วาโย ชี้ความล่าช้าผลิตวัคซีน หนุนร่วมต่างชาติเพิ่มศักยภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

วาโย อัศวรุ่งเรือง หารือความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ทั้งในประเทศและระดับโลก เน้นย้ำความล่าช้าจากการจัดสรรงบประมาณและการบริหารแบบรวมศูนย์ พร้อมเสนอให้เพิ่มความร่วมมือกับต่างประเทศและขยายการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนผ่านความร่วมมือกับสยามไบโอไซเอนซ์ เพื่อผลิตวัคซีนได้ปีละ 200 ล้านโดสและผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาค เสนอให้รัฐบาลจัดหาวัคซีนล่วงหน้า จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ และชี้แจงเกณฑ์การร่วมทุนกับแอสตร้าเซนเนก้าอย่างโปร่งใส พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการระบาดของเชื้อสายพันธุ์จีเอชที่แม้ความรุนแรงต่ำแต่แพร่เร็ว จึงควรวางนโยบายสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับสาธารณสุข โดยเน้นการป้องกันกลุ่มเสี่ยงและยอมรับว่าความล้มเหลวเกิดจากข้อบกพร่องของรัฐ ไม่ใช่ความผิดของประชาชน

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพเป็นอย่างสูงนะครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับท่านประธาน สืบเนื่องจากการระบาดของเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) นี่นะครับท่านประธาน ซึ่งคงไม่ต้องมาดีเบต (Debate) กันในที่นี้แล้วนะครับว่ามันเป็นการระบาดระลอกใหม่หรือว่ามันเป็นการระบาด ระลอก ๒ ก็ถือว่าโอเค (OK) ไม่เป็นไร ระบาดระลอกใหม่ก็ได้นะครับ เดี๋ยวขอฝ่ายโสต นําสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยนะครับ ผมทําสไลด์ (Slide) ทันนะครับถึงแม้จะเป็นญัตติด่วนก็ตาม นะครับท่านประธาน สไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับท่านประธาน

(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ต้องอัปเดต (Update) นิดหนึ่ง ครับท่านประธานว่าตอนนี้ประชาชนคาดหวังกับวัคซีน เรามาดูครับท่านประธานว่าตอนนี้วัคซีน ในระดับโลกแล้วก็ในระดับของประเทศเรามันไปถึงไหนแล้ว ดูจากคอลัมน์ (Column) ทางด้านซ้ายก็จะเห็นว่าตัวที่สําคัญคือตัวเลข ๑๒ นี่นะครับ ๑๒ นี่คือวัคซีนในโลกนี้ที่เข้าสู่ เฟส (Phase) ที่ ๓ ในการทดลองในมนุษย์แล้ว ถ้าผ่านเฟส (Phase) นี้ก็จะได้ใช้กันจริง ๆ แล้ว ซึ่งในหลายตัวเขาเชื่อว่าจะผ่านเฟส (Phase) นี้ในเดือนนี้ละ แล้วก็จะเริ่มผลิตจริงในช่วงต้นปีหน้า แต่เดี๋ยวดูว่าโควตาของประเทศเรานี่ได้เท่าไร ด้านล่างครับท่านประธานตรงข้างล่างเลย เห็นไหมครับ มีธงชาติไทยไตรรงค์อยู่นะครับ ก็มีแสดงอยู่ ๓ อัน มีของทางจุฬา ใบยา แล้วก็ ตัวไบโอเนท ก็จะเห็นว่าตัวกราฟโลคัล (Graph local) ของเราในประเทศนี่ยังไม่ค่อยคืบหน้า ไปสักเท่าไรนะครับท่านประธาน สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ

จากการประชุมคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขนะครับ ในฐานะที่ผมเป็น รองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขของสภาผู้แทนราษฎรครับท่านประธาน ก็ได้รับการนําเสนอข้อมูลมาดังต่อไปนี้นะครับท่านประธาน ก็มาแชร์ให้กับท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิก รวมถึงประชาชนทางบ้านได้รับฟังกันว่าตอนนี้ทางรัฐบาลได้กระทํากันไป ถึงไหนแล้วนะครับ แบ่งเป็น ๓ แนวทางครับท่านประธานว่าวัคซีนในประเทศเรานี่ ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์มันจะมาจากไหนบ้าง

