สันติ กีระนันทน์ ชี้แจงผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมยาผิดกฎหมาย คลินิกเถื่อน และการปรับปรุงกฎหมายการทำแท้งให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเน้นการดึงผู้หญิงเข้าสู่ระบบสาธารณสุขแทนการลงโทษ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขร่างกฎหมายให้ครอบคลุมทั้งด้านอายุครรภ์ ความแม่นยำของการตรวจ และการยกเว้นความผิดในกรณีที่มีเหตุผลด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงชี้แจงประเด็นความรับผิดของบุคคลชายในกรณีตั้งครรภ์ว่าไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้แต่ยังมีความรับผิดทางกฎหมายในความผิดด้านเพศ และยืนยันว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ร่วมชี้แจงเพิ่มเติมต่อไป
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ ผม สันติ กีระนันทน์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ที่ท่านได้กรุณาอภิปรายกัน อย่างกว้างขวาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่านเห็นปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมไทย ผมกราบเรียนอย่างนี้ในเบื้องต้นประเด็นทุกประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณา อภิปรายนั้น เป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้ถกเถียงและอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมทุกประเด็นและมากกว่านั้นด้วยนะครับ ผมจะชี้แจงบางประเด็นเริ่มต้นก่อนนะครับ ส่วนประเด็นที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับทางการแพทย์นั้นจะมี ๒ ท่านซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ก็คือท่านอาจารย์วิบูลพรรณกับคุณหมอกิตติศักดิ์ซึ่งเป็นสูตินรีแพทย์จะชี้แจงให้เกิด ความชัดเจนในประเด็นที่เกี่ยวกับการแพทย์
ผมเริ่มต้นอย่างนี้ก่อนครับ ถ้าตอบคำถามก่อนนะครับว่ากรรมาธิการ ได้คิดรอบคอบไหมกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมมั่นใจว่าเราคิดอย่างรอบคอบ เพราะว่าได้กราบเรียนไปเบื้องต้นแล้วนะครับ ทุก ๆ ประเด็นที่ท่านกรุณาแสดงความห่วงใยนั้น ได้มีการยกขึ้นมาพูดคุยกัน แล้วก็เรียนเชิญผู้ชี้แจงมาอย่างหลากหลาย พร้อมกับไปทำการบ้าน หาข้อมูลสนับสนุนอีกมากมายเลยทีเดียวนะครับ อย่างไรก็ดีกลับไปเรื่องเดิมสักนิดหนึ่ง การเขียนกฎหมายอาญาคงยากที่จะกำหนดรายละเอียดและวิธีการปฏิบัติให้เฉพาะเจาะจง ได้ชัดเจนมาก ๆ ดังนั้นฝ่ายบริหารซึ่งมีหน้าที่ในการทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยู่แล้วนี่นะครับ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการเอาไปปฏิบัติต่อ ซึ่งท่าน จะเห็นได้ว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีข้อสังเกตค่อนข้างยาวถึง ๑๐ ข้อ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่ข้อ ๕ ไปจนถึงข้อ ๑๐ นั้นเน้นย้ำนะครับว่าฝ่ายบริหารนี่ต้องมีประเด็นอะไรบ้าง ที่ต้องไปพิจารณา ผมยกตัวอย่างข้อ ๗ ข้อ ๗ นั้นเราบอกว่าต้องกำหนดให้รัฐมีมาตรการ ในการควบคุมการจำหน่ายยาที่ผิดกฎหมายและดำเนินการกับหมอเถื่อนและคลินิกเถื่อน อย่างจริงจัง ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหามากครับ คณะกรรมาธิการเห็นชัดนะครับว่าเดิมทีนั้น ที่มาตรา ๓๐๑ กำหนดว่าการทำแท้งทุกกรณีเป็นความผิดหมด มันเป็นการผลักหญิง ผู้เคราะห์ร้าย หญิงผู้ตั้งครรภ์อย่างไม่พึงประสงค์ให้ออกจากกระบวนการสาธารณสุข แต่คราวนี้นี่นะครับวิธีการเขียนกฎหมายที่มีการแก้ไขตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ทำตรงข้ามครับ พยายามดึงเอาหญิงผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดนั้นเข้ามาสู่กระบวนการสาธารณสุข ซึ่งนั่นคือเจตนารมณ์ที่ชัดเจน และถ้าถามว่าการเอาผิดหญิงที่ตั้งครรภ์แล้วยุติการตั้งครรภ์นั้น แม้กระทั่งดั้งเดิมมาตรา ๓๐๑ ที่ถือว่าผิดทุกกรณีนั้นนะครับ ตามสถิติแล้วแทบจะไม่เคยมี การเอาผิดกับหญิงเลยนะครับ แต่เอาผิดกับผู้กระทำเถื่อน ย้ำนะครับ ผู้กระทำเถื่อน
ส่วนเรื่องความเชื่อทางศาสนานั้นได้คิดกันหรือไม่ กราบเรียนว่าได้คิดครับ ได้คิดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อตามศาสนาใดก็ตาม แต่อย่างไรก็ดีในความเชื่อของศาสนานั้น แม้ว่าบางอย่างเป็นเรื่องที่เทา ๆ คลุมเครือก็ได้ถูกนำมาพิจารณา ในหลายประเทศที่เป็นประเทศ ที่มีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างออกไปก็จะเห็นว่าได้มีการวางหลักกฎหมายที่อาจจะ ไม่ได้คล้อยตามความเชื่อของศาสนาในประเทศนั้น ๆ ด้วยซ้ำไปนะครับ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ก็เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่คณะกรรมาธิการได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาทั้งสิ้น
อีกอันหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้นะครับว่าการทำงาน ของคณะกรรมาธิการนั้นเนื่องจากเราได้รับมอบหมายจากสภาในวาระที่ ๑ ในชั้นรับหลักการนั้น หลักการที่ให้ไปในการทำงานของเรานั้นมี ๒ ประการหลัก คือ ๑. ให้กำหนดอายุครรภ์ สำหรับความผิดฐานหญิงทำให้ตนแท้งลูก ขอโทษครับ กำหนดอายุครรภ์สำหรับความผิด ฐานหญิงทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๐๑ และหลักการที่ ๒ เพิ่มเหตุยกเว้นความผิดฐานทำให้แท้งลูก เป็นการแก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๓๐๕ จะเห็นว่าคณะกรรมาธิการที่ไปทำงานนั้นไม่ได้ทำอะไรที่ผิดไป จากหลักการนะครับ แล้วเราก็ไม่สามารถจะทำอะไรนอกเหนือจากหลักการที่รับไปจาก สภามอบหมายให้เราได้ ดังนั้นในมาตรา ๓๐๑ ซึ่งปรากฏในร่างพระราชบัญญัติ มาตรา ๓ ที่กำลังพิจารณานั้นเราก็ยึดถือตามหลักการที่สภาผู้แทนราษฎรได้มอบไปให้ทำงานนะครับ
ประเด็นเรื่องความแม่นยำในการตรวจอายุครรภ์ซึ่งเดี๋ยวคุณหมอทั้งสองท่าน จะกรุณามาให้ข้อมูลชี้แจง ผมกราบเรียนว่าก็เป็นประเด็นที่เรากังวลใจจึงพยายามหาทางออก โดยการเขียนเพิ่มในมาตรา ๔ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อหาทางออกให้กับความไม่แม่นยำ ในการนับอายุครรภ์ ยังพอมีทางออกให้กับหญิงผู้ประสบปัญหาชีวิตนะครับ
นอกจากนั้นมีคำถามนะครับว่า ไม่ว่าจะเป็นร่างเดิมหรือว่าร่างที่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาแล้วนะครับ ในมาตรา ๓๐๕ ซึ่งผมขออนุญาตเลยไปเพราะว่ามีสมาชิกบางท่าน ได้กล่าวถึงแล้วนะครับ ใน (๔) ต้องกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ถ้า (๔) ของมาตรา ๓๐๕ ไม่เขียนเอาไว้นี่แพทย์ผู้กระทำให้มีความผิดครับ เพราะจะเห็นได้ชัดมาตรา ๓๐๕ ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง เริ่มต้นมาตรา ๓๐๕ นั้นได้พูดถึงการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ คือพูดถึงหญิงผู้ตั้งครรภ์ หรือมาตรา ๓๐๒ คือผู้อื่นที่ทำให้หญิงนั้นแท้งลูก ซึ่งในที่นี้ก็คือ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ดังนั้นถ้าไม่เขียนเอาไว้ใน (๔) แพทย์ไม่พ้นผิด หญิงพ้นผิดเท่านั้น หญิงไม่มีความผิดเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็เป็นข้อกังวลใจ โดยที่บางท่านก็ยังมีข้อกังวลใจถัดไปว่าแล้วเหตุอื่นล่ะ เช่นเหตุทางเศรษฐกิจ ผมกราบเรียนว่า (๕) ที่คณะกรรมาธิการได้ร่างเพิ่มขึ้นนั้นได้ครอบคลุมทุกประเด็นไม่ว่าจะเป็นเหตุ ทางเศรษฐกิจ หรือเหตุทางสังคม หรือเหตุอื่นใดที่วันนี้อาจจะยังไม่สามารถให้นิยามชัดเจนได้ ก็ได้พยายามพิจารณาให้เกิดความครอบคลุมทุกประการทั้งสิ้นนะครับ
เรื่องการไม่เอาผิดกับชายซึ่งเป็นเหตุต้นเหตุต้องกราบเรียนเช่นนั้นนะครับ ความจริงเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับว่าถ้าเผื่อพูดตามประสาของ ชาวบ้านก็คงจะบอกว่าเวลาจะเปรียบเทียบฐานความผิดนั้นต้องเทียบส้มกับส้ม แอปเปิ้ล กับแอปเปิ้ล เราไม่สามารถเอาส้มกับแอปเปิ้ลไปเปรียบเทียบได้ ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ออกมาเช่นเดียวกัน เพราะว่าผู้ที่จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์แน่นอนครับ ทั้งชายและหญิง แต่คนที่จะทำการยุติการตั้งครรภ์นั้นมีเพียงหญิงข้างเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ดี ไม่ได้บอกว่าชายที่เป็นต้นเหตุนั้นจะพ้นผิดนะครับ เนื่องจากประมวลกฎหมายอาญาลักษณะ ๙ ที่พูดถึงเรื่องการกระทำความผิดทางเพศนั้นได้ครอบคลุมชายที่กระทำผิดไว้ครอบคลุมแล้ว ดังนั้นคงจะต้องไปพิจารณาแยกส่วนกันไม่ได้แปลว่าผู้ชายจะไม่มีความผิด ดังนั้นในเบื้องต้น ผมขออนุญาตชี้แจงไว้อย่างนี้ครับ แล้วจะขออนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญทั้ง ๒ ท่านก็คือ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณวิบูลพรรณกับคุณหมอกิตติศักดิ์ ได้ชี้แจงเรื่องประเด็นที่เป็น ทางการแพทย์ครับ ขอบพระคุณครับ