กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ก็มาถามกระทู้ในเรื่องของงบประมาณนะครับ ในกระทู้ของกระผมนั้นเป็นเรื่องของการขอทราบการปรับโอนเงินงบประมาณประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นอย่างยิ่งที่ได้กรุณามาตอบนะครับ แล้วก็กระทู้นี้ก็เลื่อนมาหลายครั้งแล้ว แล้วก็ยังมีกระทู้ ที่ยังค้างอยู่ ซึ่งผมถามหลายเรื่อง แต่ก็ต้องขอขอบคุณล่วงหน้านะครับว่าท่านได้ให้เกียรติ แก่เราชาวสภานะครับ แล้วก็เป็นนักการเมืองที่พร้อมที่จะมา เขาเรียกหาคำตอบให้ ประชาชนครับ
ผมเริ่มอย่างนี้ครับท่านประธานเมื่อสิ้นสุดของงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ๓.๓ ล้านล้านบาทนะครับ แล้วก็เป็นงบขาดดุลโดยเฉพาะ ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านไปแล้ว รัฐบาลจะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ แล้วก็ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ เหมือนกัน ส่วนของรายจ่ายงบประมาณ ที่ผ่านไปนี่ครับ มักจะมีการปรับโอนย้ายอยู่เป็นประจำ ท่านก็คงทราบดีเรื่องของการปรับ โอนย้าย ส่วนใหญ่จะเป็น ๓ รายการครับท่านประธาน เป็นงบประมาณที่เกี่ยวกับรายจ่าย บุคคล เป็นงบประมาณที่เกี่ยวกับรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณเอง แล้วก็เป็น งบประมาณแผนบูรณาการ ซึ่งถูกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณอยู่แล้วนะครับ เกิดขึ้น อย่างเสมอมาครับท่านประธาน สิ่งที่มีเพิ่มเติมอีกก็คือเรื่องของการกำหนดระเบียบการโอน งบประมาณรายจ่ายบูรณาการที่เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงบประมาณที่ปรากฏไว้ ในระเบียบนั้นทั้ง ๑๕ ข้อ ซึ่งประกาศไว้แล้วนะครับ เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒ นั้น ซึ่งเพิ่งใช้มานี่นะครับ แล้วด้วยเหตุผลดังกล่าวปรากฏว่าการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะ ในหน่วยรับงบประมาณครับท่านประธานยังขาดประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ อย่างเต็มที่ แล้วเป็นช่วงจังหวะที่ไม่สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ตามวัตถุประสงค์และ ตัวเคพีไอ (KPI) ที่ถูกกำหนดไว้ ประกอบกับมีเหตุการณ์หรือเวลาช่วงนี้ที่เกิดขึ้นด้วยช่วงของ โควิด (COVID) ต่าง ๆ นี่ครับ มันก็เลยเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านของตัวทั้งตัวการใช้ งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเทศนะครับ สิ่งสำคัญก็คือผมอยู่ในฐานะที่เคยเป็น กรรมาธิการในปีแรกนะครับ เจอท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นครั้งแรก ดีใจ ครับวันนั้น และก็ได้เป็นอนุกรรมาธิการด้วย ก็ได้ทราบถึงเหตุและผลหลายประการที่ทาง หน่วยรับงบประมาณชี้แจงกับทางตัวกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการนะครับ การโอนย้าย ของหน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ มีการโอนย้ายทั้งด้วยตนเองในกรอบของตัวเองอยู่ แล้วก็ ของรัฐบาลเองก็มีการโอนย้ายอย่างเสมอมา โดยใช้อำนาจตามกฎหมายที่ใช้อยู่ แล้วก็ใช้ อำนาจตามที่ผู้อำนวยการจะใช้อยู่ สิ่งสำคัญก็คือในระเบียบของการโอนย้ายของ พ.ร.บ. งบประมาณ ในระเบียบงบประมาณที่ลงวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ซึ่งเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ในข้อ ๓ ที่เกี่ยวกับผู้มีอำนาจในการกำกับแผนบูรณาการ ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีแล้วก็ตัวผู้ที่ได้รับมอบหมาย คือเป็นผู้กำกับการแผนบูรณาการ ที่จะต้องมีอำนาจในการโอนย้าย ส่วนในข้อ ๖ ก็ผู้อำนวยการนี่เองครับ ผู้อำนวยการสำนัก งบประมาณคือมีอำนาจจะวินิจฉัยต่าง ๆ นานา นั่นก็คือเหตุผลอันหนึ่งที่ผมต้องขอถาม ในเรื่องของประเด็นดังกล่าว เพราะว่าตลอดในหมวด ๑ ตั้งแต่ข้อ ๗ ถึงข้อ ๑๘ ของการโอน งบประมาณบูรณาการนะครับ การโอนงบประมาณรายจ่ายบุคคลอันนั้นเป็นอนุบัญญัติที่ต้อง ถือบัญญัติอยู่แล้วนะครับ และตามหนังสือด่วนของ นร ๐๗๐๒/๔๘๕ ลงวันที่ ๒๑ เมษายน ของสำนักงบประมาณเอง เรื่อง แนวทางการดำเนินการและวิธีการใช้เงินทุนสำรองจ่าย ในมาตรา ๔๕ เดี๋ยวคงมีคำถามข้างบน อันนั้นไปอันหนึ่งนะครับซึ่งใช้จ่ายอยู่ ฉะนั้น ในรายละเอียดดังกล่าวผมก็เลยตั้งคำถามเป็นคำถามครับท่านประธาน คำถามก็คือหน่วยรับ งบประมาณ ๔๙๙ หน่วย ซึ่งในปีงบประมาณเดิมใช้ ๔๙๙ หน่วย ได้มีการเปลี่ยนแปลง การใช้งบประมาณอย่างไรในหน่วยรับงบประมาณของตนเอง หรือปรับโอนย้ายภายใน กระทรวง หรือในแผนบูรณาการที่บรรจุไว้ก็ตาม ถ้ามีการโอนย้ายมีหน่วยรับงบประมาณ ไปบ้างได้รับเงินจำนวนเท่าไรนะครับ แล้วก็ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณได้ใช้อำนาจตามที่ กฎหมายกำหนดให้โอนย้ายงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณใดไปบ้างครับ มีเหตุผลใด และคณะรัฐมนตรีได้มีมติในการโอนย้ายงบกลาง งบบุคลากรภาครัฐ และงบในแผนบูรณาการ ข้ามกระทรวง ข้ามกระทรวงนะครับ เป็นเงินจำนวนเท่าไรในหน่วยรับงบประมาณใดบ้าง ขอบคุณครับ คำถามแรกครับ