บัญญัติ ชี้แก้มาตรา 301-305 เสี่ยงทำแท้งเสรี ห่วงเด็กวัยเรียนตัดสินใจเอง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

บัญญัติ เจตนจันทร์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา โดยเสนอการปรับปรุงมาตรา 301 และมาตรา 305 ที่เกี่ยวข้องกับการยุติการตั้งครรภ์ พร้อมแสดงความกังวลต่อการเปิดช่องให้ทำแท้งได้โดยเสรีภายใน 12 สัปดาห์ โดยเฉพาะกรณีหญิงไม่บรรลุนิติภาวะที่อาจตัดสินใจเองได้ โดยเรียกร้องให้กฎหมายกำหนดให้แพทย์สามารถปฏิเสธการยุติการตั้งครรภ์ตามหลักศีลธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพได้

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยหลักการการแก้ไขนั้นก็คือแก้ไขที่มาตรา ๓๐๑ มาตรา ๓๐๕

ท่านประธานที่เคารพ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัย ที่ ๔/๒๕๖๓ ว่า มาตรา ๓๐๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญาขัดหรือแย้งต่อมาตรา ๒๘ แห่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ก็จึงเกิดเหตุที่จะต้องมีการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมานําเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ เหตุเพราะว่าคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะผูกพันกับทุกองค์กร กระผมก็มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเนื่องจากการทําแท้งนั้นเป็นสิ่งที่มีหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นวันนี้นํามาพิจารณาเรื่องมิติทางข้อกฎหมายซึ่งเป็นความจําเป็นของบ้านเมือง แต่ในมิติเรื่องของศาสนาเอย เรื่องของศีลธรรมเอย ก็ห้ามความคิดของสังคมไม่ได้ แม้กระทั่ง ความคิดของนายแพทย์หรือของคุณหมอ ถ้ากฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ออกไปแล้ว คุณหมอทุกคน จะต้องมีหน้าที่ในการทําแท้งให้แก่หญิงที่ตั้งครรภ์อายุไม่ถึง ๑๒ สัปดาห์ ผมเป็นคนหนึ่งละ ถ้าผมเป็นหมอผมจะต้องขอปฏิเสธ ถ้ากฎหมายไม่เปิดโอกาสให้หมอได้มีทางเลือก กฎหมายนั้น ก็ย่อมกระทําให้คุณหมอนั้นมีความบาดเจ็บทางด้านจิตใจหรือเรื่องของศีลธรรมจรรยา จรรยาบรรณการแพทย์ได้ด้วย เพราะฉะนั้นผมอยากที่จะให้ร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ อย่าให้ไปจนถึงที่จะให้มีสังคมเรียกว่า เป็นการทําแท้งเสรี อย่าให้มีเจตนารมณ์ไปถึงตรงนั้น แม้เจตนารมณ์ไปไม่ถึงตรงนั้น แต่ต้องป้องกันทุกวิถีทางไม่ให้สามารถที่จะตีความว่าเป็นการ เปิดโอกาสให้มีการทําแท้งเสรี อันนี้คือสิ่งที่มีความเป็นห่วงและความกังวล เนื้อหาสาระที่จะ นําเรียนท่านสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รวมทั้งท่านพี่น้องทางบ้านก็คือว่า มีการเพิ่ม ถ้อยคําว่า ๑๒ สัปดาห์ ในมาตรา ๓๐๑ และมาตรา ๓๐๕ คําว่า ๑๒ สัปดาห์นั้นก็คือ ๓ เดือนนะครับ ถ้าเราได้ศึกษาเรื่องของเอ็มบริโอ (Embryo) หรือว่าตัวอ่อนในครรภ์มารดา ๑๒ สัปดาห์นี่ก็เริ่มเห็นเค้าลางว่ามีอวัยวะสําคัญ ๆ เกิดขึ้นแล้วเล็ก ๆ นะครับ แต่ว่า มองออกแล้วละว่าเป็นทารกที่เป็นมนุษย์ เพราะถ้าต่ํากว่านั้นบางทีดูไม่ออก ไม่มีแขนขา ไม่มีอวัยวะที่มองออกว่าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น ๑๒ สัปดาห์ที่เขียนไว้ผมว่าก็ยังดีกว่าร่าง ในความเห็นส่วนตัวผมนะครับ ที่เกี่ยวกับ ๒๔ สัปดาห์ เพราะผมเองเคยเป็นหมอนะครับ ดูแลเด็ก ๑๘ สัปดาห์อยู่ในตู้อบนี่เลี้ยงรอดมาแล้วนะครับ ๑๘ สัปดาห์ สมัยก่อนทั่ว ๆ ไปก็ ๒๐ สัปดาห์ สมัยโบราณ เดี๋ยวนี้ ๑๘ สัปดาห์ก็เลี้ยงรอด แล้วก็เลี้ยงรอดแล้วเยอะด้วย แล้วเด็กที่คลอดก่อนกําหนดมักจะฉลาดกว่าปกติด้วย พัฒนาการเร็วกว่าปกติด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ๑๒ สัปดาห์มันก็ถือว่าเป็นอะไรที่ไม่น่าเกลียดจนเกินไปนะครับว่า จะมีความเหมาะสมมากกว่าอายุครรภ์ที่จะมากกว่านี้นะครับ แต่ในเรื่องของการเพิ่มถ้อยคําอยู่ ในมาตรา ๓๐๕ นั้น ใน (๑) การทําแท้งโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยหลักเกณฑ์ของ แพทยสภาใน (๑) เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อชีวิตของแม่ อันนี้ผมก็เห็นด้วยเพราะมันเป็น กฎหมายเดิมก็เขียนไว้อย่างนั้น (๒) เสี่ยงต่อชีวิตลูก อันนี้ในกฎหมายเดิมก็มีเขียนไว้ แล้วก็ ต่อไปเป็นเรื่องของความผิดทางเพศ อันนี้ก็เห็นด้วย แล้วก็วงเล็บสุดท้ายอันนี้ค่อนข้างที่จะ กังวลคือหญิงมีครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ยืนยันยุติการตั้งครรภ์ ทีนี้หญิงมีครรภ์บางทีก็เป็น หญิงที่อายุ ๑๕ ปี หรือต่ํากว่า ๑๕ ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตัวหญิงมีครรภ์เองจะยืนยัน การไม่ตั้งครรภ์ขณะที่เขายังไม่บรรลุนิติภาวะนี่ ผมว่าให้สิทธิเขามากเกินไป ผมเองสมัยที่เป็นหมอก็พยายามพูดคุยกับคุณพ่อ คุณแม่ ที่พาลูกตัวเองที่ตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์แล้วก็ให้กําลังใจ สุดท้ายก็มีการเลี้ยงลูกรอด แล้วก็โตแล้วก็พามาขอบคุณหมออยู่มากมายทีเดียว อันนี้ก็เพราะว่าครอบครัวของ หญิงตั้งครรภ์นั้นมีการซัปพอร์ต (Support) มีการอุ้มชูแล้วก็ให้การตั้งครรภ์นั้น ประสบความสําเร็จนะครับเพราะฉะนั้นลําพังประโยคที่ว่าหญิงตั้งครรภ์ไม่ประสงค์หรือยืนยัน ยุติการตั้งครรภ์ ผมว่าอันนี้เป็นเหตุผลที่ให้สิทธิแก่เด็กที่ไม่บรรลุนิติภาวะมากเกินไป ควรที่จะ ให้ครอบครัวแล้วควรที่จะให้สังคมเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย อย่างน้อย ก็นักจิตวิทยาให้คําปรึกษา แล้วก็ครอบครัวให้คําปรึกษาต้องมีเนื้อหาสาระที่มากกว่าการให้สิทธิ แก่หญิงตั้งครรภ์ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวนะครับ ส่วนถ้อยคําในการร่างนั้นจะแก้ไขอย่างไร ผมก็ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ไปปรับปรุงถ้อยคําเพื่อให้มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง แล้วก็สุดท้ายขอฝากไว้ว่า ต้องเปิดช่องให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมคือนายแพทย์ แพทย์หญิง ที่อย่างเช่นเป็นหมอไม่ได้เป็นสูติแพทย์ด้วย อยู่ในโรงพยาบาลชุมชนมีหมอ อยู่คนเดียว ๒ คน จะต้องตัดสินใจทําตามกฎหมายแล้วทําแท้งโดยที่เขาไม่ยินยอม ก็ต้องให้ แพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้นสามารถที่จะปฏิเสธในส่วนนี้ได้ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