กนก ชี้ปัญหาทุจริตเลือกตั้ง-วัฒนธรรมครูกดทับนักเรียน ห่วงประชาธิปไตยในโรงเรียน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔

กนก วงษ์ตระหง่าน หารือปัญหาการทุจริตการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการแต่งตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเป็นกรรมการฯ และการขาดคุ้มครองพยาน พร้อมเรียกร้องแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจาก กกต. นอกจากนี้ยังเน้นย้ำการส่งเสริมวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน ชี้ปัญหาวัฒนธรรมอำนาจนิยมของครูที่ขัดขวางการเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตย และเสนอให้ กกต. ลงพื้นที่อบรมครูอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ระดับประถมด้วยกิจกรรมเสริมสร้างการคิดวิเคราะห์ พร้อมเสนอแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมแทนการใช้อำนาจ เพื่อแก้ไขปัญหาการประท้วงในโรงเรียนอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมจากที่ท่านเลขาธิการ กกต. ได้กรุณา ตอบคำถามเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน

ในประเด็นแรกผมดีใจที่ท่านเลขาธิการ กกต. บอกว่าเห็นด้วยกับหลักคิด ที่สำคัญ คือการลดอำนาจเงิน ลดอำนาจรัฐ แล้วก็เพิ่มอำนาจของนโยบายและคุณภาพของ ผู้สมัครที่จะเป็นยุทธศาสตร์ของการทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ผมคิดว่าตรงนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แล้วผมก็อยากขออนุญาตฝากกับท่านเลขาธิการ กกต. ว่าในเชิงระบบ เราจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างไรอันนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งนะครับ ทีนี้ในประเด็นที่ผม ขออนุญาตกราบเรียนที่ผมได้อภิปรายไว้ ในระยะสั้นถ้าท่านจำได้ผมพูดถึงเรื่องการจัดการ เลือกตั้งในระดับหน่วยเลือกตั้ง ที่ท่านพูดถึงในแผนระยะสั้นเกี่ยวกับเรื่องสินบนนำจับ เรื่องอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าอันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ดี แต่ที่สำคัญมากกว่าครับท่านประธาน ก็คือในการเลือกตั้งในปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาของ ส.ส. ปัญหาสำคัญก็คือการที่ กกต. จังหวัด ตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นกรรมการการเลือกตั้ง ตรงนั้นคือปัญหาครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ก่อนหน้านี้ระบบเรื่องการทุจริตในหน่วยเลือกตั้งมันไม่รุนแรงเท่าปี ๒๕๖๒ นะครับ เพราะว่า กรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยคนหลายฝ่าย แล้วก็มีการเรียกว่าโปร่งใสแล้วก็ดูกัน แต่ปรากฏว่าถ้าการเลือกตั้งที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นกรรมการการเลือกตั้งมันมีปัญหาอย่างยิ่ง

แล้วเรื่องที่ ๒ ในหน่วยเลือกตั้งที่มันเป็นปัญหาก็คือว่าคนที่จะเป็นพยาน เขาไม่มั่นใจในเรื่องของการคุ้มครองพยานครับ เมื่อเป็นเช่นนี้คนที่เห็นการเลือกตั้งแล้วก็ สามารถที่จะยืนยันเขาก็ไม่มั่นใจในความปลอดภัยครับท่านประธาน อันนั้นเป็นตัวอย่าง ความหมายที่ผมพูดตรงนี้เพื่อจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังเลขาธิการ กกต. ว่า เราต้องการวิธีปฏิบัติครับท่านประธานที่จะแก้ปัญหา เราไม่ต้องการทฤษฎีหลักคิดแต่เพียง อย่างเดียว เราต้องการวิธีปฏิบัติในการแก้ปัญหาครับท่านประธาน

สำหรับประเด็นที่ ๒ ที่ท่านเลขาธิการ กกต. ได้พูดถึงเรื่องของการทำงานกับ กระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่าการเลือกตั้งที่ดีต้องมาจากการที่มีประชาชนที่มีคุณภาพ ซึ่งผมเห็นด้วยกับท่านในประเด็นนี้ ทีนี้ในจุดนี้หลักคิดเรื่องพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย ซีวิก เอดดูเคชัน ฟอร์ เดโมเครซี (Civic Education for Democracy) ที่ท่านพูดถึงนั้น ผมคิดว่าเป็นหลักการที่ถูกต้องแล้วก็สนับสนุน แต่ตัวที่ผมขออนุญาตเป็นห่วงกับท่าน พอไปถึงการปฏิบัติ ผมทำงานทางด้านการศึกษามากว่า ๓๐ ปี แล้วผมขออนุญาตเรียน กับท่านเลขาธิการเลยว่าสิ่งที่ท่านตั้งใจดีพอไปถึงกระทรวงศึกษาธิการแล้วมันจะบิดเบี้ยว ไปหมด เพราะว่าที่ท่านเรียกร้องว่าหลักสูตรการศึกษาที่จะเข้าใจวิถีประชาธิปไตยได้หัวใจคือ การคิดวิเคราะห์แล้วก็มีเหตุผลตรงนี้ไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตยอย่างเดียว มันทุกเรื่อง ท่านประธานครับ แล้วกระทรวงศึกษาธิการก็ยังทำไม่ได้จนถึงวันนี้ ครูของกระทรวงศึกษาธิการ ก็ทำไม่ได้ครับ ทุกคนพูดเหมือนกัน ครูทั้งประเทศพูดเหมือนกันว่าเราต้องสอนให้นักเรียน ของเราคิดวิเคราะห์เป็น แต่ครูของเราสอนให้คิดวิเคราะห์เป็นไม่เป็นครับ นี่คือปัญหา ที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมมีคำแนะนำครับท่านประธานครับ แล้วก็ผมยินดีถ้า กกต. จะให้ผมไปช่วยตรงนี้ไม่คิดค่าที่ปรึกษาเลยเป็นอาสาสมัครครับ

