ทวี วิจารณ์ร่างกฎหมายวัตถุอันตราย เหตุเสี่ยงทุจริต-กระทบประชาธิปไตย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔

ทวี สอดส่อง วิพากษ์กฎหมายที่มอบดุลยพินิจให้คณะกรรมการ โดยเฉพาะคณะกรรมการวัตถุอันตราย ว่าเป็นช่องทางนำไปสู่การทุจริตและต้นทุนทางกฎหมายที่สูง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการใช้อำนาจอย่างไม่โปร่งใส เช่น การยกเลิกสถานะวัตถุอันตรายย้อนหลังที่เกี่ยวข้องกับบริษัททุนใหญ่ และเตือนถึงอันตรายจากกฎหมายที่อาจรองรับการรัฐประหารและขยายอำนาจ คสช. ควบคุมสินค้ารวมถึงเครื่องสำอาง ซึ่งอาจก่อภัยต่อระบอบประชาธิปไตยหากไม่ทบทวนอย่างรอบคอบ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ มีความสำคัญยิ่ง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นผมอยากให้เริ่มต้นหลักคิดก่อนครับ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่ถือว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ควรจะมีกฎหมายที่เกิดจากลักษณะการอนุญาต หรือกฎหมายที่เกิดจากมีคณะกรรมการ กฎหมายที่เกิดจากการให้ดุลยพินิจ และกฎหมาย ที่กำหนดโทษทางอาญาถ้าเกิดว่าไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการ เนื่องจากว่าวันนี้ปัญหา ประเทศไทยเราจะเริ่มว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งประเทศได้ลดลง ๆ มาจนอยู่ใน อันดับท้าย ๆ ซึ่งเราก็ไม่สามารถแก้ภาพลักษณ์การคอร์รัปชันได้ ถ้าเราวิเคราะห์ในเชิงลึก การทุจริตคอร์รัปชันเกิดจากต้นทุนของกฎหมาย ต้นทุนของกฎหมายก็คือกฎหมายที่เขียนเอาอำนาจอธิปไตยของพวกเรา ของประชาชน ไปให้อยู่ในรูปของคณะกรรมการ หรือไปอยู่ในอุ้งมือของคนกลุ่มหนึ่ง แล้วคนกลุ่มนั้น ก็จะสามารถใช้อำนาจในการอนุมัติ อนุญาต หรือการใช้ดุลยพินิจ ผมไม่มีการศึกษา อย่างแท้จริง แต่ก็มีการพูดว่าต้นทุนของคณะกรรมการ ต้นทุนของกฎหมายไม่ต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินงบประมาณที่จะต้องไปใช้วิ่งเต้นกับเรื่องนี้

