เกียรติ สิทธีอมร ตั้งข้อกังวลต่อความแม่นยำในการประเมินอายุครรภ์ตามร่างกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้มีหลักประกันป้องกันการดำเนินคดีอาญากับผู้หญิงจากข้อผิดพลาดดังกล่าว ขณะเดียวกันเสนอให้ชี้แจงบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 8 กระทรวง รวมถึงกรอบอำนาจของรัฐมนตรีและแนวทางการพิจารณายกเว้นความผิดภายใต้กฎหมายการยุติการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในกรณีเหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับพันธสัญญาสากลและข้อตกลงระหว่างประเทศในประเด็นสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ การคุมกำเนิด และการเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ ผู้สงวนคำแปรญัตติครับ จริง ๆ แล้วกฎหมายนี้มีไม่กี่มาตรานะครับการเสนอการแก้ไข แล้วก็มีมาตรา ๓๐๑ กับมาตรา ๓๐๕ คือมาตรา ๓ มาตรา ๔ วัตถุประสงค์ของมาตรา ๓ ก็คือระบุว่าทำอะไรผิด ไม่ผิด มาตรา ๔ ก็คือยกเว้นของมาตรา ๓ อย่างไรบ้างนะครับ พอดีกรรมาธิการก็สลับบางเรื่องที่ผมสงวน (๒) ไว้ ผมเสนอให้ใส่ (๒) คือเรื่องที่ทำแล้ว ไม่ควรจะผิดนี่เพิ่มเติมเข้าไป แต่ตอนนี้ก็ไปปรากฏอยู่ในมาตรา ๓๐๕ (๕) ซึ่งผมไม่ติดใจ ในประเด็นนั้นนะครับ แต่ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับ มันมีบางเรื่องที่ผมได้มีโอกาสเสนอ ในวาระที่ ๑ ไปแล้ว แล้วก็ได้มีการร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการแล้วในวันที่ ๗ มกราคม ที่ผ่านมา แล้วก็อยากฟังคำตอบชัด ๆ จากกรรมาธิการว่าท่านได้คิดครบแล้วหรือยัง เหตุผลของผมที่มีการสงวนคำแปรญัตติไว้มี ๒ ประการหลัก ๆ
ประการที่ ๑ ก็คือว่าความแม่นยำในการตรวจอายุครรภ์ แม้กระทั่งหมอเอง ยังยอมรับเลยครับว่าไม่แม่นครับ ในโลกนี้ตอนนี้มันมี ๓ วิธี วิธีนับวันก็เป็นวิธีหนึ่ง วิธีตรวจร่างกาย ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง วิธีที่ ๓ ที่แม่นยำที่สุดก็คืออัลตราซาวด์ (Ultrasound) นะครับ แล้วถ้าเรา เกิดกรณีที่เฉียดฉิวละครับท่านประธานครับ ถ้ากฎหมายเขียนออกมาแล้วไม่มีความยืดหยุ่น ในการบังคับใช้แล้วมีการประเมินผิดขึ้นมา เรากำลังพูดถึงอนาคตของผู้หญิงคนหนึ่งที่จะต้อง ติดคุกหรือไม่ติดคุกเพราะการประเมินที่ผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อน ตรงนี้ครับผมอยากฟัง ให้ชัด ๆ ว่ากรรมาธิการได้พิจารณาประเด็นนี้ของผมไหม แล้วได้ระบุในข้อใดบ้างที่เป็น หลักประกันว่าจะไม่มีการประเมินคลาดเคลื่อนแล้วเป็นเหตุให้ผู้หญิงซึ่งไม่ควรต้องมีโทษอาญา กลับต้องโทษอาญา ตรงนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากฟัง เพราะผมพยายามถอดรหัสนะครับ ไปอ่าน (๕) ของมาตรา ๔ หรือมาตรา ๓๐๕ (๕) ก็ไม่ค่อยชัดนะครับว่าจริง ๆ แล้วมีประเด็นนี้ หรือเปล่า
ประการที่ ๒ ในโลกนี้นะครับ จริง ๆ ที่ผมอภิปรายไปในวาระที่ ๑ ก็คือว่า กฎหมายลักษณะนี้ในโลกนี้มี ๕ ประเภท ผมขออนุญาตห้องโสตทัศนูปกรณ์ขึ้นชาร์ต (Chart) นิดหนึ่งครับ ชาร์ต (Chart) เดียวสั้น ๆ ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ไม่ทราบจะพอมองเห็นกัน หรือเปล่า อันนี้คือกฎหมายของทั้งโลกมี ๕ ประเภทเท่านั้นเองครับ ประเภท ๑ ประเภท ๒ ประเภท ๓ พูดถึงเรื่องสุขภาพ ประเภท ๑ คือห้ามเลยครับ ประเภท ๒ ประเภท ๓ คือสุขภาพของผู้หญิง แล้วก็สุขภาพของเด็กในครรภ์ ประเภท ๔ การยุติการตั้งครรภ์ด้วย เหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคม ประเภท ๕ เป็นลักษณะกรอบกฎหมายใกล้เคียงกับ ที่เรากำลังออกในวันนี้ก็คือมีการกำหนดอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์บ้าง ๒๔ สัปดาห์บ้าง ๑๕ สัปดาห์บ้าง มี ๒ ประเทศในโลกนี้ครับไม่กำหนดอายุเลยครับ ทำได้มี ๒ ประเทศในโลก ตอนนี้เหตุผลที่ผมใส่ไว้ตอนผมสงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๓ ก็คือว่า ถ้าเป็นกรณีที่ประสบ ปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาทางสังคม ซึ่งกระทบต่อการดำรงชีพตามปกตินั้นควรจะต้อง ให้ทำได้ ก็คล้าย ๆ กับหลาย ๆ ท่านที่ได้มีการอภิปรายไปแล้ว ผมอ้างอิงชาร์ต (Chart) นี้ เพราะว่าในโลกนี้มีผู้หญิง ๓๘๖ ล้านคน ๒๓ เปอร์เซ็นต์สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ด้วยเหตุผล ทางเศรษฐกิจและสังคม ผมก็นำเรื่องนี้เสนอกับกรรมาธิการไป แต่ท่านไปพิจารณาอย่างไรผมขอคำตอบนิดนะครับ ผมเห็นที่ท่านมีการปรับปรุงในมาตรา ๔ หรือมาตรา ๓๐๕ ของประมวลกฎหมายอาญา (๕) คือท่านไปใส่เพิ่มเติมนะครับ โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีจะกำหนด อันนี้ ผมไม่ค่อยสบายใจว่าเวลาเราออกกฎหมายแล้วเรามักจะชอบ ประเทศไทยนี้ชอบมากเลยครับ เผื่อไปออกกฎกระทรวง แต่กฎกระทรวงนี้ไม่ได้ออกเฉพาะวิธีการไปออกหลักเกณฑ์ได้อีก ซึ่งอันนี้หลายประเทศเขาไม่ทำแล้วนะครับท่านประธานครับ มีหลายกรณีเลยครับ ของประเทศไทยที่รัฐมนตรีใช้อำนาจในการออกหลักเกณฑ์เพิ่มเติมซึ่งไม่ควรครับ ถ้าออกวิธีการ ในการดำเนินการก็โอเค (OK) ทีนี้พอดีใส่หลักเกณฑ์และวิธีการและในการเข้าสภาในครั้งนี้ ไม่ได้มีหลักเกณฑ์และวิธีการมาเล่าให้พวกเราฟังเราก็เลยไม่ทราบก็ต้องคาดเดาเอา ทีนี้ นอกเหนือจากนั้นไปก็มีบอกไปอีก สามารถยกเว้นได้โดยคำแนะนำของแพทยสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พอใส่คำว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ผมก็ไปไล่ดูครับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ. นี้ มีใครบ้าง ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้นแล้ว ไม่ใช่เฉพาะแพทยสภาแล้วนะครับ มีอีก ๘ กระทรวงท่านประธานครับ กระทรวง พม. กระทรวงแรงงาน มหาดไทย ศึกษาธิการ สาธารณสุข ยุติธรรม วัฒนธรรม กทม. ด้วย แต่ไม่ได้บอกไม่ได้อธิบายให้ผมทราบว่า หลักเกณฑ์ในการพิจารณาของหน่วยงานเหล่านี้มีประเด็นการยุติการตั้งครรภ์ด้วยเหตุผล ทางเศรษฐกิจและสังคมเหมือนกับ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ของประชากรหญิงในโลกที่อยู่ใน วัยเจริญพันธุ์สามารถทำได้หรือไม่ ตรงนี้ผมอยากได้คำตอบชัด ๆ ครับเพื่อพิจารณาว่า ผมควรจะสงวนต่อไปหรือไม่ ถ้าสามารถทำได้ด้วยโครงสร้างนี้พอดีท่านกำหนดโครงสร้างไว้ แต่ท่านไม่ได้อธิบายวิธีการหรือหลักคิดในการที่จะเป็นการยกเว้นความผิดไว้นะครับ ตรงนี้ ก็อยากฟังว่าทางกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วมีข้อสรุปอย่างไรบ้าง
ประการต่อไปครับเป็นประการสุดท้ายครับ จริง ๆ ประเทศไทยก็เป็น ส่วนหนึ่งของประชาคมโลกเราเป็นภาคีกับสหประชาชาติ มันมีคอนเวนชัน (Convention) มีโพรโตคอล (Protocol) อยู่ มีข้อตกลงระหว่างประเทศอยู่ที่พูดถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะเป็น เรื่องของการบริการและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ์หรือรีโปรดักทีฟ เฮลท์ (Reproductive health) ซึ่งต้องให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้นะครับ เขาระบุไว้ว่า อย่างไรบ้างครับ อันนี้ผมขอคำตอบจากกรรมาธิการชัด ๆ ว่าท่านพิจารณาเรื่องเหล่านี้ไหมว่า ใครรับผิดชอบในเรื่องนี้ เพราะผู้หญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ต้องเข้าถึงได้
๑. การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องใครรับผิดชอบครับ
อันที่ ๒ ก็คือว่าต้องมีทางเลือกในการคุมกำเนิดและการยุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัย ได้ผล ราคาเข้าถึงได้และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่จะยุติการตั้งครรภ์ นี่คือ ข้อตกลงระหว่างประเทศครับ เราพิจารณากันหรือเปล่าครับ แล้วพิจารณาแล้วใครรับผิดชอบ แล้วหน่วยงานที่ระบุที่มี ๘ กระทรวง คนไหนรับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง ก็ขอคำชี้แจง ของกรรมาธิการนิดหนึ่งว่าเราได้คิดกันรอบคอบแล้ว และกฎหมายที่กำลังจะออกมานี่ เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศและเจตนาที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และตอบโจทย์ ในความเป็นจริงนะครับ สภาพความเป็นจริงนะครับ นับผิดใครรับผิดชอบ นับพลาด ผู้หญิงต้องติดคุกทั้ง ๆ ที่ไม่ควรติดคุกเป็นไปได้หรือไม่ และการยุติการตั้งครรภ์ด้วยเหตุผล ทางเศรษฐกิจและสังคมทำได้หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