ทางที่ ๑ ครับ มาจากการวิจัยพัฒนาวัคซีนในประเทศครับ ก็มีจุฬา มี สวทช. มีมหิดล มีไบโอเนทอะไรของจีพีโอ (GPO) อะไรก็แล้วแต่นะครับ แต่ว่าจากที่คู่กับสไลด์ (Slide) เมื่อก่อนหน้านี้ แผ่นฉายก่อนหน้านี้นะครับ ก็จะเห็นว่ายังมีความล่าช้าอยู่ เรายังตาม ประเทศต่าง ๆ อยู่ค่อนข้างเยอะมาก ไม่แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุอะไร อาจจะเกิดจาก การจัดสรรงบประมาณ เกิดจากรัฐราชการรวมศูนย์ที่งบประมาณเงินทุนในเรื่องของการ ลงทุนต่าง ๆ ผมอภิปรายไปแล้วในช่วงตอนอภิปรายในงบประมาณว่ามันไปรวมกองกันอยู่ใน กองทุน สกสว. ที่เดียวเลย สถาบันวัคซีนแห่งชาตินี่ปรากฏว่าได้งบประมาณไปดูแลแค่ใน เรื่องของการจัดสรรบุคลากรเท่านั้นเอง การลงทุนการวิจัยต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะริเริ่มขึ้นมา ได้ด้วยตัวเอง ต้องไปผ่านบอร์ด (Board) สกสว. นะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ เพราะฉะนั้นหวังพึ่งในประเทศอาจจะลําบากหรือมีความล่าช้า ก็จะต้องใช้ความร่วมมือกับ ต่างประเทศ

แนวทางที่ ๒ ซึ่งทางรัฐบาลก็ร่วมกับสยามไบโอไซเอนซ์ ได้ร่วมเจรจากับ บริษัท แอสตร้า เซนเนก้า บริษัทผู้ผลิตยา เวชภัณฑ์แล้วก็วัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ก็เป็นยักษ์ใหญ่ลําดับที่ ๑๒ ของโลกนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ว่าจะให้เกิด การทรานเฟอร์เทคโนโลยี (Transfer Technology) ครับท่านประธาน คือเราไม่ได้ใช้ เทคโนโลยีตัวเอง เพราะว่าเราอาจจะมีความล่าช้าอย่างที่ได้นําเสนอไป แต่ว่าเดี๋ยวเราจะเอา เทคโนโลยีของเขามาเลยนะครับตัวไวรัลเวคเทอร์ (Viral Vector) เอามาเลย แล้วก็มาผลิตใน ประเทศ ซึ่งคาดว่าจะผลิตได้ตัวเลขนี้สําคัญก็คือ ๒๐๐ ล้านโดส (Dose) ต่อปี ซึ่งตัววัคซีนโค วิด (COVID) มันต้องฉีด ๒ โดส (Dose) ครับท่านประธาน เดี๋ยวจะให้ดูอีกทีหนึ่งนะครับ ที่น่าสังเกตครับท่านประธาน ถามว่าทําไม บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด ถึงได้เป็นเจ้าเดียวเลย ในประเทศของเราที่ได้รับสัญญานี้ จะเป็นกึ่งสัมปทานหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่า อย่างไร แต่ว่าเป็นบริษัทเดียว เป็นบริษัทยาเจเนอริก (Generic) ในประเทศเราบริษัทเดียว เท่านั้นเลยนะครับที่จะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ จากการที่ผมเป็นกรรมาธิการของ ซีพีทีพีพี (CPTPP) นะครับ ได้เข้าร่วมประชุมมากมายครับท่านประธาน แล้วก็ได้พบกับผู้ชี้แจง ที่เป็นตัวแทนหรือว่าสมาคมบริษัทยาเจเนอริก (Generic) ในประเทศเรานี่เห็นว่ามีศักยภาพ มากครับท่านประธาน ในการที่จะผลิตยาหรือผลิตวัคซีนได้ ถ้าเป็นไปได้เรากระจายความรู้ กระจายเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ครอบคลุมให้ทั่วถึงกัน ประเทศไทยจะเป็นแหล่งในการผลิต วัคซีนโควิด (COVID) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วเอกซ์พอร์ต (Export) ออกไป ได้หรือไม่ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสครับท่านประธาน สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ

แนวทางสุดท้ายก็คือการซื้อเข้ามาดื้อ ๆ เลยครับ จัดหาวัคซีนโดยการซื้อเข้ามา โดยที่ทางรัฐบาลได้จัดเอาไว้ว่าเราไปจองวัคซีนมาจากหลายบริษัทเลยนะครับ ไฟเซอร์เองก็ตาม อยู่ที่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรเท่านั้นเองครับ อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์เรายังไม่ได้ จองนะครับ เรายังไปคาดหวังและไปวางความหวังเอาไว้กับการผลิตในประเทศ และการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้ามาซึ่งก็ยังไม่แน่ใจนะครับว่าจะสามารถผลิตได้เมื่อไร ตรงนี้ก็คงต้องฝากทางรัฐบาลไว้นะครับว่าการจัดสรรเงินงบประมาณอย่างที่ท่านหัวหน้าทิม พิธา ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ว่าจริง ๆ แล้วเม็ดเงินมีอยู่เกือบ ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะ แก้ไขวิกฤติโควิดนี้นะครับ แต่ว่าเม็ดเงินที่เอามาจองวัคซีนล่วงหน้าสําหรับประชาชนใช้ไป แค่อยู่ประมาณสัก ๖,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองครับท่านประธาน และจองเอาไว้ ให้กับประชาชนแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ไปฝากความหวังเอาไว้กับ สิ่งที่ยังจับต้องไม่ได้ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ

ตรงนี้เป็นตารางเปรียบเทียบ ผมไม่ได้ทําเองครับ อันนี้มาจากสถาบันวัคซีน แห่งชาตินะครับท่านประธาน จะเห็นว่าเราทําความร่วมมือกับคอลัมน์ (Column) ขวาสุด คือแอสตร้าเซนเนก้ากับออกซ์ฟอร์ดนี่นะครับ ท่านประธานครับดูสิครับว่าประสิทธิภาพ วัคซีนมันต่ํากว่าบริษัทอื่นอยู่ที่ ๖๒-๙๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อย้อนกลับไปดูแผ่นฉายก่อนหน้านี้นะครับ ทางรัฐบาลบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จํากัด เองได้ทําสัญญาร่วมกับทางแอสตร้าเซนเนก้า ในช่วงประมาณสักเดือนตุลาคม ซึ่งในช่วงนั้นแอสตร้าเซนเนก้าเองได้ออกมาเคลม (Claim) ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนเขา ตอนนั้นอยู่ประมาณสัก ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ผมไม่แน่ใจเลยครับท่านประธานว่าผู้มีอํานาจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องใช้เกณฑ์ในการตัดสินใจ อย่างไรในการที่จะเข้าไปร่วมทําสัญญาหรือร่วมทุนกับบริษัทบริษัทหนึ่ง และราคาครับ ท่านประธาน ราคาบรรทัดสุดท้ายครับ ก็ยังไม่ออกว่าสรุปแล้วราคาที่เราจะได้ซื้อจาก แอสตร้าเซนเนก้ามันเท่าไร แต่ทางสถาบันวัคซีนแห่งชาติมาชี้แจงว่าโน โพรฟิต โน ลอสส์ (No profit No loss) แปลว่าอะไรครับท่านประธาน แปลว่าเขาก็ไม่ได้ขายเอากําไรหรอกนะ แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ขายแบบขาดทุนแต่สรุปแล้วเท่าไร ยังไม่แน่ใจนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไป ครับ

ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานที่ประชาชนเขาอยากจะรู้ก็คือว่า การระบาดในรอบนี้สายพันธุ์นี่มันสายพันธุ์อะไรกันแน่ อันนี้ผมก็นํามาจากศูนย์โควิด (COVID) ของท่าน ของทางรัฐบาลโดยอาจารย์ยงนะครับ ก็คือว่าสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ใน ประเทศไทยตอนนี้มันคือสายพันธุ์จีเอช (GH) ซึ่งกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์จี (G) อีกทีหนึ่ง ซึ่งกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์แอล (L) อีกทีหนึ่ง ซึ่งสายพันธุ์แอล (L) คือสายพันธุ์อู่ฮั่น ตอนที่ ระบาดในบ้านเราตอนแรกเป็นสายพันธุ์เอส (S) นะครับ แต่สิ่งที่ท่านควรจะต้องคํานึงถึง แล้วบอกกับประชาชนนะครับ และจัดสรรทรัพยากร ซึ่งเราพยายามพูดกันมาตลอดเวลาครับ ท่านประธานว่า การจัดสรรทรัพยากรและการบาลานซ์ (Balance) ระหว่างผลความเสียหายทางเศรษฐกิจกับ ผลความเสียหายทางด้านสาธารณสุข มันต้องได้สัดส่วนกันไม่ใช่ท่านทุ่มไปแต่ว่าให้ตัวเลข มันเป็น ๐ หรือว่าล็อกดาวน์ (Lockdown) หรือปิดประเทศ แต่ทําเศรษฐกิจพังทลายนะครับ ตัวสายพันธุ์จีเอช (GH) มันแตกต่างกับสายพันธุ์ที่ระบาดก่อนหน้านี้อย่างไรนะครับ ก็คือว่า ตัวสายพันธุ์จีเอช (GH) มันจะระบาดได้ค่อนข้างง่ายและค่อนข้างเร็วกว่า แต่ความรุนแรงมัน จะน้อยกว่า ท่านประธานเห็นไหมครับว่าอยู่ ๆ ระบาดกันทีโป้งเป็นพันเลย ก่อนหน้านี้ ไม่มีอาการ คนไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครไปตรวจเลยครับท่านประธาน เพราะว่าอาการมันน้อยครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราเวจต์ (Weight) น้ําหนักแล้วจัดสรรทรัพยากร จัดสรรนโยบายอย่างดี ในกลุ่มประชาชนที่เฮลตี (Healthy) ในกลุ่มประชาชนที่เป็นวัยแรงงานเขาอาจจะติดเชื้อแล้ว บาลานซ์ (Balance) ในการรักษาแต่พยายามกันกลุ่มเสี่ยงออกไป ยกตัวอย่างเช่นในเด็ก ที่เล็กมาก ๆ หรือในผู้สูงอายุมาก ๆ ทํา ๒ กลุ่มนี้ที่เป็นกลุ่มเปราะบางให้รอดพ้นจากเชื้อ ให้ได้นะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ

สุดท้าย ท่านประธานครับ การระบาดในประเทศไทยครั้งเก่า ครั้งใหม่ ครั้งหนึ่ง ครั้งสอง แล้วแต่ท่านจะเรียก ครั้งเก่าระบาดที่สนามมวย ครั้งใหม่ระบาดจากกลุ่ม แรงงานต่างชาติ ถูกกฎหมายบ้าง ไม่ถูกกฎหมายบ้าง ผมไม่อภิปรายในที่นี่แล้วก็มาระบาดที่ ตลาดอาหารทะเล ถามว่ารัฐบาลได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการระบาดครั้งก่อนจนมาถึง การระบาดครั้งนี้ และประชาชนเป็นผู้กระทําความผิดหรือการ์ด (Guard) ตก หย่อนยานอย่างไร เราในฐานะประชาชนครับท่านประธานเราไม่เห็นเลยว่าพวกเราการ์ด (Guard) ตกกันอย่างไร ทั้งหมดล้วนมาจากสถานที่ ทั้งหมดล้วนมาจากสิ่งที่หละหลวมในเรื่องอื่น

รัฐบาลต้องบอกให้ได้ครับท่านประธานว่าท่านได้เตรียมพร้อมในช่วง ระยะเวลาครึ่งปีที่ท่านประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินตลอดมานี่ตั้งแต่ต้นปี ผมนับให้มาถึงที่อาจารย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกของ ศบค. ได้ประกาศออกมาว่าการระบาดระลอกแรกมันจบไปตั้งแต่ เดือนพฤษภาคมแล้ว และท่านก็ยังลากยาว พ.ร.ก. ฉุกเฉินมาจนบัดนี้ แล้วก็ยังเกิดการระบาดขึ้น ซึ่งไม่ใช่ความผิดของประชาชน สิ่งที่ท่านจะต้องตอบให้ได้ก็คือว่า ๖ เดือนที่ผ่านมานับแต่ เดือนพฤษภาคมจนถึงตอนนี้คาพาซิตี (Capacity) ในการที่ท่านจะรองรับในการดูแลประชาชน โรงพยาบาลต่าง ๆ เตียง และโรงพยาบาลภาคสนาม ท่านจะทําอย่างไร และท่านจะแนะนํา ประชาชนอย่างไร และท่านจะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร ขอบคุณครับ