ดะนัย มะหิพันธ์ หารือเรื่องการนำเสนอข้อมูลในรายงานสภา โดยวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการนำเสนอข้อมูล และเรียกร้องการตรวจสอบรายงานของสำนักงาน กกต. รวมถึงการประหยัดงบประมาณ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้จ่ายอย่างมีระเบียบวินัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ ก็ได้ฟังท่านสมาชิก หลายท่านเหมือนกับว่าบ่นน้อยเนื้อต่ำใจที่เรามีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านประธานเอง ก็พยายามเน้นย้ำว่าให้พูดอยู่ในรายงานนะครับ แต่ที่จริงสิ่งที่ท่านสมาชิกทุกท่านพูดผมว่า มันก็น่าจะสะท้อนรายงานได้พอสมควร
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้มันก็อยู่ในรายงาน แต่ก็น่าจะเป็น การพิจารณาว่ารายงานฉบับนี้สมบูรณ์หรือไม่ เพราะว่าในรายงานนั้นมีคณะกรรมการอยู่ ๒ คณะ ผมได้ดูงบแสดงสถานะทางการเงินของสำนักงาน กกต. ที่ได้รายงาน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ มีรายละเอียดบางรายการที่ทำให้ผมเกิดความสงสัย นั่นก็คือรายการ ประกอบงบการเงินในหมายเหตุที่ ๑๖ ซึ่งไม่มีอยู่ในรายละเอียดประกอบงบการเงิน แต่ไปมี อยู่ในรายละเอียดหมายเหตุงบการเงิน นั่นก็คือรายการหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น มีคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและเลขาธิการการเลือกตั้ง ถูกฟ้องอยู่ทั้งหมด ๑๑ คดี มีทุนทรัพย์ตามฟ้องอยู่ ๑๖๑,๑๗๖,๑๙๓ บาท ท่านประธานอันนี้ ละครับไม่มีรายละเอียดแยกว่าฟ้องคณะกรรมการกี่คดี ฟ้องสำนักงานกี่คดี ฟ้องเลขาธิการ กี่คดี นั่นหมายถึงว่าการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง การทำงานของสำนักงาน การทำงานของเลขาธิการไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายการเลือกตั้งใช่ไหมถึงมีการฟ้องคดี ท่านประธานครับ ในคดีทั้งหมดแยกเป็นคดีปกครอง ๖ คดี ในคดีปกครองทุนทรัพย์ฟ้อง ๒๖,๖๒๗,๐๐๐ บาทเศษ เป็นศาลปกครองสูงสุด ๒ คดี ศาลนครราชสีมา ๒ คดี ศาลปกครองกลาง ๒ คดี รวม ๒๖ ล้านบาทเศษ ทำไมไม่แยกว่าในศาลปกครองกลาง ๒ คดี ฟ้องสำนักงาน หรือฟ้องกรรมการ หรือฟ้องเลขาธิการ แล้วแต่ละคดีใช้งบประมาณทุนฟ้อง เท่าไรในรายละเอียด ส่วนคดีแพ่งนะครับ คดีแพ่ง ๕ คดี ทุนทรัพย์ตามฟ้อง ๑๓๔,๕๔๘,๕๙๒ บาท ใน ๕ คดี มีอยู่ที่ศาลจังหวัดอุทัยธานี จังหวัดสระแก้ว ศาลจังหวัด นางรอง ศาลแพ่งและศาลจังหวัดธัญบุรี แห่งละ ๑ คดี แต่ละคดีไม่ทราบว่าฟ้องใคร เพราะมันเป็นการฟ้องส่วนตัวไม่ใช่ฟ้องสำนักงานที่เดียว ที่สำคัญครับท่านประธาน ในรายละเอียดยังบอกอีกว่าทั้ง ๑๒ คดียังไม่ถึงที่สุดศาลอาจยกฟ้องหรือสั่งให้คณะกรรมการ หรือสำนักงาน หรือเลขาธิการจ่ายค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยเป็นจำนวนเงิน ที่มากกว่าหรือน้อยกว่าตามที่โจทก์ฟ้องก็ได้ ซึ่งขณะนี้ผ่านมา ๒-๓ ปีไม่ทราบว่าคดีเหล่านี้ ไปถึงไหน เป็นอย่างไร ใครเป็นผู้จ่ายเงิน เพราะท่านไม่ได้แสดงรายการไว้ในงบการเงิน ท่านประธานครับ ถามว่าถ้ามีการจ่ายเงินตามฟ้อง เงินที่จ่ายเอามาจากไหน เพราะท่านไม่ได้ ตั้งงบรายจ่ายไว้ หรือถ้าเป็นคณะกรรมการจ่าย มีกี่ครั้ง มีกี่คดีแล้วที่สิ้นสุด แล้วใครจ่าย ถ้าเป็นเลขาธิการ เลขาธิการจ่ายไหม เพราะว่าท่านไม่ได้บอกรายละเอียดเลยใน ๑๑ คดี
ท่านประธานครับ มีค่าใช้จ่ายอีกรายการหนึ่งที่อยากจะให้ท่านได้ตั้งเป็น ข้อสังเกตและให้ท่านตอบคำถาม แต่เชื่อว่าวันนี้มันข้ามมาถึงปี ๒๕๖๔ แล้วท่านก็น่าจะ แก้ปัญหาได้แล้ว แต่ผมดูในรายงานนะครับ รายการค่าใช้จ่ายสำหรับบุคลากร ท่านได้รับ งบประมาณ จากปี ๒๕๖๑ ได้รับงบประมาณมาเพียง ๑,๕๙๕,๔๙๓,๓๐๐ บาท แต่ท่านใช้ไป เท่าไร รู้ไหมครับ ท่านใช้งบบุคลากรไป ๑,๗๑๑,๑๗๔,๔๑๗ บาท ท่านใช้งบประมาณของ บุคลากรเกินไป ๑๑๕ ล้านบาทเศษ ถามว่าท่านไปเอาเงินที่ไหนมาจ่าย งบบุคลากรเอา รายจ่ายอื่นมาถัวจ่ายได้หรือ ถ้าการกระทำอย่างนี้ผมว่าเป็นการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่มีวินัย ทางการเงินนะครับ
แล้วอีกอันหนึ่งคือในหมายเหตุประกอบที่ ๒๐ มีค่าตอบแทนตำแหน่ง ๑๕,๐๑๑,๗๓๕ บาท ถามว่าเป็นค่าตอบแทนตำแหน่งใด เพราะในตำแหน่งบุคลากร ท่านไปตั้งค่าใช้จ่ายค่าเงินประจำตำแหน่งไว้ถึง ๗๔,๐๙๐,๐๐๐ บาท อันนี้คือข้อสังเกต
ส่วนข้อสังเกตอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ คือค่าใช้สอย ค่าใช้สอย ในรายงานครับเป็นที่น่าตกใจ ค่าเดินทาง ๕๒ ล้านบาทเศษ ในปีเดียว ค่าจ้างเหมาบริการ ๕๖ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ท่านมีค่าจ้างอยู่ในหมวดค่าใช้จ่ายอื่น แล้วสุดท้ายคือค่าอาหารว่าง ๕๕ ล้านบาท อันนี้เป็นสิ่งที่น่าสังเกตว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้ประเทศชาติยากจน แต่เรามี ค่าใช้จ่ายในการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นมากมาย ก็อยากจะให้ทางสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งได้ประหยัดงบประมาณในส่วนนี้ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วก็ฝากตรงนี้เป็นข้อสังเกตให้กับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ถ้าท่านจะรายงานในเรื่องของหนี้สิน ในเรื่องของคดีท่านก็น่าจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