กนก ตั้งคำถามใช้เงิน-อำนาจรัฐเลือกตั้ง หวั่นเอื้อประโยชน์-บิดเบือนผล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔

กนก วงษ์ตระหง่าน หารือปัญหาการใช้เงินและอำนาจรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ในการเลือกตั้ง ซึ่งขัดต่อหลักความบริสุทธิ์และยุติธรรม โดยตั้งข้อกังวลต่อการซื้อเสียง การแทรกแซงจากรัฐ และการเพิ่มประชากรในเขตเลือกตั้งที่ผิดปกติ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบอย่างเข้มงวด เปิดเผยผลการเลือกตั้งในรูปแบบดิจิทัล และผลักดันการเลือกตั้งที่โปร่งใส โดยเน้นคุณภาพของนโยบายและผู้สมัครเป็นศูนย์กลางของประชาธิปไตย

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงไปทำงานในจังหวัดกระบี่ แล้วก็จังหวัดสงขลาครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าในรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้ ผมอยากจะขอเน้นประเด็นใหญ่ นั่นก็คือการปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ของ กกต. หัวใจ ของยุทธศาสตร์ กกต. ก็คือทำให้การเลือกตั้งนี้มีความบริสุทธิ์และยุติธรรมครับท่านประธาน แต่วันนี้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏก็คือว่า เราพบว่าเงินและอำนาจรัฐมีบทบาทต่อการกำหนด ชัยชนะของการเลือกตั้งอย่างมาก ในทางทฤษฎีรัฐศาสตร์เราบอกว่าการเลือกตั้งคือ การแข่งขันในเชิงนโยบายและแข่งขันด้วยผลงานของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ชื่อเสียงของเขา คุณธรรม จริยธรรมของเขา ผลงานของเขา แต่วันนี้ครับท่านประธานนโยบายและคุณสมบัติ ของผู้สมัครต้องสู้กับเงินกับอำนาจครับท่านประธาน และแน่นอนครับผลการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาชัดเจนครับว่าเงินและอำนาจชนะนโยบายและผู้สมัครครับท่านประธาน ตรงนี้ผมว่า เป็นโจทย์ทางยุทธศาสตร์ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องคิดให้มากนะครับ ท่านประธานว่าท่านจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมคิดตัวเลขง่าย ๆ จากผลงานวิจัยของผมเอง การเลือกตั้งเขตหนึ่งถ้าจะชนะด้วยการใช้เงินประมาณ ๕๐ ล้านบาท ครับท่านประธาน เรามี ๓๕๐ เขต เราใช้เงิน ๑๗,๕๐๐ ล้านบาทครับ บวกค่าบริหารจัดการ ให้โบนัส ก็ตีเสียว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ตรงนี้ผมอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าถ้าใครมีเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เขายึด ประเทศไทยได้ครับท่านประธาน และอันนี้เป็นภาพที่น่ากลัวมาก และด้วยกระบวนการตรงนี้ ทำให้เราเห็นภาพที่พูดกันทั่วไปแล้วว่ามันเกิดระบบของการใช้เงินที่เรียกว่ายิงแม่นครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ ส.