ณัฐวุฒิ ชี้จำเป็นแก้มาตรา 301 คุ้มครองสิทธิผู้หญิงยุติการตั้งครรภ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิและณีติร่วมกันเน้นย้ำความสำคัญของการยกเลิกมาตรา 301 ที่จำกัดสิทธิของผู้หญิงในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายตนเอง โดยอ้างอิงกรณีจริงและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อผลักดันสิทธิเสรีภาพในการครอบครองร่างกาย ขณะที่ณัฐวุฒิเสนอเพิ่มเติมในมาตรา 301 วรรคสอง ให้หญิงตั้งครรภ์ที่ยุติการตั้งครรภ์ตามเกณฑ์แพทยสภาระหว่าง 12 ถึง 24 สัปดาห์ ไม่ต้องรับโทษ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการตีความกฎหมายและคุ้มครองสิทธิผู้หญิงอย่างแท้จริง

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมจำเป็นต้องสงวนความเห็นเป็นเสียงข้างน้อยในกรรมาธิการในการแก้ไขประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขข้อความในมาตรา ๓๐๑ ครับ ผมอยากจะย้ำประเด็น ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านอาจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล ท่านได้ย้ำไปแล้วว่านี่เป็น มาตราเดียวในประมวลกฎหมายอาญาในประเทศไทย ไม่ว่าท่านจะลอกมาจากประเทศใด ๆ ก็แล้วแต่ แต่การบังคับใช้นั้นไปลงโทษต่อเนื้อตัวร่างกายของคนที่ตัดสินใจในชีวิตร่างกาย ของตนเอง ผมอ่านประเด็นวิวาทะเช้านี้เรื่องคนละครึ่งก็แบบเดียวกันเลยครับ กรณีของ ผู้หญิงจำนวนมากที่เข้าสู่กระบวนการยุติการตั้งครรภ์แล้วเขาไปไม่ถึงกระบวนการยุติ การตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยนั้น หลายคนต้องรวบรวมเงิน หลายคนต้องเก็บสตางค์ หลายคน ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน นั่นคือสภาพความเป็นจริงในสังคมไทยครับ แต่เมื่อกฎหมายนั้นไปลงโทษเขา ซึ่งผมได้เคยบรรยายแล้วก็พูดคุยในวาระหนึ่งไปแล้วว่าผมมั่นใจว่าในสภาแห่งนี้ อย่างน้อยที่สุด ผมก็คนหนึ่งที่เคยเข้าไปดูน้องผู้หญิงอายุ ๑๗ ปีที่ซื้อยาเหน็บแล้วแท้งออกมาตอน ๗ เดือน แล้วถูกดำเนินคดีข้อหาตามมาตรา ๓๐๑ ในขณะที่เขากำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ราชวิถี ผมเคยไปดูน้องผู้หญิงอายุ ๑๖ ปี ซึ่งภาพวงจรปิดจับภาพเขาในขณะที่กำลังทิ้งทารก ซึ่งคาดว่าแท้งออกมาแล้วเสียชีวิตแล้วลงไปในถังขยะ แล้วเขาเองก็ถูกดำเนินคดีแม้ข้อหา ไม่ใช่ตามมาตรา ๓๐๑ ครับ ฉะนั้นการยกเลิกมาตรา ๓๐๑ นั้นมีนัยสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิ ในเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิงสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เป็นอย่างยิ่งครับ

แต่อย่างไรก็ตามครับ ประเด็นที่ผมสงวนไว้นั้นผมขอแก้ไขและเพิ่มข้อความไป ในมาตรา ๓๐๑ วรรคสอง เพราะเหตุที่ว่าร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขมา มีการเพิ่ม (๕) หรืออนุมาตรา ๕ ในมาตรา ๓๐๕ เข้าไป บอกว่ากรณีอายุครรภ์เกิน ๑๒ แต่ไม่เกิน ๒๐ นั้น สามารถทำได้โดยกระบวนการแบบใด ประการใด ซึ่งจั่วหัวของมาตรา ๓๐๕ นั้นพูดถึงกรณี ของแพทย์ที่เป็นผู้กระทำ แล้วถือเป็นเหตุยกเว้นโทษว่าแพทย์ที่เป็นผู้กระทำไม่มีความผิดครับ ในทฤษฎีทางกฎหมายอาญาเราเรียนรู้กันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง ผมเองเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี ๒๕๓๘ ก็บอกกฎหมายอาญาต้องตีความโดยเคร่งครัด กรรมาธิการพยายามจะชี้แจงว่า ไม่จำเป็นต้องเขียนมาตรา ๓๐๑ วรรคสอง เพราะเหตุที่ว่ากรณีการยกเว้นโทษที่เขียนในมาตรา ๓๐๕ แต่ต้นนั้นหมายรวมถึงแพทย์ และผู้กระทำความผิด แต่ในเมื่อกฎหมายอาญาต้องตีความโดยเคร่งครัด ผมจำเป็นต้องเพิ่ม มาตรา ๓๐๑ วรรคสอง ดังข้อความต่อไปนี้ครับท่านประธาน ก็คือ กรณีเว้นแต่หญิงใด ซึ่งมีอายุครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์แต่ไม่เกินยี่สิบสี่สัปดาห์ อายุครรภ์ต่างกันแล้วนะครับ กับร่างที่ผ่านการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ที่ได้รับการตรวจ และคำปรึกษาทางเลือก และการยุติการตั้งครรภ์นั้นเป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ไม่จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์วิธีการของกระทรวง สาธารณสุข ไม่จำเป็นต้องมีกฎกระทรวงอื่น ๆ ที่อาจจะออกกฎระเบียบต่าง ๆ ให้คำแนะนำต่าง ๆ ที่เพิ่มขั้นตอนกระบวนการ จนท้ายที่สุดผู้หญิงไม่อาจเข้าถึงกระบวนการยุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัย และผมใช้กรณีข้อความดังกล่าวนั้นให้ถือว่าการดำเนินการตามวรรคสองนี้ หญิงนั้นไม่มีความผิด ผมอยากจะเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับท่านประธานว่า กรณีการอ่าน ประมวลกฎหมายอาญานั้นถึงแม้ท่านอาจจะบอกว่ากฎหมายเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคน ต้องรู้ต้องเข้าใจทุกมาตรา แต่ในความเป็นจริงคนทุกคนไม่ได้อ่านกฎหมาย ขนาดพวกเรากันเอง บางครั้งการตีความกฎหมายข้อความเดียวกันก็อาจจะตีความไม่เหมือนกัน หากจะมี ข้อความเฉพาะวรรคหนึ่งที่เขียนว่าหญิงที่อายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ เชื่อได้เลยครับว่า ในกระบวนการทางปฏิบัติจริง ๆ จะเป็นผู้หญิง จะเป็นครอบครัวของเขา จะเป็นคนที่ เกี่ยวข้อง จะเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ก็มีสายด่วน เช่น ๑๖๖๓ มีเครือข่ายท้องไม่พร้อม มีกลุ่มทำทาง หลายกลุ่มที่ให้คำปรึกษาทางเลือกกับผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม กฎหมายเขียน แต่เพียงว่าหญิงใดอายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ พออายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ เขาไม่เดิน เข้าหาระบบบริการของกระทรวงสาธารณสุขครับ พออายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ปุ๊บ เขาไม่เดินเข้าหาหน่วยงานราชการต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนบางครั้งของการตั้งครรภ์ไม่ได้เดินไป ที่สาธารณสุขนะครับ แต่เดินไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อบอกว่าฉันถูกละเมิดทางเพศแล้ว อาจจะตั้งครรภ์ ฉะนั้นด้วยเหตุดังกล่าวการจะเพิ่มข้อความไปแต่เพียงวรรคเดียว เป็นวรรคสอง เพิ่มเข้ามาในมาตรา ๓๐๑ วรรคสอง ระบุให้ชัดเจนไปเลยว่าหญิงใดตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ เกิน ๑๒ สัปดาห์แต่ไม่เกิน ๒๔ สัปดาห์ แล้วได้รับการยุติการตั้งครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของ แพทยสภานั้นก็ให้ถือว่าไม่มีความผิดเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าการเขียนข้อความให้ครบถ้วน เป็นหลักการ เป็นปรัชญาทางกฎหมายครับ เป็นการไม่ให้เกิดการตีความที่อาจจะเปลี่ยนแปลง ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ และในท้ายที่สุดอย่างที่ผมย้ำมาตั้งแต่มาตรา ๒ ที่ผมได้นำเรียน มาตรา ๓ ก็แบบเดียวกันครับว่าการเขียนแบบนี้นั้นจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิของผู้หญิง ที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างแท้จริง ก็ขอความเห็นของที่ประชุมแห่งนี้ว่า ท่านเห็นด้วยกับข้อสงวนความเห็นที่ผมได้เสนอหรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธาน