ชลน่าน ศรีแก้ว ชี้แจงกรณีรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ส่งล่าช้า โดยยืนยันว่าไม่ผิดกฎหมายเนื่องไม่มีการกำหนดระยะเวลาแน่นอน และอธิบายว่าเกิดจากความไม่พร้อมของทั้งหน่วยงานและรัฐสภา พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเทียบกับผู้ตรวจการเลือกตั้ง รวมถึงปัญหาบัตรเลือกตั้งหลายใบและสีคล้ายกันที่ทำให้ประชาชนสับสนจนบัตรเสียสูง จึงเสนอจัดระบบลงคะแนนแบบสถานีแยกเพื่อเพิ่มความสะดวกและโปร่งใส รวมทั้งวิพากษ์การลงคะแนนแทนที่อาจเปิดช่องให้ทุจริต จึงเสนอแก้กฎหมายให้จำกัดเฉพาะผู้ได้รับความไว้วางใจหรือญาติใกล้ชิด และเรียกร้องให้ป้องกันการแทรกแซงของ กกต. พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการจัดวันเลือกตั้งท้องถิ่นที่อาจกีดกันคนหนุ่มสาว จึงเสนอให้แก้กฎหมายเพื่อรองรับการลงคะแนนล่วงหน้าหรือนอกเขต และเน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสังเกตการณ์เพื่อค้ำประกันความโปร่งใสในการเลือกตั้ง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ ทางผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้ส่งรายงานเป็นผลการปฏิบัติงาน ประจำปีที่ต้องรายงานตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา ๒๒ (๘) ให้กับทางรัฐสภา หมายถึงสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภารับทราบ แล้วก็เผยแพร่เป็นการทั่วไปให้พี่น้องประชาชนรับทราบ ผมขออนุญาตช่วยเหลือคณะกรรมการ การเลือกตั้งนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าสมาชิกเราหลายท่านก็ตั้งความหวังสูงมากว่ารายงานฉบับนี้ ควรจะมาทันเหตุการณ์ มันเป็นรายงานช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๖๐ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๑ ทันเหตุการณ์มันก็น่าจะอยู่ในปีงบประมาณก็คือตุลาคม ๒๕๖๑ ไปถึงกันยายน ๒๕๖๒ มันน่าจะประมาณนั้นนะครับ แต่ว่าสิ่งที่คณะกรรมการได้ดำเนินการไม่ได้มีข้อผิดพลาด บกพร่องใด ๆ นะครับ เพราะว่ากฎหมายเขียนเปิดกว้างมาก ผมจะอ่าน (๘) ให้ท่านประธาน ได้รับทราบนะครับ คณะกรรมการการเลือกตั้งตามมาตรา ๒๒ หน้าที่และอำนาจ (๘) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีและข้อสังเกตต่อรัฐสภา และเผยแพร่ให้ประชาชน รับทราบเป็นการทั่วไป เขียนแค่นี้ครับ ไม่มีบทบัญญัติใด ๆ บังคับว่าจะต้องทำภายในกี่เดือน กี่ปี ซึ่งแตกต่างจากกฎหมายอื่นที่เราเคยเขียนกฎหมายให้ไปนี่มันจะต้องรายงานภายในกี่เดือน กี่วัน เราได้ระบุไว้นั่นก็จะเป็นสิ่งที่บังคับไว้ในกฎหมาย พอไม่มีกฎหมายบังคับก็อาจจะเป็น ความจำเป็นที่ท่านเมื่อมีความพร้อม หรือสภาเราพร้อมก็นำมาสู่การรายงาน ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นหลัก ๆ ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๑ ดูจากรายงาน ในปีต่อไปผมคาดหวังนะครับว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งจะส่งรายงานให้เรา แต่สิ่งที่ผมอยากเห็นไส้ในในเชิงโครงสร้างในบทที่ ๑ หน้าที่ และอำนาจอยากให้เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของโครงสร้างเดิมคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดกับโครงสร้างใหม่ที่ท่านใช้อยู่ในขณะนี้ ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ท่านส่งไปประจำ จังหวัดนี่นะครับ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและผลงานที่เกิดขึ้นในการที่จะทำให้การเลือกตั้ง โปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรมมีนัยสำคัญหรือไม่ในข้อแตกต่างกัน ด้วยความรู้สึกนะครับ ผมไม่ได้ประเมินเป็นเชิงทางวิชาการ แต่เท่าที่ดูมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง กรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดกับผู้ตรวจการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการเลือกตั้งผมไม่แน่ใจว่า ผลงานที่ท่านได้รับขณะนี้เป็นอย่างไร เหตุที่ผมพยายามพูดเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มาเล่าให้ท่านฟัง เพราะรายงานของท่านเองเขียนคำนำไว้ว่าเป็นการเตรียมการเพื่อ การเลือกตั้งในปี ๒๕๖๒ ไม่ว่าจะเป็นที่มาของวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภา หรือการเลือกตั้ง สมาชิกผู้แทนราษฎร เมื่อมีผลการเลือกตั้งจริงผมก็นำมารายงานให้ท่านเป็นการเตรียมการ ตรงนี้จะได้ดูในข้ามปีต่อไปจะได้เกิดผลการปฏิบัติที่ดีที่สุดนะครับ อยากให้เห็นครับ อยากให้ เปรียบเทียบดูว่าอะไรดีกว่ากัน และเหตุผลใดที่ท่านเปลี่ยนจากกรรมการการเลือกตั้งประจำ จังหวัดที่เขารู้พื้นที่ รู้ทุกซอกทุกมุมว่าจะมีการกระทำที่ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรมอยู่มุมไหน อย่างไรนี่ กับการที่ท่านตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งสุ่มไปตรวจนี่ท่านจะได้อะไร ผมฝากด้วย นะครับ นั่นประเด็นแรกสุดครับ
ประเด็นที่ ๒ ผมดูในรายงานและสนใจนะครับ เหมือนเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้ให้ความสนใจคือยุทธศาสตร์ ผลการปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ ๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ นะครับ ผลการปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์ที่ท่านเขียนนี่ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การจัดการเลือกตั้งที่สะดวกและคุ้มค่าต่อประชาชน การจัดการเลือกตั้ง ที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนในยุทธศาสตร์ที่ ๒ แล้วก็ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การจัดการเลือกตั้ง ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ถ้าทำได้ครบถ้วนตามที่ท่านวางไว้นะครับ การเลือกตั้งจะมี ความคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสูด โปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม แต่ว่าสิ่งที่ผมไปดูพอท่านเขียน ยุทธศาสตร์มา กลยุทธ์ที่ทำรองรับหลายเรื่องขาดหายไปครับ ในปีต่อไปผมอยากจะเห็นว่ายุทธศาสตร์ที่ท่านต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมและคุ้มค่าที่สุด ท่านประธานทราบไหมครับ ผมเอาข้อเท็จจริงในหน่วยเลือกตั้งโดยเฉพาะเลือกตั้งที่ผ่านมา หรือเป็นเลือกตั้ง ส.