ศักดินัย ชี้แบนสารเคมี 3 ชนิดกระทบเกษตรกร หวั่นไร้ทางเลือกทดแทน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔

ศักดินัย นุ่มหนู หารือถึงผลกระทบจากการแบนสารเคมี 3 ชนิดที่กระทบเกษตรกรอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้มีการรับฟังเสียงเกษตรกรและรวมตัวแทนเกษตรกรในคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรอินทรีย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ พอได้ยินเรื่องของร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เข้าสู่สภา ทำให้ผมนึกถึง เหตุการณ์ก่อนหน้านี้เรื่องของการแบน (Ban) สารเคมี ๓ สาร ซึ่งก็อยากที่จะให้ทางคณะรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีได้ยินได้ฟังเสียงร่ำร้อง เสียงร้องทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรต่อการแบน (Ban) ๓ สารในอดีตที่ผ่านมานี้ด้วยนะครับ จากวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ นั้น ก็คือวันที่เรามีผล บังคับใช้สำหรับแบน (Ban) สารเคมี ๓ สาร พาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต (Glyphosate) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) การแบน (Ban) ๓ สารนั้นนะครับ ก็เพื่อที่จะมองว่า เป็นการใช้สารเคมีที่มีอันตรายต่อสุขภาพ ต่อชีวิตของพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ผู้บริโภคนะครับ แต่อย่างไรก็ตามมันได้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรอย่างยิ่ง เพราะอะไรครับ เพราะกระบวนการ แบน (Ban) สารเคมี ๓ สารดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีกระบวนการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีการเตรียมความพร้อมให้กับพี่น้องเกษตรกร ทุกอย่างนั้นได้ดำเนินการมาอย่างรวดเร็วนะครับ ๑๔๙ ล้านไร่ที่เรามีผลผลิตทางการเกษตร และส่งออกเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก วันนี้พี่น้อง เกษตรกรเขาร่ำไห้ ทุกข์ร้อน แล้วก็เดือดร้อนครับ ผมถึงอยากที่จะเห็นในร่างพระราชบัญญัตินี้ ได้ฟังเสียง ได้รับการดูแลต่อพี่น้องเกษตรกรให้มากขึ้นนะครับ เพราะอะไรหรือครับ เพราะว่า ณ วันนี้หลังจากที่มีการแบน (Ban) สารเคมี ๓ สารนั้น ผลผลิตของพี่น้องเกษตรกร ก็ตกต่ำ ไม่ว่าเราจะต้องใช้ มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แรงงานที่เพิ่มขึ้น เครื่องจักรกลต่าง ๆ ก็ยังไม่สามารถ ที่จะรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพครับท่านประธาน ดังนั้นผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลนำเสนอ แล้วก็เรียกร้องมาว่าอยากที่จะให้เป็นเกษตรปลอดภัยหรือเกษตรอินทรีย์ แต่การเปลี่ยนผ่าน ไปสู่การเป็นเกษตรเคมีแล้วไปสู่เกษตรอินทรีย์นั้น กระบวนการเปลี่ยนผ่านตรงนี้ยังเป็นปัญหาครับ ท่านประธาน ในขณะที่เรายังไม่มีสารชีวภัณฑ์ทดแทน เขาไม่มีอะไรเลยครับ มันจะไปใช้อะไร ในวันนี้จึงถามว่ารัฐบาลมีอะไรสำหรับการที่จะรองรับตรงนี้ ก็ไม่ได้มีอะไร ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อพี่น้องเกษตรกร ยกตัวอย่างครับท่านประธาน เหมือนกับตำรวจ จะต้องมีอาวุธประจำกายก็คือปืนพกประจำกายที่เป็นอาวุธ เป็นเครื่องมือสำคัญ พี่น้องเกษตรกร ก็ต้องมีสารเคมีโดยเฉพาะพาราควอต (Paraquat) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในเรื่องของการเกษตร แต่พรรคของเรานะครับ พรรคก้าวไกล หรือแม้แต่ตัวผมเอง เราไม่ได้มีนโยบายว่าจะต้องเป็น เกษตรที่ใช้สารเคมีอยู่ตลอดเวลา แต่กระบวนการเปลี่ยนผ่านเข้าไปสู่การเป็นเกษตรอินทรีย์นั้น เรายังไม่มีกระบวนการที่รองรับ เพราะฉะนั้นการขึ้นทะเบียนมันมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑ มิถุนายน ปี ๒๕๖๓ มีการแบน (Ban) ๓ สาร ใครมีไว้มีโทษปรับไม่เกิน ๑ ล้านบาท มีโทษจำสูงสุด ไม่เกิน ๑๐ ปี นี่คือสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรที่ใช้สารเคมีเหล่านี้มาเป็นเวลามากกว่า ๖๐ ปี อยู่ ๆ แล้วก็ กลายมาเป็นว่าสิ่งที่ใช้อยู่นั้นเป็นความเลวร้ายนะครับ และไม่สามารถที่จะให้ใช้ต่อได้ แต่โดยข้อเท็จจริงท่านประธานครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังมีการแอบทำ แอบขาย และมีราคา ที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกันคุณภาพกลับลดต่ำลงไปด้วยครับ เราไม่สามารถที่จะเพิ่มศักยภาพ การแข่งขันให้กับพี่น้องเกษตรกรได้หากเราไม่ให้เครื่องมือสำคัญสำหรับเขานะครับ ดังนั้น ก็อยากที่จะเรียนท่านประธานไปถึงทางคณะรัฐมนตรีที่จะพูดในเรื่องขององค์ประกอบของ คณะกรรมการวัตถุอันตราย วันนี้เราพูดถึงหลายภาคส่วนที่จะเข้ามาเป็นองค์ประกอบ แต่บุคคล ที่มีส่วนได้เสียสำคัญก็คือเกษตรกร ผมคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพี่น้องเกษตรกร เข้ามามีส่วนสำคัญในโครงสร้าง ในองค์ประกอบของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ไม่ใช่เป็น การกำหนดมาจากผู้ที่มีอำนาจ ข้าราชการ หรือนักการเมืองเท่านั้นนะครับ พี่น้องเกษตรกร ควรจะได้มีพื้นที่ตรงนี้ ดังนั้นจึงอยากเห็นว่าในการที่จะตราพระราชบัญญัตินี้ จึงขอให้เห็นว่า การมีพื้นที่สำหรับพี่น้องเกษตรกรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและมีความจำเป็น โดยเฉพาะใน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๓ รัฐธรรมนูญของปี ๒๕๖๐ บัญญัติไว้ว่า รัฐพึงจัดให้มีมาตรการ หรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิต ที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทุนที่ต่ำและสามารถแข่งขันในตลาดได้ หากวันนี้เครื่องมือสำคัญของพี่น้องเกษตรกรนั้นไม่มี เขาจะแข่งขันได้อย่างไรนะครับ ผมยกตัวอย่าง ในภาคตะวันออกมีผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะไม้ผลทุเรียนที่จะต้องส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งเขาก็ จะดูว่าอัตลักษณ์หรือรูปลักษณ์ของมันในการที่จะส่งออกนั้นจะต้องมีคุณภาพที่เป็นมาตรฐาน และมีความต้องการของตลาดต่างประเทศ การที่จะส่งออกโดยที่มีแมลงศัตรูพืชที่จะส่งเข้าไป ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ เราไม่สามารถที่จะขายตลาดภายในประเทศของเราได้ เพราะฉะนั้นการใช้ สารเคมีหรือการกำหนดออกมาอย่างนี้ ในช่วงของระยะเวลาที่ยังไม่มีสารชีวภัณฑ์ทดแทน ผมถือว่านี่คือการทำร้ายพี่น้องเกษตรกร จึงอยากที่จะให้ในส่วนของท่านคณะกรรมการที่จะได้ ตรากฎหมายนี้ได้เปิดพื้นที่ให้กับพี่น้องเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาท ในฐานะที่เขาเป็น กระดูกสันหลังของชาติ วันนี้เราบำรุงกระดูกสันหลังนี้อย่างไร ไม่ใช่มีแต่มาตรการที่จะมา กดขี่บังคับและไม่ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงหรือความเป็นจริงครับ เราจึงต้องมามองถึงความเป็นจริงนี้ ร่วมกันว่าพี่น้องเกษตรกรนั้นได้สร้างรายได้ให้กับประเทศนี้ปีละนับล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ควรที่จะเป็นผู้ร้าย และควรปฏิบัติต่อพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลัง ของชาติอย่างแท้จริงนี้ด้วยความเคารพและให้เกียรติกับพี่น้องเกษตรกร เราก็หวังครับว่า เกษตรปลอดภัยจะเป็นทิศทางของภาคเกษตรของไทย ไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่จะแบน (Ban) การใช้สารเคมี แต่ว่ากระบวนการใช้สารเคมีนั้นจะมีระยะเวลาของการเก็บเกี่ยว เพราะฉะนั้น การทำให้เกษตรปลอดภัยนั้นจึงเป็นทิศทางที่ถูกต้องมากกว่า ขอขอบคุณท่านประธานครับ