ส. พิมพ์รพีได้บอกชัดว่าใช้วิธีการมีหัว ๑ คนคุม ๒๐ คน ๑ คนคุม ๒๐ คน แล้วก็จ่ายเงิน ๆ แล้วก็จ่ายกันชัดเจน มีเบอร์โทรศัพท์ มีบัตรประจำตัว ประชาชนชัดเจนครับท่านประธาน ผมไปทำงานวิจัยหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้ การเลือกตั้งครับท่านประธาน ข้อมูลเหล่านี้ผมยังได้ยินจากพี่น้องประชาชน ผมไม่ทราบว่า สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยินเรื่องเหล่านี้บ้างหรือเปล่า นั่นก็ หมายความว่าต่อไปนี้นะครับท่านประธานน่ากลัวมาก ประเทศไทยราคา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นครับท่านประธาน ด้วยวิธีการอย่างนี้ แล้วรอ ๔ ปีก็เปลี่ยนเจ้าของใหม่ อันนี้เป็น อันตรายอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งท่านไม่ต้องไปทำอย่างอื่น หรอกครับ ทำอย่างไรจะจัดการกับอำนาจเงิน ทำอย่างไรจะจัดการกับอำนาจรัฐที่เข้าไป แทรกแซงการเลือกตั้งและทำลายให้มันไม่บริสุทธิ์และยุติธรรมครับท่านประธาน ด้วยเหตุผล ดังกล่าวนี้เองผมจึงมาตั้งคำถามว่าระบบการบริหารการเลือกตั้ง ซึ่งที่สำคัญเรามี ๓ ระดับ ๑. ระดับ กกต. กลาง ๒. ระดับ กกต. จังหวัด และ ๓. ระดับหน่วยเลือกตั้ง ผมขออนุญาต ตั้งคำถามกับท่านตรง ๆ ว่า กกต. กลางคุม กกต. จังหวัดได้ไหม กกต. จังหวัดคุม หน่วยเลือกตั้งได้ไหม และหน่วยเลือกตั้งคุมให้การเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรมได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ครับท่านประธาน ทำไมจึงไม่ได้ครับ วันนี้ผู้สมัครทุกคนของทุก พรรคการเมืองจะต้องจ้างคนมหาศาลมาก แล้วก็เป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องแสดงกับ กกต. เพื่อไปเฝ้าการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งครับท่านประธาน คำถามคือทำไมต้องเฝ้าครับ เพราะถ้าไม่เฝ้าโกงครับท่านประธาน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นครับท่านประธาน นี่คือโจทย์ที่ กกต. ต้องแก้ไขนะครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ คำถามก็คือว่าที่หน่วยเลือกตั้งมันเกิดปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างง่าย ๆ สมมุตินะครับ ผมสมมุติเอานะครับว่า ถ้ากรรมการหน่วยเลือกตั้งเป็นคนซื้อเสียงเอง กกต. กลางจะทำอย่างไรครับ ถ้ากรรมการ หน่วยเลือกตั้ง สมมุตินะครับ เป็นคนไปโทรศัพท์ตามมาเลยว่าคุณยังไม่มาเลือกตั้ง คุณมา ได้แล้ว เพราะเขาเป็นคนซื้อเสียงกับคนคนนั้นเอง แล้วเขาก็มีเบอร์โทรศัพท์หมดทุกอย่าง สิ่งเหล่านี้จะเป็นอย่างไรครับท่านประธาน อันนี้ยิงแม่นมากนะครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ประเทศไทยแน่นอนเลยครับท่านประธาน ไม่มีข้อสงสัยครับ เราจะให้ประเทศไทยของเรา เป็นอย่างนี้หรือ เราจะให้ระบบการเลือกตั้งของเราเป็นอย่างนี้หรือ พรรคการเมืองไม่ต้อง พัฒนาอย่างอื่นหรอกครับ นโยบายไม่มีประโยชน์ หาผู้สมัครที่มีคุณภาพไม่มีประโยชน์ หาเงินดีกว่าครับ แล้วก็วางระบบการซื้อให้แม่นครับ อันนั้นคือชัยชนะของการเลือกตั้ง นี่คือ ยุทธศาสตร์ที่ท่านอยากเห็นหรือครับ สำหรับพวกผมในพรรคประชาธิปัตย์ เราต่อสู้กับเรื่องนี้ แล้วเราก็ไม่ยอมแพ้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากขออนุญาตเสนอกับท่านประธานว่า กกต. เรื่องอื่นท่านทำเป็นพิธีกรรมไปเถอะครับ แต่หัวใจคือเรื่องการป้องกันการใช้เงินและใช้ อำนาจในการเลือกตั้งครับท่านประธาน นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างชัดเจนครับ ท่านประธาน ข้อมูลการเลือกตั้ง ข้อมูลการเลือกตั้งผมขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยัง ท่านเลขาธิการ กกต. นะครับ ข้อมูลการเลือกตั้งนี่ขอยากมากนะครับ แล้วก็ขอไม่ได้ ผัดวันประกันพรุ่งจนบอกว่าไม่มีแล้วครับ ขออนุญาตเสนอไปเลยนะครับ ท่านทำให้คะแนน การเลือกตั้งรายหน่วยเป็นดิจิทัลไฟล์ (Digital file) และใครอยากได้ก็มาดาวน์โหลด (Download) ไปเลยครับ ผมเรียนท่านประธานไปยังเลขาธิการ กกต. นะครับ ขออนุญาต ฟ้องท่านประธานครับ พรรคประชาธิปัตย์ผมเป็นคนทำเรื่องนี้ครับ และเราส่งเจ้าหน้าที่ไป ต้องไปถ่ายเอกสารเป็นรายหน้าครับ เราต้องเช่าเครื่องและแบกเครื่องไปเองครับ ท่านทำให้ มันง่ายหน่อยได้ไหมครับ บรรจุเป็นไฟล์ (File) หมดเลย ใครอยากได้มาดาวน์โหลด (Download) ไปเลย อย่างนี้เป็นต้นครับท่านประธาน ขออนุญาตขอความกรุณาทำอันนี้ ให้ได้ด้วย แล้วไม่ใช่เลือกตั้ง ส.ส. ครับ เลือกตั้งทุกประเภทครับ เลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้ง อบจ. วันนี้ผมขอคะแนนเลือกตั้ง อบจ. ก็ยังไม่ได้ครับท่านประธานที่ผ่านมา อย่างนี้ เป็นต้นครับ นั่นคือปัญหาที่ระบบไม่พร้อมและทำให้เกิดปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน

ผมขออนุญาตยกอีกตัวอย่างเป็นประการสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือว่า ท่านดูปัญหาหลัก ๆ ของการเลือกตั้ง วันนี้เราเห็นแล้วว่าในบางเขตเลือกตั้งมีการเพิ่มของ ประชากรเยอะมากครับท่านประธาน กกต. วิเคราะห์สิครับทำไม ทำไมเขตนี้คนเพิ่มมา ๒๐,๐๐๐ คนครับ ทำไมเขตนี้เพิ่มมา ๘,๐๐๐ คนครับ ทำไมอีกเขตหนึ่งไม่เพิ่มเลยครับ พอลงไปดูแล้ว อ๋อ เขตนี้ตั้งใจจะชนะละครับก็เกิดการเคลื่อนย้ายคน เขาเตรียมการก่อน ล่วงหน้า กกต. บอกว่าก็เขาย้ายมาตามสภาพ ผมว่าอันนั้นคงจะไม่ใช่ความไร้เดียงสา จนเกินไปนะครับ แล้วยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน ลงลึกไปนะครับ บ้านนี้ทำไมมีคนอยู่ใน ทะเบียนผู้อาศัย ๓๐ คนครับ ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานจริง ๆ ว่า กระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้คน ๓๐ คนอยู่ในบ้านเดียวกันได้อย่างไรครับ มันอยู่ไม่ได้ นะครับอย่างนี้ติดโควิด (COVID) กันหมดทั้งประเทศละครับ ทีนี้เมื่อเป็นอย่างนี้ครับ ท่านประธาน สามัญสำนึกของเราบอกแล้วว่าจำนวนคนที่เยอะขนาดนั้นมันสะท้อนเจตนา บางอย่างครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยัง กกต. ว่ากรุณาใช้สามัญสำนึก และใช้ใจที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม มองการเลือกตั้ง และวิเคราะห์ผลของ การเลือกตั้งอย่างที่ผมทำแล้วท่านจะเห็นว่ามันมีปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพพวกผมพรรคประชาธิปัตย์อยากเห็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เราอยากเห็นประชาธิปไตยที่เบ่งบาน เราไม่อยากเห็นการทะเลาะเบาะแว้ง การเดินขบวนประท้วงด้วยความรุนแรงเราไม่อยากเห็น เราอยากเห็นบ้านเมืองเดินไป ข้างหน้า ขอให้เริ่มต้นด้วยการเลือกตั้งได้ไหมครับ เพราะฉะนั้นขอ กกต. ครับ ลดอำนาจเงิน ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจนโยบาย เพิ่มพลังของผู้สมัครที่มีคุณภาพ ตรงนั้นละครับคือฐานของ ประชาธิปไตยที่แท้จริง แล้วเรื่องอื่นท่านไม่ต้องทำเลยก็ได้ อันนั้นคือสิ่งที่เราอยากได้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน