ามปีงบประมาณ ก็ต้องมีการชำระบัญชี ในปีถัดไปนะครับ บางโครงการที่กำลังจะดำเนินการ ปรากฏว่ามีการเลือก ส.ว. เข้ามาด้วย ทำให้ใช้ไม่ทันนะครับ เงินก็ใช้ไม่ทัน ของเรามีงานจรค่อนข้างจะเยอะ แต่จริง ๆ งานจร มันไม่ใช่งานจรนะครับ เป็นงานหลักครับ ไม่ว่าจะเป็นการเลือก ส.ว. การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งจะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ด้วยนะครับ อาจจะใช้ งบประมาณในช่วงที่จะไปทำซีวิก เอดดูเคชัน (Civic Education) ไม่ทัน เพราะว่าจังหวัด เรามีประมาณ ๒๐ คน มีเจ้าหน้าที่ประมาณ ๒๐ คนต้องไปทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องจัดการ เลือกตั้งด้วย ก็กราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องที่ชี้แจงมีเท่านี้ ขอบคุณมากครับ