ส. หรือเลือกตั้งนายก อบจ. นี่บัตรเสียเยอะที่สุดครับ โดยเฉพาะ การเลือกตั้งนายก อบจ. และ สจ. ทั่วประเทศ สาเหตุของบัตรเสียเพราะอะไรท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนสับสนมากระหว่างบัตรถือไป ๒ ใบ แม้กระทั่งผมนะครับ ผมต้องเดิน ออกมาแล้วก็ดึงมาดูอีกทีสีไหนที่เป็นนายก อบจ. สีไหนที่เป็น สจ. ท่านประธานทราบไหมครับ บัตรเสียเยอะมาก ผมยกตัวอย่างในพื้นที่เลือกตั้งผม อำเภอหนึ่งขออนุญาตที่ไม่เปิดเผยชื่อ มีผู้สมัคร สจ. เบอร์เดียวก็คือเบอร์ ๑ แต่นายก อบจ. มี ๕ หมายเลขครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ท่านประธานทราบไหมครับ ในอำเภอนั้นกาผู้สมัคร สจ. เบอร์ ๓ ถึง ๑,๒๐๐ คะแนน กาเบอร์ ๓ ท่านประธานครับ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีผู้สมัครเบอร์ ๓ ถ้าเราคิดในมุมกลับถ้าอำเภอนี้ มีคนคนหนึ่งมีเสียงพอประมาณอยู่ที่ ๓,๐๐๐ ไปลงเบอร์ ๓ นี้บวกอีก ๑,๒๐๐ ได้ ๔,๒๐๐ ชนะเลยนะครับท่านประธาน อันนี้คือสิ่งที่อยากให้ กกต. เข้าไปดูว่าจะมีกระบวนการ ทำให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดและสะท้อนสิทธิเสียงของพี่น้องประชาชนอย่างไร มันไม่จำเป็นท่านประธานครับที่คนคนหนึ่งเดินเข้าไปที่คูหาแล้วจะต้องถือบัตร ๒ ใบ ไปลงคะแนน ไปกาคะแนนพร้อมกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่ไม่มีความสะดวก การจัดระบบ การเวียนที่ดีถ้าท่านจำเป็นต้องใช้บัตร ๒ ใบพร้อมกัน หรือ ๓ ใบพร้อมกันนี่นะครับ ทำไมท่านไม่ทำ ๓ จุด ๓ สเทชัน (Station) สเทชันที่ ๑ (Station 1) จุดที่ ๑ รับบัตรนายก เข้าไปกาก่อนครับแล้วมาหย่อน ผ่านไปจุดที่ ๒ รับบัตร สจ. กามาหย่อนตู้ที่ ๒ รับรอง ไม่มีความสับสนครับเพราะเขารู้และเจ้าหน้าที่เราก็บอกตลอดเวลา ผิดกฎหมายไหมครับ ไม่ผิดสิครับ ไม่ได้บังคับบอกว่าคุณต้องถือบัตร ๒ ใบไปกาพร้อมกันแล้วมาหย่อนลงตู้เลือกตั้ง พร้อมกันไม่มีระเบียบ กกต. ที่เขียนไว้อย่างนั้นเลย อันนี้คือการอำนวยความสะดวก และทำให้ผลการเลือกตั้งคุ้มค่า เว้นแต่มีเจตนานะครับ เพราะหลายครั้งผมสังเกตว่า ทำไมออกบัตรเลือกตั้งมาเป็นลักษณะทำนองนี้ต้องการให้บัตรเสียมากหรือเปล่า ทำไมออก สีบัตรเลือกตั้งมันคล้ายกัน ทำไมออกเหลือง แดงไปเลยทำไมต้องมีน้ำเงิน ม่วง น้ำตาล ม่วง อย่างจังหวัดน่าน น้ำตาล ม่วง ท่านประธานครับ มันใกล้กันมากเลย อย่าว่าแต่ผู้สูงอายุเลยครับ พวกเรายังต้องดู ๓ ครั้งเลย อันนี้เรื่องที่ ๑ ผมฝากไปด้วย
เรื่องที่ ๒ สิ่งที่เป็นประเด็นและเป็นปัญหาและมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง คะแนนเพื่อนสมาชิกผมพูดไปเยอะแล้วนี่ผมลงรายละเอียดให้เห็นตัวอย่าง การเขียน กฎหมายให้อำนาจบุคคลอื่นลงคะแนนแทนผู้ที่ไม่มีความสามารถ เช่น ผู้สูงอายุ ชราภาพ หรือผู้พิการเป็นประเด็นมากท่านประธานครับ อันนี้คือเหยื่ออันโอชะของการโกงยกหน่วย เลยนะครับ พอเห็นผู้สูงอายุเดินเข้ามานี่ไม่ต้องประเมินครับ ผ่าน ๖๐ ประคองแขนเข้าไป กาให้ทันที