นริศ ถามการจัดการเรือประมงต่างชาติ ห่วงผลกระทบซ่อมเรือ-ประมงผิดกฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔

นริศ ขำนุรักษ์ ตั้งกระทู้สอบถามปัญหาการนำเรือประมงต่างชาติเข้าซ่อมในไทย พร้อมทบทวนผลกระทบจากพระราชกำหนดประมง พ.ศ. 2558 ที่ส่งผลให้เรือของไทยต้องเปลี่ยนสัญชาติและไม่สามารถนำกลับมาซ่อมได้ เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและส่งเสริมศักยภาพการต่อ-ซ่อมเรือของประเทศเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมประมงและเศรษฐกิจโดยรวม

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง ขอให้มีการนำเรือประมงต่างชาติเข้ามาซ่อมแซมในประเทศไทย ซึ่งที่มาปัญหาของ การขอให้นำเรือต่างชาติเข้ามาซ่อมแซมในประเทศไทยนั้น ก็คือเดิมการประมงของ ประเทศไทยเราเป็นการประมงแบบดั้งเดิมแล้วก็ค่อยพัฒนาการมา เรามีกฎหมายประมง เพียงฉบับเดียวคือ พ.ร.บ. ประมง ๒๔๙๐ เราก็มีกฎหมายฉบับนี้และผ่านการดูแลจาก สภาผู้แทนราษฎรมาโดยลำดับ ประมงที่ผมบอกว่าเป็นประมงแบบดั้งเดิมและค่อย ๆ พัฒนา การประมงไทยเรามีศาสตร์ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ ดาราศาสตร์ และรวมทั้งไสยศาสตร์ด้วยนะครับ เราดำเนินการประมงอย่างไม่มีปัญหามาตลอดจนมาถึง ปี ๒๕๕๘ ซึ่งรัฐบาลในปีนั้นเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งภูมิคุ้มกันรัฐบาลจึงน้อย จึงถูกประเทศมหาอำนาจใช้การค้าเป็นเครื่องมือกับทุกประเทศไม่เว้นประเทศไทย

๑. สหภาพยุโรปและอเมริการ่วมกันตั้งข้อกล่าวหาประเทศไทยว่า เราทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและขาดการควบคุมหรือที่เราเรียกกันว่าไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) ให้ใบเหลืองกับประเทศไทย ให้เราแก้ไข