ประการสำคัญอย่างยิ่งก็คือวันนี้เมื่อเราเขียนกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ผมเอง ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ ผมเคยเป็นพนักงานสอบสวน เคยรับแจ้งความให้ดำเนินคดี ถ้าจำไม่ผิดวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็ยังถูกฟ้องอยู่ที่ศาลปกครอง ก็คือการให้ คณะกรรมการวัตถุอันตรายออกกฎห้ามวัตถุอันตรายบางประเภท เช่น ซัลเฟอร์ (Sulfur) หรือวัตถุอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ คือสารเคมีเป็นพิษต่อมนุษย์ แล้วอยู่ ๆ ไปถูกจับกุม พอไปถูกจับกุม ไม่ใช่สมัยนี้นะครับ นานมาแล้วตอนนั้นปี ๒๕๕๑ พอไปถูกจับกุม เรื่องวัตถุอันตราย เนื่องจากว่าปริมาณที่นำเข้าเยอะ การอนุญาตก็คือผู้ที่นำเข้าก็เป็น บริษัททุนใหญ่ จะต้องมีการเสียค่าปรับรวม ๆ ประมาณนับพันล้านบาท ตัวเลขอาจจะตกนิดหน่อย วิธีแก้ปัญหาก็คือใช้อำนาจของกรรมการวัตถุอันตรายไปยกเลิกวัตถุอันตรายที่เคยเป็นอันตราย กับไม่อันตราย แล้วก็เอาไปใช้ช่องกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญ ก็คือใช้มาตรา ๒ ของ กฎหมายอาญา เมื่อกฎหมายที่กำหนดขึ้นภายหลังไม่เป็นความผิด ไม่มีโทษทางอาญา การกระทำแม้ว่าจะติดคุกอยู่ก็ต้องปล่อย มีคำพิพากษาก็ต้องยกเลิก ก็ใช้ช่องนี้เพื่อให้เกิด การสั่งไม่ฟ้อง พนักงานสอบสวนก็ไม่กล้าจะสั่งไม่ฟ้องเพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วมันเป็น ประเด็นทางวิชาการ ก็หารือไปกับกฤษฎีกา กฤษฎีกาก็ต้องตอบในหลักของกฎหมายว่า เมื่อกฎหมายกำหนดขึ้นภายหลังไม่เป็นความผิด ก็ไม่ต้องรับโทษ นี่คือยกตัวอย่าง ผมได้ถาม ทางศาลปกครองที่มาชี้แจงมารายงาน วันนี้เรื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ฟ้องปี ๒๕๕๕ ถ้าจำไม่ผิด ปี ๒๕๕๕ ตุลาการชั้นต้นตัดสิน วันนี้เรื่องเกือบ ๗ ปีแล้วศาลปกครองสูงสุด ยังไม่ตัดสินลงมาว่าการใช้ดุลยพินิจนี้จะเป็นอย่างไร ดังนั้นผมก็จึงอยากจะกราบเรียนว่า การเขียนกฎหมายในหลักการเช่นนี้น่าจะขัดกับพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์ ในการเขียนกฎหมายและการประเมินผล ซึ่งอยากจะฝากกรรมาธิการที่จะไปศึกษา และประการสำคัญอย่างยิ่งก็คือรูปแบบคณะกรรมการคือรูปแบบการขาดความรับผิดชอบ คือทุกคนเหมือนวันนี้เราใช้งบประมาณจำนวนมากไปกับแผนบูรณาการ ผมยกตัวอย่าง เช่น แผนบูรณาการยาเสพติด ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยิ่งบูรณาการ ยาเสพติดยิ่งเพิ่มขึ้น ๆ เพราะมันไม่มีเจ้าภาพที่แท้จริง มีแต่การใช้เงิน ตราบใดที่ยังมี การบูรณาการโดยใช้องค์กรกระทรวง ทบวง กรมเป็นหลัก ไม่เอาพื้นที่เป็นหลัก เราอย่าหวัง เลยว่าจะแก้ปัญหาได้ อันนั้นคือการกระจายอำนาจ ผมจึงเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่น่าจะมีการทบทวน ถ้าจะมีรูปของคณะกรรมการ ผมยังคิดว่าน่าจะเป็นองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ขึ้นมาโดยเฉพาะ เป็นวิทยาศาสตร์อย่างเดียว ถ้าเป็นดุลยพินิจของคน บางทีคนจะเห็นความสำคัญ ของชีวิตมนุษย์ สำคัญน้อยกับบริษัทหรือนายทุนที่เอาสารเคมีพิษหรือวัตถุอันตรายมา เพราะสิ่งอันนี้มันไม่ได้เป็นภัยต่อวัตถุ มันเป็นภัยต่อชีวิตมนุษย์ มันเป็นภัยต่อสัตว์ ผมจึงอยากจะ ให้ทบทวนวิธีการเขียนกฎหมาย และที่สำคัญท่านรัฐมนตรีลองไปพิจารณานะครับ วันนี้ เงินนอกงบประมาณ ๔ ล้านล้านบาทนี่เรายังตามไม่ได้เลย วันนี้เหมือนเอาหน่วยราชการ ให้คนกลุ่มนี้มาเรียกค่าตรวจ มาได้เงินต่าง ๆ แล้วก็ไม่ต้องส่งคืนคลัง ทั้งที่เอาสถานที่ราชการ ซึ่งเป็นเงินภาษีอาการของประชาชนไปใช้ แล้วกลับไปอยู่ในอุ้งมือของคนกลุ่มหนึ่ง ผมพูด ในหลักการนะครับ หลายส่วนมันอาจจะดี

แล้วอีกส่วนหนึ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ในกฎหมายฉบับนี้มาตรา ๘ มาตรา ๙ ที่มานี่ให้ไปยอมรับมรดกของการรัฐประหาร ประเทศไทยซ้ำแล้วซ้ำอีกในการรัฐประหาร วันนี้กลับให้สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชนไปรับอำนาจประกาศ คสช. เรื่องวัตถุอันตราย ที่เป็น อย. ซึ่งเกี่ยวกับเครื่องสำอาง เกี่ยวกับหลายตัว เป็นการเขียนกฎหมาย ถ้าเรา ปล่อยผ่านไปนี่มันถือว่าเราไปยอมรับการกระทำที่ผ่านมาหรือที่จะมีอยู่ ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่า การกระทำนั้นมันต้องด้วยเหตุผลหรือเปล่า ดังนั้นผมจึงฝากกรรมาธิการครับ อยากให้ศึกษา กฎหมายฉบับนี้ให้ดี ไม่เช่นนั้นจะเป็นภัยอย่างยิ่ง และจะเหมือนกฎหมายไปอยู่ในใต้อุ้งมือ ถ้าเป็นคนดีก็ดี ถ้าเป็นที่เรียกว่าโจรก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณมากครับ