ชลน่าน ศรีแก้ว หารือสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ที่เริ่มจากตลาดกลางกุ้งและขยายไปยัง 26 จังหวัด เสนอให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงการล็อกดาวน์ทั้งประเทศและใช้มาตรการควบคุมเฉพาะพื้นที่ตามความเสี่ยงอย่างทันท่วงที พร้อมเรียกร้องการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขและ อสม. ควบคุมราคาอุปกรณ์ป้องกันโรค จัดหาวัคซีนฟรีตามรัฐธรรมนูญ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน อีกทั้งวิพากษ์การลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่โรค ตั้งข้อสังเกตถึงการละเลยของเจ้าหน้าที่ และเสนอตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสอบข้อเท็จจริงพร้อมวางระบบการจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่กรุณา ให้ผมได้มีส่วนร่วมในการที่จะแสดงความคิดเห็นในการกําหนดมาตรการฝากไปยังรัฐบาล เพื่อที่จะดูแลสถานการณ์ของการระบาดระลอกใหม่ ผมใช้คําของกระทรวงสาธารณสุข ที่ประกาศว่ามีการระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโคโรนา (Virus Corona) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานครับ มีเวลาน้อย ผมเข้าประเด็น
เหตุของการระบาดชัดเจนอยู่แล้วเริ่มจากหญิงแพกุ้งอายุ ๖๗ ปี ก็ไล่เลียงมา ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ถึงวันที่ ๒๓ ปรากฏว่ามีการแพร่กระจายไปถึง ๒๖ จังหวัด ทั้งผู้ใกล้ชิด ติดเชื้อต้นตออยู่ที่ตลาดกลางกุ้งซึ่งมีแรงงานของพี่น้องชาวเมียนมาเข้ามา นั่นคือ ความสามารถของทีมแพทย์และสาธารณสุขในการติดตามบอกต้นเหตุได้ แล้วก็กระจายไป ชัดเจนครับต้นเหตุเรารู้ สาเหตุเรารู้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนในระยะเวลาจํากัดมาตรการ ที่รัฐต้องทํานะครับ ๑. เรื่องการควบคุมป้องกันโรค การรักษาโรค ระงับยับยั้งไม่ให้มีการ แพร่กระจาย ตรงนี้เห็นรัฐบาลประกาศว่าจะใช้สิงคโปร์โมเดล (Model) มีสื่อมวลชนหลายช่อง หลายสํานักมาถามผม ผมก็บอกว่ามันอาจจะนํามาประยุกต์ใช้ได้ เพราะว่าสิงคโปร์โมเดล (Model) มันเกิดการติดเชื้อ การระบาดในหมู่คนงานแรงงานต่างด้าวที่เขาอยู่อย่างแออัด จํากัดพื้นที่และมีการระบาดติดเชื้อ เพราะฉะนั้นเขาสามารถที่ ๑. ขีดเขตเป็นวงไข่แดงได้ จํากัดพื้นที่ได้ ก็เลียนแบบมา มาจํากัดพื้นที่ แต่ว่าสิ่งที่ดูแล้วผมไม่สบายตาและไม่สบายใจคือ เอารั้วลวดหนามไปล้อมตลาดกุ้ง ท่านประธานครับ คิดได้แค่นี้หรือรัฐบาลไทย การขีดเขต บริเวณไข่แดงมันไม่จําเป็นต้องใช้รั้วลวดหนามหรอกครับ สงสัยหมดปัญญาจริง ๆ การกําหนด พื้นที่ให้ชัด เตรียมบุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุข ทําโรงพยาบาลสนาม สิงคโปร์เขาทําอย่างนั้นครับ ๑๐๐ เตียงเขาทําเลย เอามาใช้ได้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งจะต้องบอกกับรัฐบาลชุดนี้ซึ่งไร้ความสามารถมาก ๆ โดยเฉพาะเรื่อง เชิงนโยบาย ดีนะครับที่ว่าระบบการแพทย์ การสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุขเราเข้มแข็ง เราเก่งเป็นที่ยอมรับ จะต้องระงับยับยั้งหรือติดตามผู้สัมผัสโรค ให้ได้มากที่สุด ซึ่งไม่เหมือนสิงคโปร์ครับ ขณะนี้แพร่กระจายไป ๒๖ จังหวัดแล้ว ท่านจะใช้ สิงคโปร์โมเดล (Model) ทั้ง ๒๖ จังหวัดได้หรือไม่ อย่างไร ทําไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้น อย่าไปหลงคําว่า สิงคโปร์โมเดล (Model) และที่สําคัญท่านประธานครับ วันที่ ๒๔ พรุ่งนี้ จะมีการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ จะกําหนดพื้นที่เสี่ยง สีเขียว สีส้ม สีแดง ต้องรีบทําครับ กําหนดพื้นที่เสี่ยงเพื่ออะไรครับท่านประธาน เพื่อจะกําหนดมาตรการรองรับให้สอดรับ สอดคล้องกับพื้นที่เหล่านั้น ปล่อยปละละเลยไม่ได้ครับนี่ ๗ วันมาแล้ว ๗ วันมาแล้ว รอวันราชการที่จะประชุม ทันการณ์หรือเปล่าท่านประธานครับ พื้นที่สีแดงมาตรการเข้มข้นที่สุด ที่ใช้คําว่าล็อกดาวน์ (Lockdown) ก็ต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) เฉพาะพื้นที่ที่เป็นสีแดง จริง ๆ อย่าตีขลุมประกาศล็อกดาวน์ (Lockdown) ไปทั่วประเทศ อันนั้นคือการฆ่าตัวตาย รอบใหม่ของรัฐบาลชุดนี้ ผมเตือนเลยนะครับท่านประธาน นั่นคือมาตรการแรกเกี่ยวกับ มาตรการด้านการควบคุม
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ท่านอย่าลืมบุคลากรทางการแพทย์ การสาธารณสุข รวมไปถึงระดับล่างสุดคือฐานรากสุดในพื้นที่คือ อสม. ท่านอย่าลืมเติมเต็มเสริมสร้าง สมรรถนะ เสริมสร้างศักยภาพของเขา เขายังมีความต้องการในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ สนับสนุนให้พร้อม
เรื่องต่อไปท่านประธานครับ แมสก์ (Mask) ราคา ๓๐๐ บาท ปล่อยขึ้นมาได้ อย่างไรท่านครับ จะต้องไปควบคุมดูแลสิ่งที่ใช้ในการป้องกันโรค ซึ่งจริง ๆ โดยบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ ไปอ่านเลยท่านประธานครับ รัฐต้องจัดให้นะครับ โดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายนะ ในการป้องกันควบคุมโรคติดต่ออันตรายนี่ แต่รัฐก็เพิกเฉย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ ของพี่น้องประชาชนในการช่วยเหลือตนเอง ต้องมีมาตรการตรงนี้อย่างชัดแล้วตอบสภาให้ได้ ว่าคุณมีมาตรการอย่างไร มาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบครับ เพื่อนสมาชิกพูดไปเยอะ ต้องตอบสภานะครับหลังจากที่เรามีมติไป ท่านประธานยื่นไปที่รัฐบาลแล้วตอบเรามาว่า คุณจะมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร เยียวยาใคร เอาเงินมาจากไหน
สมาชิกท่านสุดท้าย คุณหมอวาโย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพูดถึงเรื่องวัคซีน ท่านประธานทราบไหมครับ สิงคโปร์ประกาศเป็นฮับ (Hub) ที่จะรองรับเอาวัคซีน มาแพร่กระจายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขากล้าประกาศถึงขนาดนั้นครับ ขณะที่บ้านเรา ยังไม่มีการพูดถึงวัคซีนเลย เขาสั่งมาล็อต (Lot) แรกแล้ว แล้วบอกว่าจะให้ประชาชนฟรีด้วย นะครับ ทําไมสิงคโปร์เขาประกาศกล้าเป็นฮับ (Hub) ได้ครับท่านประธาน เพราะการเก็บ วัคซีนมันต้องติดลบถึง ๗๐-๘๐ องศานะครับท่านประธาน ของเราเตรียมการหรือยัง จะให้ได้เมื่อไร
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมไม่ลงรายละเอียดเยอะ เรื่องต้นเหตุครับ นายกรัฐมนตรีฮึ่มประกาศจะจัดการผู้ลักลอบแรงงานต่างด้าว นําแรงงานต่างด้าวเข้าไทย นั่นหมายความว่านายกรัฐมนตรีเองยอมรับว่ามีการลักลอบนําแรงงานเถื่อนเข้าเมืองไทย เป็นเหตุให้เกิดโรค ท่านรู้อยู่แก่ใจ ท่านจะทําอย่างไรครับ สิ่งที่ผ่านมาทั้งหลายทั้งปวงนั่นคือ การปล่อยปละละเลยครับ คุณฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรีได้ โดนข้อหาปล่อยปละละเลยไปแล้ว นี่ละครับคือการปล่อยปละละเลยให้ประเทศชาติบ้านเมืองเสียหายอย่างใหญ่หลวง ท่านจะมี มาตรการอย่างไร ท่านต้องแจ้งมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝ่ายความมั่นคงตามด่านชายแดน รู้เห็นเป็นใจหรือเปล่า ได้รับผลประโยชน์ไหม มีการพูดไปทั้งหมดนะครับหัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท หัวละ ๑๕,๐๐๐ บาท สื่อมวลชนแพร่กระจายไปหมด มีแหล่งอ้างอิงได้อีกต่างหาก ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รู้เห็นเป็นใจมันจะเกิดขึ้นได้หรือครับท่านประธาน เราปล่อยปละละเลยกัน ขนาดนี้นี่ ครั้งแรกนําเข้ามาจากต่างประเทศทางอากาศ ครั้งนี้ปล่อยมาจากชายแดน ท่านก็รู้อยู่แล้ว ท่านประธานครับ ตรงนี้ซีกรัฐบาลต้องทํามาตรการให้ชัด และผมเสนอครับ ให้ฝ่ายสภาเราทําคู่ขนานเลย เสนอให้คณะกรรมาธิการการแรงงาน คณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการการทหาร คณะกรรมาธิการการตํารวจ ร่วมกันตั้งคณะกรรมาธิการสามัญนี่ละครับ ไปพิจารณาสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ แล้วมีรายงานต่อสภา แล้วกําหนดมาตรการออกมาว่าเราจะบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างไร ใครได้รับ ผลประโยชน์ ใครต้องรับผิดชอบ ท่านประธานทราบไหมครับ ธุรกิจที่มารองรับเครือข่ายของ การค้าทาสแรงงานต่างด้าว ค้ามนุษย์ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือธุรกิจอะไรท่านประธานครับ ธุรกิจ ขายบริการครับ ที่นํามารองรับแรงงานที่เป็นแสน ๆ นี่เฉพาะสมุทรสาคร ๔๐๐,๐๐๐ คน มีทะเบียนอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๒๓๐,๐๐๐ คน ๒๔๐,๐๐๐ คน ที่เหลือไม่มีทะเบียน ความหมายคืออะไรครับท่านประธาน ไม่ต้องปฏิเสธกันครับ ผมอยากให้กรรมาธิการ ไปตรวจสอบใบรับรองแพทย์ท่านประธานครับ ใบรับรองแพทย์นี่สําคัญที่สุด ตรวจเลย ถ้าเป็นไปตามระบบจริง ไม่มีการลักลอบจริง ต้องมีใบรับรองแพทย์รองรับในการที่จะเข้ามา ทํางานในประเทศไทย ใบอนุญาตการทํางานเวิร์คเพอร์มิต (Work permit) ต่าง ๆ ตรงนี้ชัด ครับท่านประธาน ผมฝากเลยว่าถ้ารัฐบาลไม่ทํา คณะกรรมาธิการที่ผมกล่าวชื่อไปแล้วนี่ต้อง ร่วมมือกันครับ ฝากท่านประธานมอบให้คณะกรรมาธิการเหล่านี้ไปสอบหาข้อเท็จจริงกรณีที่ เกิดขึ้นทําให้เกิดโควิด (COVID) แพร่ระบาด เพื่อจะได้เป็นผลงานของสภาเราไม่ปล่อยปละ ละเลยท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