ในเรื่องแรก ก็คือว่าเรื่องนี้ขอให้ท่านโฟกัส (Focus) ที่ชั้นประถมศึกษาก่อน อย่าไปถึงเรื่องมัธยมศึกษาอย่าไปครับ เอา ป. ๑ เลย เริ่มที่ ป. ๑ เลยนะครับ ในการทำอันนี้ มันมีเรื่องที่ต้องทำ ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ คือการเข้าไปทำแผนการสอนวิถีประชาธิปไตยในชั้นเรียนครับ ตรงนี้ผมไม่มีเวลาที่จะอธิบายทางเทคนิคนะครับท่านประธานครับ มันมีเกมที่จะเล่นได้ เกมเดโมเครซี (Democracy) ที่มีการใช้จินตนาการและการแก้ปัญหาเพื่อการเป็นประชาธิปไตย ของมูลนิธิฟรีดริช เนามัน (Friedrich Naumann) ของเยอรมันดีมากครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทำได้และผมก็เคยทำเรื่องนี้กับนักเรียนด้วยใช้เกมเดโมเครซี (Democracy) อันนี้แล้วนะครับ อันนั้นเป็นเรื่องที่ ๑ การทำแผนการสอนของชั้น ป. ๑ ถึง ป. ๖ เรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน กกต. จะต้องนำครูประจำชั้น ป. ๑ ถึง ป. ๖ ทั่วประเทศครับ ผมคิดว่าก็ประมาณสักหมื่นกว่าคนมาจัดการอบรมให้เข้าใจเรื่องเหล่านี้ แล้วให้ทำให้เป็นครับ ซึ่งอันนี้ทำได้ หลักสูตรตรงนี้ใช้เวลาประมาณ ๒ วันก็ทำได้แล้วครับ อันนี้ก็ทำได้นะครับ นั่นคือเรื่องที่ ๒

และเรื่องที่ ๓ ที่สำคัญมากที่ผมคิดว่า กกต. จังหวัดของท่านต้องลงไปทำ ก็คือการที่จะโค้ช (Coach) ให้ครูสอนจริงในชั้นเรียนเป็นไปตามนั้น เพราะถ้าท่านมีเครื่องมือให้ อบรมให้ แต่กลับไปชั้นเรียนครูก็ไม่สอนครับ ก็สอนตามที่ ผอ. เขตพื้นที่บังคับให้ทำล่ะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องลงไปโค้ช (Coach) แล้วไปเฝ้าดูในชั้นเรียนครับ แล้วตรงนั้นจะเกิด การเปลี่ยนแปลง ผมขออนุญาตฝาก ๓ เรื่องตรงนี้ และผมยินดีครับท่านเลขาธิการจรุงวิทย์ ผมจะไปช่วยท่านจริง ๆ เพราะว่าอันนี้คือสิ่งที่ผมถนัดและผมเก่งครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียน

ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนกับท่านเลขาธิการ กกต. ผ่านท่านประธานก็คือว่า วัฒนธรรมของกระทรวงศึกษาธิการโดยครูนี่เป็นวัฒนธรรมอำนาจนิยมครับ เพราะในชั้นเรียน ครูถูกนักเรียนผิดครับ ตัวอย่างรูปธรรมก็คือมีโจทย์การบ้านข้อหนึ่งนักเรียนทำมาไม่เหมือน คำตอบครู นักเรียนบอกครูผิด แต่นักเรียนจะอธิบายครูบอกเธอไม่ต้องอธิบายเธอผิด เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมในชั้นเรียนของเราเป็นวัฒนธรรมอำนาจนิยมครับ แล้วท่านก็จะ พยายามให้ครูที่เชื่อในอำนาจนิยมมาสอนประชาธิปไตยยากมากครับ ด้วยเหตุผลตรงนี้เอง ผมถึงเรียนกับท่านว่าท่านอย่าประชุมกับปลัดกระทรวงครับ อย่าประชุมกับเลขาธิการ สพฐ. ไม่มีประโยชน์ครับ ท่านลงไปทำในพื้นที่กับโรงเรียน อันนี้ผมเรียนท่านประธานจริง ๆ ผมยินดีช่วยเพราะผมอยากให้มีประชาธิปไตยเกิดขึ้น ท่านเลขาธิการกรุณาติดต่อผมเลย นะครับ

แล้วก็ประเด็นสำคัญก็คือว่าในตลอดเวลาหลายสิบปีมานี้ในชั้นเรียนของเรา นักเรียนถูกอำนาจของครูกดทับมาโดยตลอด การเดินขบวนประท้วงของนักเรียนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้มันเป็นผลจากการที่นักเรียนถูกอำนาจของครูกดทับในโรงเรียนติดต่อกันมา ยาวนาน นี่เป็นปัญหาท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นไม่แปลกใจเลยครับที่นักเรียนไทย ของเราจะนิยมการใช้อำนาจในการแก้ปัญหาครับ ที่ไม่ใช่วิธีการประชาธิปไตยและใช้เหตุผล อย่างที่ท่านเลขาธิการ กกต. ได้พูดถึง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ว่าหลักคิดของท่านถูกต้องแต่วิธีปฏิบัติของท่านจะล้มเหลวนะครับ ถ้าท่านไม่อยากล้มเหลว ท่านติดต่อผมนะครับ แล้วผมจะไปช่วยท่านครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