๒. ตั้งข้อกล่าวหาว่าเรามีการค้ามนุษย์โดยเฉพาะในกิจการประมง ให้เทียร์ ๓ (Tier 3) กับเรา ให้ใบเหลืองกับเรา และกล่าวหาว่าเราทำประมงเกินศักยภาพ อียู (EU) และสหรัฐอเมริกากำหนดให้เราวางแผนเตรียมการแก้ไขปัญหาให้จบสิ้นภายใน ๖ เดือน แต่ว่ารัฐบาลในขณะนั้นซึ่งเป็นจุดอ่อนเพราะว่าเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง คิดแก้ไขปัญหาให้จบเลยภายใน ๖ เดือน ทั้ง ๆ ที่อียู (EU) บอกว่าให้เตรียมมาตรการแก้ไข ปัญหาภายใน ๖ เดือน คือเตรียมการแต่ว่ารัฐบาลในขณะนั้นจัดการให้มีการแก้ไขปัญหา ภายใน ๖ เดือน ซึ่งทำให้ประมงของเราได้รับผลกระทบเพราะอียู (EU) เองทำการประมง ให้ได้มาตรฐานแบบปัจจุบันใช้เวลาร่วม ๒๐ ปี และใช้เงินงบประมาณมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงยกระดับการประมงมาตรฐานอียู (EU) ได้ แต่กับเราอียู (EU) บอกว่า ให้ดำเนินการให้จบสิ้นเดือนภายใน ๖ เดือน ซึ่งมันเป็นไปได้ยาก และเหตุนี้ทำให้รัฐบาล จึงออกพระราชกำหนดประมง ปี ๒๕๕๘ ทำให้การประมงเราได้รับผลกระทบ แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับหลังจากรัฐบาลปี ๒๕๕๘ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลที่มีท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และท่านประภัตร โพธสุธน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ก็ได้แก้ปัญหามาโดยลำดับ แก้ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนตามข้อเรียกร้อง ๑๑ ข้อ ของสมาคมชาวประมงและปัญหาอื่น แต่ว่ายังติดอยู่บางปัญหา ผมจึงขออนุญาตมาตั้งกระทู้ ในวันนี้ก็คือ พระราชกำหนดดังกล่าวให้เราเลือก ให้คนไทยเลือกจดทะเบียนเรือว่าจะเลือก สัญชาติใด กราบเรียนท่านประธานครับว่าเดิมนี่เรือไทย มันจะมีเรือไทย มีสัญชาติมาเลเซีย ไทย-มาเลเซีย ไทยไปจดสัญชาติไทย-อินโดนีเซีย เพื่อสะดวกในการทำการประมง แต่ว่า พระราชกำหนดฉบับนี้ให้เลือกอย่างหนึ่งอย่างใด เรือไทยส่วนหนึ่งไปเลือกสัญชาติมาเลเซีย เรือไทยส่วนหนึ่งไปเลือกสัญชาติอินโดนีเซีย ซึ่งเขาก็ไม่ผิดครับ เพราะว่ามาเลเซียกับ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นประเทศที่มีเสถียรภาพในทางการเมือง กว่าเรา คนตัดสินใจเลือกสัญชาติให้เรือเป็นมาเลเซียกับอินโดนีเซียหวังว่าจะทำมาค้าขายกับ อียู (EU) กับสหรัฐอเมริกาได้มากกว่าอยู่กับประเทศไทย ซึ่งขณะนั้นไม่มีการเลือกตั้งเขาจึง เลือกที่จะให้เรือของเขาไปอยู่ในมาเลเซีย สัญชาติมาเลเซียและอินโดนีเซีย ทีนี้เรือที่ไปอยู่ ดังกล่าว พอสักพักหนึ่ง คือทุกปีเขาเอามาขึ้นคาน มาซ่อมแซม ทีนี้รัฐบาลมาเลเซีย รัฐบาล อินโดนีเซีย ไม่ปล่อยเรือเหล่านั้นเข้ามาซ่อมในประเทศไทย ๑. คนไทยที่จดทะเบียนเรือเป็น มาเลเซียกับอินโดนีเซียได้รับความเสียหายมาก เพราะไม่สามารถนำเรือมาซ่อมได้ ๒. คานเรือ อู่ต่อเรือในประเทศก็ได้รับความเสียหาย เพราะเขามีรายได้ปีหนึ่งร่วมพันล้านบาท ในการนำเรือทั้งต่างชาติและนำเรือของคนไทยขึ้นคาน ขณะนี้เราไม่สามารถนำเข้ามาได้ เพราะประเทศต้นทางไม่อนุญาตให้นำเข้ามา ทั้ง ๆ ที่ในอดีตเคยสามารถนำเข้ามาซ่อมแซม ขึ้นคานในประเทศไทยได้นะครับ

ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมืองไทยเป็นแหล่งต่อเรือที่ดีที่สุดในโลก เป็นแหล่งซ่อมแซมเรือที่ดีที่สุดในโลก ทั้งมีความสวยงาม ทั้งรองรับประโยชน์ทางการประมง ได้มากที่สุด และราคาถูกมากที่สุดนะครับ ทีนี้ปัญหาที่ผมจะสอบถามท่านรัฐมนตรีก็คือ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายต่อปัญหาการนำเรือเข้ามาอย่างไร ท่านได้ เจรจาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อเนื่อง การประมงคือคานเรือและอู่เรืออย่างไร เพราะสิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องชาวประมง และสิ่งนี้เป็นประโยชน์ของประเทศชาติ จึงขออนุญาตได้สอบถามรัฐมนตรีทีเดียวครับ ท่านประธานครับ