กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการทำแท้ง โดยเสนอให้เปิดทางเลือกการทำแท้งอย่างปลอดภัยภายใน 12 สัปดาห์ และเพิ่มเงื่อนไขเฉพาะกรณีเสี่ยงต่อสุขภาพ มารดา ทารกพิการ หรือตั้งครรภ์จากความรุนแรงทางเพศ พร้อมเน้นความจำเป็นในการปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับสิทธิสตรีและบริบททางการแพทย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความจริงผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการ แต่ต้องขออนุญาต มาอภิปรายเพื่อจะสนับสนุนเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้นะครับ กฎหมายฉบับนี้เป็น ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ความผิด เกี่ยวกับการทำแท้ง ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหาการทำแท้งเป็นปัญหาที่เจอมาตลอดในประเทศไทย และในมวลมนุษยชาติ ทุกประเทศมีปัญหาการทำแท้งนะครับ ผมเป็นสูติแพทย์ แล้วก็อาจจะเป็น สูติแพทย์คนเดียวในสภาแห่งนี้ที่เผชิญกับปัญหาการทำแท้ง คนไข้มีปัญหาทำแท้งมา ติดเชื้อ บางคนเสียชีวิต บางคนตาย บางคนตัดมดลูก ตกเลือด ต่าง ๆ นี่คือปัญหาที่แพทย์กลัวที่สุดก็คือ เรื่องของการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยนะครับ กฎหมายการทำแท้งอันนี้ก็เกิดจากศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยบทบัญญัติความผิดฐานหญิงทำให้เกิดตนเองแท้งหรือยอมให้ผู้อื่นทำแท้ง ซึ่งตาม มาตรา ๓๐๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญในวินิจฉัยคำสั่งที่ ๔/๒๕๖๓ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ว่าบทบัญญัติที่กล่าวมาข้างต้นขัดหรือแย้งต่อ ม. ๒๘ ของรัฐธรรมนูญก็คือสิทธิของประชาชนของสตรีคนนั้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและนำมาทำให้เรา มีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมานะครับ นำเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาว่าการทำแท้ง แต่ก่อนถือว่าเป็นความผิดทั้งคนทำและคนให้ทำ ยกเว้นแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมารดา ไม่ว่าจะกี่อาทิตย์ก็เป็นความผิดหมด ซึ่งตอนนั้นสังคมก็คิดว่าเรื่องของศีลธรรม เรื่องของสิทธิ ของทารกในครรภ์มากกว่าสิทธิของมารดา แต่ก่อนที่เราคิดอย่างนี้ก็เกิดปัญหาเกิดขึ้นมา สตรีที่ตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมทางการแพทย์เรียกว่าอันวอนเทดต์ เพรกแนนซี (Unwanted Pregnancy) ก็ต้องไปทำแท้งเถื่อนหรือคริมินัล อะบอร์ชัน (Criminal Abortion) ก็เกิดปัญหา เรื่องของการติดเชื้อหรืออันตรายต่อสุขภาพมารดา แล้วก็ทำให้เป็นสิ่งที่วงการแพทย์เราตระหนักมากนะครับ เรียกว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ในอนามัยการเจริญพันธุ์ แล้วก็ปัญหากฎหมายที่ยังไม่ทันสมัย กฎหมายฉบับนี้จริง ๆ อันก่อนการทำแท้งกรณีบุตรพิการก็ไม่มีบัญญัติไว้ เช่น กรณีที่เราไปตรวจน้ำคร่ำในคนไข้ ตั้งครรภ์ที่อายุเกิน ๓๕ สัปดาห์ แล้วเป็นดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) ก็ไม่มี บทบัญญัติว่าการให้ทำแท้งเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย แต่ในทางการแพทย์เราก็คิดว่านี่คือสิ่งที่เรา บัญญัติของแพทยสภา และนอกจากนั้นแล้วเรื่องของการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการข่มขืนกระทำ ชำเราก็ยังมีปัญหานะครับ เพราะว่าในกฎหมายไม่มีการตีความชัดเจนว่าการกระทำชำเรา คดีสิ้นสุดหรือยัง ทำให้แพทย์สับสนในเรื่องของการทำงาน ถ้าให้คดีสิ้นสุดบางทีคลอดออก มาแล้วก็ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งทำให้เป็นอันตรายต่อทั้งสุขภาพมารดา ทั้งจิตใจ ร่างกาย ที่เขาต้อง ทนทุกขเวทนา แล้วก็ต้องอุ้มครรภ์นั้นไว้แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการก็ตามนะครับ ซึ่งอันนี้ทำให้ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นการแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างที่จะปรับปรุงปฏิวัติแนวทางอนามัย การเจริญพันธุ์ขึ้นมา กรรมาธิการ ผมนำเรียนทุกท่านว่าด้วยความเคารพว่าเรามีบรรยากาศ ที่ดีมากในการที่จะหาทางในการแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้เป็นประโยชน์มากที่สุดระหว่าง ทั้งสิทธิมารดา สิทธิของทารกในครรภ์ สังคม รวมทั้งสิทธิของแพทย์ ต้องยอมรับว่าแพทย์ เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะต้องมาแก้ปัญหานี้ด้วยกัน นำเรียนท่านประธานว่ากฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติมาตรานี้ก็จะมีมาตรา ๓ คือการแก้ไขมาตรา ๓๐๑ ของประมวลกฎหมาย อาญาว่าการทำผิด แต่ก่อนทำแท้งเท่าไรก็ผิด แต่กฎหมายฉบับนี้จะบอกว่าถ้าเกิน ๑๒ สัปดาห์ถึงมีความผิด ถ้าไม่เกินก็ไม่มีความผิด ก็ว่าต่ำกว่า ๑๒ สัปดาห์หญิงมีสิทธิ ที่จะทำแท้งได้ แล้วก็แก้ไขมาตรา ๔ คือแก้ไขมาตรา ๓๐๕ นะครับ ก็คือเรื่องของการที่จะมี ข้อบัญญัติเพิ่มเติมว่าถ้าหญิงผู้กระทำความผิดในมาตรา ๓๐๑ ถ้าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมมีหลักเกณฑ์ตามแพทยสภา ข้อ ๑ คือจำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหญิงตั้งครรภ์ ต่อไปเสี่ยงต่ออันตราย ต่อสุขภาพทางร่างกายและจิตใจของหญิงนั้น ๒. จำเป็นต้องกระทำ เนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมากหรือมีเหตุผลทางการแพทย์เชื่อได้ว่าทารกที่ออกมาจะมี ความผิดปกติขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรงนะครับ ๓. หญิงยืนยันต่อวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพว่าการตั้งครรภ์เนื่องจากมีความผิดปกติเกี่ยวกับทางเพศ แค่ยืนยันนะครับ ๔. ตั้งครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ๕. การตั้งครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์แต่ไม่เกิน ๒๐ สัปดาห์ อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องมีกระบวนการอีกกระบวนการหนึ่งก็คือการรับคำปรึกษาทางเลือกจาก ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น นี่คือความสำคัญนะครับ สิ่งที่ผม เจอมาบ่อย ๆ ก็คือว่าบางทีคนที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ก็จะมีความสับสน แล้วก็นึกไม่ออกว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร หลายครั้งต้องตัดสินใจโดยที่ไม่รอบคอบ การที่เราให้คำปรึกษานี้ ทำให้เกิดการตัดสินใจที่รอบคอบขึ้น เช่น บางทีผมเจอพ่อแม่พาลูกมาว่าลูกท้องต้องให้ คุณหมอทำแท้งให้ แต่จริง ๆ แล้วผมก็แนะนำนะครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับว่า ผมแนะนำคุณพ่อคุณแม่ว่าต้องให้กำลังใจลูก ต้องเข้าใจลูก เขาเจ็บมามากแล้ว พ่อแม่ อย่าไปดุด่าเขาอีกเลย ต้องช่วยกันให้กำลังใจกัน แล้วการที่เขาจะตั้งครรภ์ต่อไปก็ไม่ใช่สิ่งที่ เป็นไปไม่ได้ ถ้าจะให้ตั้งครรภ์ต่อไปเราช่วยกันเลี้ยงลูก แล้วก็โรงเรียนก็ต้องเข้าใจ เขาอาจจะ แก้ปัญหาเอาลูกไปเรียนที่อื่น ไปฝากครรภ์ที่จังหวัดอื่น เขากลับมามาเป็นคนดีในสังคม เรียนจบ ตอนนี้ก็จบไปหลายคนแล้ว ผมเจอคนไข้ที่จบมาหลายคนแล้วก็เป็นคนดีในสังคม แล้วก็ไม่ได้ทำแท้งอะไร นี่คือเป็นทางเลือกหนึ่ง แล้วก็พ่อแม่ ปู่ย่าตายายก็มาขอบคุณผม เพราะถ้าเขาตัดสินใจไปโดยที่ไม่ได้รับคำปรึกษาเขาจะเสียใจมาก ลูกหลานคนนั้นเขารักมาก แล้วเขาก็ขอบคุณผมที่ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์นะครับ นี่คือสิ่งที่กระบวนการจะเพิ่ม คำแนะนำเพื่อจะทำให้เขาได้ตัดสินใจที่รอบคอบขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