แม้ท่านจะเขียนกฎหมายว่าต้องลงคะแนนเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ประสงค์ ลงคะแนนแล้วใครดูครับเข้าไป ๒ คน ผมจะพยายามกราบเรียนท่านประธานขอแก้ไขมาตรานี้ อาจจะจำเพาะลงไปต้องเป็นญาติเท่านั้นหรือคนที่เขาไว้ใจเท่านั้น ห้ามกรรมการการเลือกตั้ง ในหน่วยจูงแขนเขาไปกาคะแนน คะแนนในหน่วยนั้นโดยเฉพาะการซื้อยกหน่วยนี้ เป็นไปตามที่เขากำหนดได้หมด เพราะว่าสิ่งที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์กนกพูดนี่ ผมเห็นชอบ เห็นพ้อง แล้วก็ชัดที่สุดก็คือปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกตั้งครับ เงิน อำนาจรัฐ และการจัดการ (โกง) การจัดการหรือการโกง
เรื่องต่อไปครับ การอำนวยความสะดวกตามยุทธศาสตร์ที่ ๑ ท่านเขียน มองไปไกลถึงต่างประเทศครับ แต่ผมถามว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมานี่กฎหมายเลือกตั้ง ท้องถิ่นมีเจตนาอะไรที่ไม่จัดให้มีการลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่ท่านก็รู้อยู่ว่า คนลงคะแนนส่วนใหญ่นี่เขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่เลือกตั้ง จริงอยู่ครับแม้ท่านจะให้สิทธิบอกว่า คุณก็ไปแจ้งเหตุของการไม่ได้ไปใช้สิทธิคุณก็ไม่เสียสิทธิ ผลการเลือกตั้งร้อยละของ การออกมาใช้สิทธิน้อยมากนะครับท่านประธาน คนหนุ่มคนสาวแทบไม่ได้กลับไปเลือกตั้ง และเจตนาการจัดวันเลือกตั้งให้อยู่ตรงกลางวันหยุด ๒ วัน หยุดมาแล้ว ๔ วัน มาจัดวันที่ ๒๐ สิ้นปีหยุดอีกนี่เพื่ออะไร ถ้าไม่มองเจตนาว่าอ๋อไม่อยากให้คนหนุ่มสาวมาลงคะแนน ท่านไปห้ามเขาคิดไม่ได้นะครับ ขนาดผมยังต้องคิดเลย แต่ผมก็คิดในเชิงบวก ก็คงว่า เอาที่เหมาะสมที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าท่านคิดว่าจะอำนวยความสะดวก ให้สิทธิให้เสียงเขาเต็มที่ เมื่อเป็นสิทธิและเป็นหน้าที่ท่านต้องอำนวยความสะดวกให้เขานะครับ ต้องแก้กฎหมายเอื้ออำนวยให้เขาไปลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งได้ ที่เราเรียกว่าคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้า หรือคะแนนเลือกตั้งนอกเขตนะครับ
ท่านประธานครับ ประเด็นต่อไปครับ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ยากครับในการที่จะจับการทุจริต ยากครับที่จะจับการโกงได้ แต่ถ้าพี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมจริง ๆ นี่ มียุคหนึ่งที่ทาง กกต. สนับสนุน ส่งเสริมให้มีผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง มีองค์กรกลางไปสังเกตการณ์ในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะปี ๒๕๔๔ ผมเข้าการเมืองครั้งแรก ปี ๒๕๔๔ ผมมั่นใจมากว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นบริสุทธิ์ ยุติธรรม พรรคการเมืองทุกพรรค ส่งตัวแทนของตัวเองไปอยู่ในหน่วยเลือกตั้งเป็นผู้สังเกตการณ์ เพราะว่าข้อ ๓ การจัดการ หรือการโกงในหน่วยเลือกตั้งนี่เป็นตัวแปรสำคัญของการได้มาซึ่งคะแนน ท่านประธานครับ ผมเคยมีประสบการณ์ ผมไปเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากที่ผมเรียนจบเมื่อปี ๒๕๓๑