สันติ พร้อมพัฒน์ หารือเรื่องการใช้งบประมาณ โดยอ้างอิงตามพระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 และนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รวมทั้งอธิบายเหตุผลในการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ และหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่เหลือของหน่วยงานภาครัฐ และการจัดสรรเงินงบประมาณและระบบการจัดการงบประมาณที่มีภารกิจที่จำเป็นเร่งด่วน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากคำถามข้อที่ ๑ กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ในครั้งนี้นะครับ คำถามและคำตอบข้อที่ ๑ ก็ต้องขอกราบเรียนว่าตามพระราชบัญญัติ วิธีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ หมวดที่ ๕ การบริหารงบประมาณรายจ่ายตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ ประกอบกับระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ หมวด ๕ ในเรื่องของการใช้งบประมาณรายจ่าย การโอนงบประมาณรายจ่าย และการโอน งบจัดสรรหรืองบเปลี่ยนแปลงจากการจัดสรร ตามข้อ ๒๕ บัญญัติไว้ว่าในกรณีที่หน่วยรับ งบประมาณมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่าย หรืองบจัดสรรต่าง ๆ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงาน หรือประสิทธิภาพการให้บริการ หรือคุณภาพ หรือในด้านของการพัฒนาบุคลากร พัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของ ประชาชน ความประหยัด ความคุ้มค่า และความโปร่งใส รวมทั้งให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทนะครับ แล้วก็แผนการปฏิรูปประเทศ แผนการให้บริการกระทรวงว่าด้วยการโอน เปลี่ยนแปลงงบจัดสรรดังกล่าวเป็นการดำเนินการภายในหน่วยงบประมาณเท่านั้น โดยใน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ หน่วยรับงบประมาณมีรายการโอนเปลี่ยนแปลงและจัดสรร ปรากฏในจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) รวม ๒๑ กระทรวง ๔๔๔ หน่วยรับงบประมาณ จากจำนวนทั้งสิ้น ๒๑ กระทรวง จำนวน ๕๐๕ หน่วยรับงบประมาณ จำนวนเงินทั้งสิ้น ๑๒๙,๖๕๔.๔๔๕๘ ล้านบาท สามารถจำแนกได้ดังนี้ครับ
ภาพรวมรายการโอนออกมีรายการทั้งสิ้น ๗๑,๙๘๓ รายการ ในจำนวนเงิน ตามที่ได้กล่าวแล้วก็คือ ๑๒๙,๖๕๔.๔ ล้านบาท มีเหตุผลในการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ดังนี้
๑. การโอนรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี กรณีของงานช้าและงานเร็วในจำนวน สัญญาที่มีการผูกพันงบประมาณไว้ รวมเป็นเงิน ๙,๒๐๖.๓ ล้านบาท เช่น โครงการที่ผูกพัน งบประมาณ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือกรมชลประทาน เป็นต้น
๒. หมวดความจำเป็น จำนวน ๕,๑๑๔.๕ ล้านบาท
๓. เงินเหลือจ่าย จำนวน ๓๘,๐๗๘.๑ ล้านบาท จากรายการดำเนินการ จัดซื้อจัดจ้างที่เรียบร้อยแล้ว
๔. การควบรวมรายการในขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณ ในระบบอีบัดเจต (e-Budget) ไปที่ระบบจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) จากรายการย่อยไปเป็นรายการใหญ่ภายใต้ วัตถุประสงค์เดิม รวมเงิน ๑๑,๘๕๒.๕ ล้านบาท
๕. การบริหารงบประมาณข้ามจังหวัดของหน่วยปฏิบัติในภูมิภาค หรือจากหน่วยงานในส่วนกลางไปยังหน่วยงานในภูมิภาค จำนวน ๒๕,๕๐๙.๙ ล้านบาท เช่น กระทรวงศึกษาธิการบริหารงบประมาณในรายการการสอนรายหัวตามปริมาณ นักเรียนจริง รวมถึงเงินอุดหนุนในอาหารกลางวันตามปริมาณนักเรียนที่เป็นจริงในแต่ละเขต การศึกษา
๖. ส่วนที่เหลือเป็นกรณีการแก้ไขความคลาดเคลื่อนของรายการงบประมาณ เช่น การแก้ไขรายชื่อรายการให้ถูกต้องของพื้นที่ดำเนินการและแก้ไขความคลาดเคลื่อน ของหน่วยรับงบประมาณให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการให้ตรงหมวดรายจ่าย รายการเหลือจ่าย รายการจัดซื้อจัดจ้างที่บันทึกในระบบไม่ทัน เป็นต้น อันนี้หมายถึงเงินที่ โอนออก
ต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของการโอนรับใน ๑๒๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษนั้น ต่อไปเป็นรายการของการโอนรับ เมื่อสักครู่การโอนออกประมาณ ๗๑,๐๐๐ กว่ารายการ การโอนรับในวงเงินตามที่ได้กล่าวอ้างมาแล้วนั้น จำนวน ๒๘,๒๕๗ รายการ ในเงินจำนวน เดียวกัน ๑๒๙,๖๕๔ ล้านบาท มีเหตุผลในการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณดังนี้
๑. เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงาน จำนวน ๑๔,๗๓๕.๔ ล้านบาท
๒. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการให้บริการ จำนวน ๑๗,๓๐๙.๐๔ ล้านบาท
๓. ด้านพัฒนาบุคลากรและพัฒนาเทคโนโลยี จำนวน ๑,๕๙๕.๓๖ ล้านบาท เพื่อรองรับการให้บริการประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19)
๔. แก้ไขปัญหาภัยแล้ง ภัยพิบัติ จำนวน ๙๒๗.๗๓ ล้านบาท และแก้ไข ปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) จำนวน ๑,๔๗๒.๖๘ ล้านบาท
๕. มีภารกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วน จำนวน ๓๗,๒๐๓.๓๓ ล้านบาท เช่น โครงการพัฒนาคนตลอดช่วงวัย เงินอุดหนุนอาหารกลางวัน โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค่าจัดการการเรียน การสอนและการซ่อมแซมอาคารโครงการเพื่อแก้ปัญหาในความเดือดร้อนของประชาชน เป็นต้น
๖. การควบรวมรายการในขั้นตอนการจัดสรรในระบบอีบัดเจต (e-Budget) ไปที่ระบบจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) อนุมัติจัดสรร และการโอนเพื่อปรับปรุงรายการ งบประมาณ ช่วงการใช้จ่ายงบประมาณ ๒๕๖๒ ไปพลางก่อน จำนวน ๒๒,๘๗๗ ล้านบาท
๗. ส่วนที่เหลือเป็นกรณีแก้ไขข้อคลาดเคลื่อนของงบประมาณครับ ท่านประธาน