อาคม เติมพิทยาไพสิฐ หารือความคืบหน้าการแก้ไขพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีตามกรอบโกลบัลฟอรัม โดยเห็นด้วยกับข้อสังเกตด้านความชัดเจนของกฎหมาย โดยเฉพาะในประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายภาษีต่างประเทศ และศักยภาพทางการเงิน พร้อมเสนอให้เร่งรับรองกฎหมายภายในกำหนดเส้นตายวันที่ 30 สิงหาคม 2564 เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจัดอยู่ในบัญชีเทาหรือดำ และเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายให้ครอบคลุม เทคนิคต่างๆ ควรถูกกำหนดในกฎหมายลูก เพื่อเพิ่มความโปร่งใส รองรับมาตรฐานสากล และป้องกันการถ่ายโอนกำไรของบริษัทข้ามชาติ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณในข้อสังเกต แล้วก็ความห่วงใยในเรื่องของการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเจตนารมณ์นั้นก็คือ เราก็แก้ให้เรียกว่ามีขั้นพื้นฐานที่สุดนะครับ ความจำเป็นในขณะนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็มี เดดไลน์ (Deadline) อยู่นะครับ มีข้อกำหนดในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ นี้นะครับ ซึ่งก็เป็นเกณฑ์เวลาที่เราจะต้องให้สัตยาบัน แต่ทั้งหมดทั้งปวงในข้อสังเกตทั้งหลายนี่ก็เป็น ข้อสังเกตที่ผมเห็นด้วยนะครับว่ามันจะต้องมีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เรื่องของความคิดทางกฎหมายของแต่ละประเทศนั้นก็แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้นั้นเราก็มองเฉพาะกฎหมายในเรื่องของภาษีอากรนั้นเฉพาะภายในประเทศ แต่ว่าในต่างประเทศนั้นเรายังไม่ได้มอง อันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ
เรื่องของศักยภาพทางการเงินนั้นก็เช่นเดียวกันนะครับ ที่ท่านสมาชิกได้ อภิปรายไว้สักครู่นี้ เรื่องเทคโนโลยีก็จะเป็นเรื่องของเทคนิค แต่ขออนุญาตว่าบางเรื่องนั้น ถ้าเป็นทางด้านเทคนิคที่เราอาจจะยังไม่ได้เขียนในขั้นตอนของกฎหมายนี้ก็ขอว่าไปเป็น ในเรื่องของกฎหมายลูกนะครับ
เรื่องของกรอบในเรื่องของโกลบัลฟอรัม (Global Forum) ตรงนี้จริง ๆ แล้ว มันก็มีอยู่ ๒ กลุ่มหลัก ๆ งานตรงนี้ยังไม่เสร็จสิ้นทั้งหมดนะครับ อันนี้เป็นเพียงขั้นตอนที่ ๑ ซึ่งเป็นในเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบอัตโนมัติ ถ้าพูดกันจริง ๆ ก็พูดถึงในเรื่องของ ข้อมูลการเงินซึ่งเกี่ยวข้องกับทางด้านกรมจัดเก็บก็คือกรมสรรพากรโดยตรง แต่ก็จะมี อีกกลุ่มหนึ่งที่ท่านสมาชิกท่านแรกได้อภิปรายก็คือมีเรื่องของข้อมูลทางการเงิน เรื่องของ ทรัพย์สินในครอบครอง เรื่องของผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งอันนี้ก็จะมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในขณะนี้ทางกระทรวงการคลังโดยสรรพากรนั้นก็เป็นเจ้าภาพอยู่ในเวลานี้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องซีอาร์เอส (CRS) คอมมอน รีพอร์ทิง สแตนดาร์ด (Common Reporting Standard) หรือว่าเอกซ์เชนจ์ ออฟ อินฟอร์เมชัน (Exchange of Information) อันนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องทำนะครับ ซึ่งในเรื่องของเอกซ์เชนจ์ ออฟ อินฟอร์เมชัน (Exchange of Information) นั้นก็จะมีเพียรีวิว (Peer Review) ในประมาณไตรมาสที่ ๑ ของปี ๒๕๖๕ อันนั้นแน่นอนที่สุดว่าเราต้องทำนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนั้นในขณะนี้ สถานภาพของเรานั้นก็อยู่ในเรียกว่าเป็นแบล็คลิสต์ (Blacklist) ยังไม่ถึงนะครับ ยังอยู่ใน สีเทา ๆ อยู่ ถ้าหากเราสามารถที่จะให้สัตยาบันภายในวันที่ ๓๐ สิงหาคมนี้ได้ เราก็จะพ้น ในทั้งเกรย์ (Gray) ทั้งแบล็ค (Black) ตรงนี้นะครับ อันนี้ก็จะผ่านพ้นไปในขั้นตอนหนึ่ง อันนี้ก็ที่เรียนอย่างนี้นี่ไม่ได้หมายความว่าผมไม่เห็นด้วยนะครับ ผมก็อยากจะให้ทำให้มัน ละเอียดมากขึ้นกว่านี้นะครับ แล้วก็ให้ครอบคลุมในสิ่งที่ท่านสมาชิกได้มีความเป็นห่วง แน่นอนที่สุดว่าหลังจากนี้ หลังจากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้เราต้องไปทำในเรื่องของ เป็นกฎหมายลูกออกมาอีกฉบับหนึ่งนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตว่าถ้าอย่างไรก็ขอเป็นว่า ในขั้นของกรรมาธิการนะครับว่าทางกรมสรรพากรก็จะรับความเห็นตรงนี้ไป แล้วก็อาจจะเพิ่มเติมเท่าที่เราสามารถที่จะเพิ่มเติมได้ เพื่อให้เซอร์ทิไฟ (Certify) ในเรื่องของ กลุ่มอียู (EU) จริง ๆ แล้วในเรื่องของกฎหมายการหลบเลี่ยงภาษีตรงนี้ก็มีอยู่ ๒ ค่ายนะครับ มีค่าทางสหรัฐอเมริกาซึ่งเราออกกฎหมายแฟตกา (FATCA) ไปแล้ว อันนี้มีอีกค่ายหนึ่งนะครับ ก็เช่นทำนองเดียวกันกับในเรื่องของเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎกติกาต่าง ๆ ที่บังคับเรา มีกฎกติกาโลกทั้งที่มีองค์กรกำกับดูแลโลกหรือว่าองค์กรซีกยูเอส (US) ซีกสหรัฐอเมริกา ซีกยุโรป (Europe) ก็มีความคิดคอมมอน (Common) ที่เหมือนกันอยู่ จะแตกต่างกัน ในรายละเอียดนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการเงิน การเงินเรื่องภาษีอากรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่เป็นข้อบังคับที่ถ้าหากเราไม่เข้าตรงนี้เราก็จะสูญเสียในเรื่องของเครดิบิลิตี (Credibility) เรื่องของความโปร่งใส แล้วก็จริง ๆ แล้วผมยังได้เรียนทางสรรพากรไปนะครับว่า ไม่ใช่ว่า ประเทศอื่นนั้นบังคับเราอย่างเดียวแต่ว่าเราเองก็ต้องดูในเรื่องของกำไรหดหายที่เรามักจะ พูดกันในเรื่องของทรานเฟอร์ไพรซ์ซิง (Transfer pricing) ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะเราจะเห็นว่าบริษัทต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยมีผลขาดทุน แต่ว่าบริษัทแม่ หรือต่าง ๆ นั้นก็มีผลกำไร ก็มีการถ่ายโอนในเรื่องของต้นทุนทั้งหลายตรงนี้ ซึ่งเราก็ต้อง ใช้โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับเรา ด้วยนะครับ ในส่วนของผมก็อยากจะขอรับในเรื่องของข้อสังเกต ข้อห่วงใยทุกเรื่อง แล้วก็ ฝากให้ทางกรมสรรพากรนั้นได้พิจารณาร่วมกับในคณะกรรมาธิการที่เราจะตั้งขึ้นนะครับ ก็ขออนุญาตในเบื้องต้นเพียงเท่านี้นะครับ ถ้าหากมีรายละเอียดทางท่านอธิบดีสรรพากร จะชี้แจงในรายละเอียดก็ขออนุญาตให้ท่านอธิบดีนะครับ