กมลศักดิ์ ชี้ร่างกฎหมายทำแท้งขัดหลักอิสลาม เรียกร้องชี้แจงแนวเจตนาชัด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา โดยวิเคราะห์ข้อบังคับเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ภายใต้กรอบหลักศาสนาอิสลามและผลการวิจัยเปรียบเทียบกฎหมายไทย เขาระบุความกังวลต่อการตีความมาตรา 305 โดยเฉพาะข้อยกเว้นที่อาจเปิดช่องให้ยุติการตั้งครรภ์ในกรณีท้องก่อนแต่งงาน ซึ่งขัดต่อหลักศาสนา พร้อมเรียกร้องให้กรรมาธิการชี้แจงเจตนาของกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในแง่คำว่า “อันตราย” ต่อสุขภาพกายและจิตใจของหญิงตั้งครรภ์ และระยะเวลา 120 วันที่วิญญาณเข้าสู่ร่าง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในอนาคต

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ผมขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ในมาตรา ๓๐๑ แล้วก็มาตรา ๓๐๕ ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยขออนุญาตแสดง ความเห็นการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นมุสลิมนับถือ ศาสนาอิสลามหลักสําคัญที่สุดในการทํางานก็คือยึดหลักศาสนาเป็นหลักตามเหตุและผล ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้อธิบายหลักการและเหตุผลในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ เพราะขัด หรือแย้งต่อที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้ว แต่ผมเองนั้นในการทํางานนอกจากจะต้อง ยึดหลักในเรื่องของกฎหมายที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดที่ยึดถือมา เป็นที่หนึ่งก็คือว่าการใดก็แล้วแต่หรือการกระทําใดก็แล้วแต่ต้องอยู่บนหลักการของศาสนาอิสลาม ตอนที่ทราบว่าจะมีระเบียบวาระกฎหมายเกี่ยวกับการทําแท้ง พูดง่าย ๆ ผมได้มีการศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติมงานวิจัย ปรากฏว่าได้ค้นพบงานวิจัยฉบับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เปรียบเทียบกฎหมายการทําแท้งของกฎหมายอาญาในอิสลามและกฎหมายอาญาของไทย ท่านประธานครับ ปรากฏว่างานวิจัยในทัศนะของอิสลามกับกฎหมายอาญาไทยนี้บางข้อ บางประเด็นตรงกันแต่หลายอย่างมีหลักการทัศนะที่ต่างกัน

อย่างประเด็นแรก ที่ผมขออนุญาตแสดงความเห็นข้อห่วงใยไปยังกรรมาธิการ ที่จะมีการตั้งขึ้นนี้นะครับ ที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้ถกเถียงก็คือว่าในเรื่องของระยะเวลา โดยหลักการที่เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งที่เป็นมุสลิมนับถือศาสนาอิสลามได้อภิปรายก่อนหน้านี้คือ ท่านประสิทธิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม มีหลักการตรงกันในเรื่องของศาสนาอิสลาม คืออิสลามห้าม ไม่สนับสนุนในการทําแท้ง แต่ถ้ากรณีมีเหตุจําเป็นกรณีที่มีการกระทําความผิดทางเพศหรือ กระทําชําเราสามารถกระทําได้กรณีหากมีความจําเป็น แต่หากกรณีที่ท้องก่อนแต่งหรือเกิด การผิดพลาดอย่างไรก็แล้วแต่ที่ไม่ได้แต่งงานให้ถูกต้องตามหลักการ อันนี้กระทําไม่ได้ ไม่มี ข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ เมื่อมาดูหลักการที่ผมกล่าวถึงแล้วก็ดูงานวิจัย ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีแล้วนะครับ ผมดูมาตราที่มีการแก้ไขก็อดเป็นห่วงอยู่หลายข้อ หลายประเด็น แล้วก็มีคําถามที่อยากเรียนถามท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่มาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ด้วยความเป็นห่วง แล้วก็อยากฝาก กรรมาธิการว่าอยากให้ถกในเรื่องของระยะเวลา เพราะว่าโดยหลักการอิสลามก็คือว่า มีระยะเวลา ๑๒๐ วัน กว่าที่วิญญาณจะเข้าสู่ร่างกาย อันนี้คือประเด็นหลักที่ต้องถกเถียงว่า ท่านใช้หลักการอะไรในเรื่องของการกระทําที่ไม่เป็นความผิด ถ้ากรณีที่ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ เพราะในมาตรา ๓๐๑ ท่านใช้คําว่า เกิน ๒ สัปดาห์มีความผิด นั่นหมายความว่าถ้าน้อยกว่านี้ นั่นหมายความว่าไม่มีความผิด แล้วก็จะไปเข้าข้อยกเว้นในมาตรา ๓๐๕ ทีนี้พอเข้ามาตรา ๓๐๕ ก็อดเป็นห่วงอีกว่าใน (๑) ในคณะกรรมาธิการต้องมีการถกแล้วก็อธิบายความให้ ชัดเจน โดยเฉพาะใน (๑) ว่าจําเป็นต้องกระทําเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อ การได้รับอันตรายต่อสุขภาพกายหรือจิตใจของหญิงนั้นถึงขนาดไหน ต้องตีความหมายของ คําว่า อันตราย สุขภาพทางกาย หรือ จิตใจของหญิง นั้นให้ชัดเจน และถ้าวันนี้ท่านได้ อธิบายชี้แจงในสภาแห่งนี้เบื้องต้นก็จะเป็นการดีนะครับ

ข้อที่ ๒ ก็คือในส่วนของ (๒) ที่เป็นข้อยกเว้นก็คือว่า จําเป็นต้องกระทํา เนื่องจากหากทารกคลอดออกมาจะมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะได้รับผลกระทบจาก ความผิดปกติทางกายหรือจิตใจถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง อะไรคือคําว่า ทุพพลภาพ อย่างร้ายแรง ในความหมายเจตนารมณ์ที่ท่านร่างกฎหมายอยู่ใน (๒) ของมาตรา ๓๐๕ สิ่งที่ ผมไม่เห็นด้วยในหลักการในประเด็นสําคัญที่สุดก็คือว่า ใน (๔) ของมาตรา ๓๐๕ เพราะว่า มาตรา ๓๐๕ (๔) ท่านใช้คําว่า หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกินสิบสองสัปดาห์ยืนยันที่จะยุติ การตั้งครรภ์ ถ้าดูตามมาตรานี้นั่นหมายความว่าไม่ใช่เฉพาะเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ที่เกิดจาก การกระทําความผิดทางเพศอย่างเดียว เพราะว่าการกระทําความผิดทางเพศไปเข้าข้อยกเว้น ใน (๓) ตามที่ท่านได้ร่างขึ้นมา ใน (๔) เท่ากับว่าเป็นการสนับสนุนให้มีการท้องก่อนที่จะมี การแต่งงานหรือการผิดประเวณีนั่นเอง ตรงนี้โดยหลักการผมก็คงต้องยึดตามหลักการ ในทัศนะของอิสลามว่าเราไม่สนับสนุนในกรณีที่มีการท้องแล้วก็มีการแท้ง หากมีการท้อง ก่อนแต่ง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือว่ามีการสมัครใจร่วมประเวณีโดยไม่ได้แต่งงานนะครับ อันนี้ หลาย ๆ คําถาม ผมก็เลยอยากฝากทางคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งขึ้นมา แล้วก็ อยากเรียนถามทางท่านรองนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ในกรณีที่ท่านได้ร่าง ข้อยกเว้นต่าง ๆ เหล่านี้ในความหมายที่ต้องมีการอธิบาย และผมเชื่อว่าในคณะกรรมาธิการ จะต้องมีการถกแล้วก็บันทึกในชวเลข เวลาขึ้นศาลขึ้นมาจะได้ตีความให้เป็นที่ยุติได้ง่าย ในความหมายหลาย ๆ อย่างที่ผมกล่าวถึงเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นผมก็เลยมี ความเป็นห่วงกังวลในหลายข้อหลายประเด็น แล้วก็ในบางประเด็นผมไม่สามารถรับหลักการ เพราะว่ามันขัดหรือแย้งต่อหลักการศาสนาอิสลามที่ผมแล้วก็พี่น้องในพื้นที่นับถืออยู่ครับ ขอขอบคุณครับ