สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ หารือเรื่องการคาบเกี่ยวของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณและสวัสดิการผู้พิการ เธอเรียกร้องให้ตรวจสอบสิทธิผู้พิการที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ และเพิ่มความเท่าเทียมกันในการรับสิทธิ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามถึง ท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่ามีคาบเกี่ยว ๒ กระทรวงด้วยกัน นั่นก็คือ ๑. กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในเรื่องของบัตรคนพิการ และอีก ๑ ประเด็น คือกระทรวงการคลัง ในเรื่องของงบประมาณและเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

จากมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๓ คณะรัฐมนตรีมีความเห็นชอบ ให้ปรับเบี้ยสวัสดิการความพิการ จาก ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชน หลาย ๆ ท่านก็ได้รับทราบ รับรู้ข้อมูล แล้วก็ได้มีการสื่อสารกันในวงกว้างว่าเบี้ยความพิการ ในยุคสมัยนี้ ในรัฐบาลนี้ได้ปรับขึ้นช่วยเหลือพี่น้องคนพิการ จาก ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท ในทางการตลาดในการโฆษณาพี่น้องประชาชนเฮทั้งประเทศครับ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ซึ่งผมก็ได้ตั้งกระทู้ถามไปในช่วงเวลานั้น และเพิ่งเข้าสภาในวันนี้ แต่ในดอกจัน ดอกจัน ดอกจันของ ๑,๐๐๐ บาท ผู้พิการ มีรายละเอียดลึก ๆ ซึ่งผมก็ได้ติดตามในเพจ (Page) ของท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ นะครับ วันนี้ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มาตอบ ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ครับ แล้วก็มี การบอกรายละเอียด รายละเอียดเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ผู้พิการที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี จะมีเงินโอนเข้าบัญชีหรือผ่าน อปท. ส่วนท้องถิ่นก็แล้วแต่ ๑,๐๐๐ บาท ผู้พิการที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป จะมีเงินโอนเข้าบัญชี ๘๐๐ บาทเท่าเดิม อีก ๒๐๐ บาทจะโอนเข้า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งสิ้นได้รับ ๑,๐๐๐ บาท ผ่าน ๒ ช่องทาง ผู้ที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป เป็นผู้พิการ แต่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงต้องรับ ๘๐๐ บาทเท่าเดิม นี่คือ ความไม่เท่าเทียมในความไม่เท่าเทียม และเป็นจุดเป็นปมเล็ก ๆ ในความไม่เท่ากันของ สังคมไทย ผมยังมองไม่เห็นเหตุจำเป็นใด ๆ ที่เงินสนับสนุนผู้พิการต้องมาผ่านหลายช่องทาง และกระบวนการต้องซับซ้อนมากมายขนาดนั้น คนไทยทุกคนมีบัตรประชาชนแต่ผู้พิการ ต้องถือบัตรสวัสดิการผู้พิการอีก ๑ บัตร แต่หากจะได้รับเงินช่วยเหลือสมทบอีก ๒๐๐ บาท ก็ต้องมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ๓ ใบนี้คือสิทธิที่ควรรับ แต่ใบที่ได้รับเงินคือบัตรเอทีเอ็ม (ATM) อย่างน้อย ๆ ผู้พิการต้องมีกระเป๋าสตางค์แน่นอน เพราะว่าบัตร ๔ ใบนี้หายไม่ได้ เรามาดูเรื่องของรายละเอียดครับ ผู้ที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป มีทั้งสิ้น ๑๒๖,๐๓๒ คน ที่ได้รับ ๑,๐๐๐ บาท เข้าผ่านช่องเดียวคือการโอนเงิน ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและมีบัตรผู้พิการด้วย มีทั้งสิ้น ๑,๑๐๓,๐๖๕ คน แต่เรามาดูครับ วันนี้เรามีผู้พิการทั้งสิ้น ๒,๐๓๐,๘๐๐ คน ๒,๐๓๐,๘๐๐ คน นี่คือคนที่พิการและมีบัตรแล้ว ผมคิดว่าหน้าที่หลัก ๆ ของกระทรวง หรือหน้าที่หลัก ๆ ของรัฐบาลที่จะสามารถอธิบายกับพี่น้องประชาชนได้คือการทำหน้าที่ พิสูจน์ ค้นหาว่าคนพิการใดยังไม่ได้เข้ารับสิทธิ ค้นหาคนที่ตกหล่นมากกว่าการแบ่งแยกเป็น ขั้นบันได เป็นขั้นตอนขณะนี้ ผมพิจารณามาว่าถ้าเกิดเรื่องนี้จะเป็นอย่างเท่าเทียมกันและ ทุกคนจะได้รับเงินอย่างถ้วนหน้ามันใช้งบประมาณไม่มากเลยครับท่านประธาน ก่อนจะ เข้าถึงคำถาม ผมอยากจะชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกถึงรายละเอียดลึก ๆ เรื่องนี้อีกครั้ง ผู้พิการ ที่ยังตกหล่นอยู่ทั้งหมดมีเพียงแค่ ๘๐๑,๗๐๓ คน คูณ ๒๐๐ บาท จะใช้งบประมาณแผ่นดิน อีกเดือนละ ๑๖๐,๓๔๐,๖๐๐ บาท หรือคิดเป็นงบประมาณต่อปี ๑,๙๒๔ ล้านบาทถ้วน ๆ นี่คือความแตกต่าง นี่คือข้อบกพร่อง นี่คือจุดที่อยากจะฝาก และอยากจะนำเรียนไปยังทาง ตัวแทนท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ดูแลทางเรื่องนี้และได้ มอบหมายมาตอบกระทู้ถามของกระผม นั่นคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ในเรื่องนี้ เหตุใดการพิจารณาเบี้ยคนพิการต้องมีการแบ่งกลุ่ม ออกเป็น ๓ กลุ่มอย่างนี้ และทำไมการช่วยเหลือของคนพิการต้องแยกการรับหลายช่องทาง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาก็น่าจะใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากอยู่แล้ว และเหตุใดการดูแลคนพิการ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ถึงได้เพิ่มความบอบช้ำ ตอกลิ่ม ความไม่เท่าเทียมกันในการรับสิทธิเรื่องนี้ และเหตุใดท่านจึงไม่ปกป้องสิทธิ ต่อสู้ ในคณะรัฐมนตรีของท่าน เพื่อให้เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นในสังคมไทย วันนี้ในคำถาม ๒-๓ คำถาม ที่ผมถามไปนี้ผมอยากได้รับคำตอบ และในสิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชน ผมได้นั่งข้างกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง ท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ เป็นตัวแทนสัดส่วนผู้พิการที่วันนี้ได้เข้ามาทำงานในสภา และได้รับเรื่องราวเหล่านี้ร้องเรียน เข้ามา ผมจึงอยากตั้งคำถามกับทางท่านรัฐมนตรีให้ช่วยชี้แจงในประเด็นนี้เบื้องต้นเท่านี้ ก่อนครับ ขอบคุณครับ