ประเดิมชัย ชี้ปัญหาภาระหนี้บ้านมั่นคง ขอทบทวนดอกเบี้ยร้อยละ 4

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔

ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนที่แม้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ยากจน แต่กลับกลายเป็นภาระหนี้สินให้ประชาชนต้องแบกภาระดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 6-7 ต่อปี จากต้นทุนรวมของสถาบันและสหกรณ์ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาลดภาระดอกเบี้ยและทบทวนนโยบายการเก็บเงินในภาวะวิกฤต พร้อมยกประเด็นปัญหาความล่าช้าในการจัดทำเลขที่บ้านและสาธารณูปโภคให้ชุมชนริมคลองไทย-ญี่ปุ่นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขมาเป็นเวลา 2 ปี เพื่อผลักดันให้เกิดการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่าน ประธาน จากการที่ผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีได้ตอบถึงวัตถุประสงค์ก็เพิ่งทราบว่าได้มีการจัดตั้ง เมื่อปี ๒๕๔๓ สมัยที่ท่านประธานได้เป็นผู้บริหารประเทศนะครับ ฟังดูวัตถุประสงค์ค่อนข้าง ชัดเจนครับท่านประธาน แต่ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าเมื่อวัตถุประสงค์ ชัดเจน คนที่กำกับดูแลก็คือท่านรัฐมนตรีในปัจจุบันกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในขณะนี้นะครับ ผมคิดว่ามีลักษณะการทำงานที่แตกแขนงที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ค่อนข้างมาก แต่ขาด การติดตามตรวจสอบจากคนที่กำกับดูแลในเรื่องของนโยบาย ต้องกราบขออภัยก็คือ ท่านรัฐมนตรี เพราะว่าสิ่งที่ทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือว่า พอช. ได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เรื่องของการก่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชน ผู้มีรายได้น้อย เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีเองก็พูดอย่างชัดเจนว่าสถาบันแห่งนี้ต้องการที่จะช่วย คนฐานราก คนยาก คนจน วันนั้นท่านประธานอนุมัติงบประมาณให้ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ต่อมา ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้อีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๖,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะนี้ มีพี่น้องประชาชนที่ได้อานิสงส์จากเงินก้อนนี้ แต่เป็นอานิสงส์ที่อยู่บนพื้นฐานของคราบน้ำตา ครับท่านประธาน ที่ผมต้องเรียนท่านประธานว่าประชาชนได้อานิสงส์จากเงินก้อนนี้ ในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยหรือว่าคุณภาพชีวิตบนคราบน้ำตาก็ตรงที่ว่าสถาบันพัฒนาองค์กร ชุมชนในขณะนี้ได้เอาเงินก้อนดังกล่าวไปให้ประชาชนกู้เพื่อพัฒนา ปรับปรุง หรือว่าสร้างบ้าน ที่เรียกว่าบ้านมั่นคง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อย่างในรูปภาพที่ผมได้ นำเรียนท่านประธาน ได้มีการให้ปล่อยกู้ร้อยละ ๔ ต่อปีในขณะนี้ท่านประธานครับ จากวันนั้น จนถึงวันนี้ยิ่งในขณะนี้สถานการณ์ในเรื่องของสภาวะผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจของคน กลุ่มนี้ทั้งประเทศ และรวมทั้งพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครที่กำลังทำ โครงการเรื่องบ้านมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นคลองลาดพร้าว ไม่ว่าจะเป็นคลองเปรมประชากร จะต้องกู้เงินจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๔ ซึ่งชาวบ้านไม่ได้ เสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๔ เท่านั้น ชาวบ้านยังมีการไปจัดตั้งเป็นองค์กรที่เรียกว่า กลุ่มสหกรณ์ของตัวเองขึ้นมา จะต้องมีดอกเบี้ยอีกส่วนหนึ่งไปบริหารจัดการสหกรณ์ ส่วนใหญ่ก็จะเก็บอยู่ที่ร้อยละ ๒ หรือว่า ๓ นั่นหมายความว่าชาวบ้านจะต้องแบกรับภาระ ดอกเบี้ยร้อยละ ๖ หรือร้อยละ ๗ ต่อปีในขณะนี้ ท่านประธานครับ ในเหตุการณ์ดังกล่าว ในขณะนี้พี่น้องประชาชนได้รับความกระทบ ได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก ฉะนั้นเมื่อวัตถุประสงค์มีความชัดเจนต้องการที่จะดูแลคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า พอช. สามารถที่จะลดดอกเบี้ย ของตัวเองจากร้อยละ ๔ ลงมาโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องแสวงหารายได้จากคราบน้ำตาของ พี่น้องประชาชนในเรื่องของดอกเบี้ยตรงนี้ได้หรือไม่ ในเมื่อเงินเหล่านี้ก็เป็นเงินภาษีของ พี่น้องประชาชน แล้ววัตถุประสงค์ก็มีความชัดเจนในเรื่องของการที่จะได้ดูแลพี่น้อง ประชาชน ลดภาระจากสิ่งต่าง ๆ แล้วยิ่งในขณะนี้เราได้รับผลกระทบจากเรื่องของวิกฤติ โควิด (COVID) พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ประชาชนส่วนใหญ่ ที่มากู้เงินสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนคือคนที่หาเช้ากินค่ำ หากลางคืนกินกลางวัน หาไม่พอ ที่จะทานแต่ละวันท่านประธานครับ ฉะนั้นทุกคนมีความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง

และอีกส่วนหนึ่ง ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน ในพื้นที่ห้วยขวางผม เป็นโครงการแรกที่สร้างที่คลองลาดพร้าว เป็นชุมชนแรกที่สร้างให้คนดูเป็นตัวอย่าง ในคลองลาดพร้าว ก็คือชุมชนริมคลองไทย-ญี่ปุ่น หลังวัดพระราม ๙ สร้างเมื่อปี ๒๕๖๑ ในขณะนี้เฟส (Phase) แรกสร้างไป ๒๙ หลังเหลืออีก ๔ หลัง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่ได้ เลขบ้านเลยครับ ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากกรมธนารักษ์ เห็นแบบเพื่อที่จะส่งให้เขต ในการที่จะให้เลขทะเบียนบ้านเพื่อไปขอน้ำ ขอไฟ พี่น้องเดือดร้อน ผมคุยกับเจ้าหน้าที่ พอช. นี่นะครับ โทรศัพท์ติดต่อประสานงานด้วยวาจาตลอดเวลานะครับ เขาก็ไม่รู้จะทำ อย่างไร ๒ ปีผ่านไปแล้ว เลขบ้านยังไม่ได้ น้ำ ไฟยังไม่มีนะครับ อย่าคิดว่าเป็นเพียงแค่ ๔ หลัง นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นที่ผมคิดว่ามันเป็นความล้มเหลวที่อยากจะให้ หน่วยงานนี่นะครับ นำมาบูรณาการคิดแล้วก็อย่าทำให้เหตุการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้น ผมถามว่า วันนี้เขาจะได้เลขบ้านวันไหน เขาจะได้น้ำ ได้ไฟเป็นของตัวเองเมื่อไรนะครับ ไม่มีใครใส่ใจ ไม่มีใครสนใจ ถามไปก็ครับ ๆ ติดตามให้ ธนารักษ์ยังตรวจไม่เสร็จ ล่าสุดผมทราบว่า ธนารักษ์แจ้งว่ารายละเอียดเอกสารที่ส่งไปธนารักษ์หายไม่มี จะต้องส่งเรื่องไปใหม่ เลยไม่รู้ว่า กลายเป็นว่าความรับผิดชอบอยู่ที่ใคร นี่เป็นเพียงตัวอย่าง แต่สาระสำคัญหลักอยู่ตรงที่ว่า วันนี้มีความจำเป็นหรือไม่ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนที่ยังคงที่จะยืนราคาในเรื่องของ การเก็บดอกเบี้ยประชาชนคนทั้งประเทศที่มาเป็นลูกหนี้ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนอยู่ที่ ร้อยละ ๔ ในภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เมื่อเหตุการณ์วิกฤติโควิด (COVID) ครั้งที่ ๑ พอช. ใจดีครับ คืนดอกเบี้ยให้ ๑๐ เดือน อันนั้นก็ต้องขอบคุณครับ แต่ถามว่าในระยะยาว อีก ๕ ปี อีก ๑๐ ปี คนเหล่านี้เขาก็ยังลืมตาอ้าปากไม่ได้นี่นะครับ มันเป็นการทำงานอย่าง โครงสร้างที่ถาวรได้ไหมว่าเรื่องของดอกเบี้ยถึงเวลาที่ต้องทบทวน ก็ขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานไปถึงในเรื่องของแนวทางดังกล่าวที่ทางรัฐมนตรีจะสามารถประสานกับทาง บอร์ด (Board) หรือว่าผู้บริหารของ พอช. ในเรื่องของการดูแลเรื่องพวกนี้ได้อย่างไรหรือไม่ ขอบคุณครับ