ทวี สอดส่อง หารือประเด็นการทำแท้งและปัญหาการตีความกฎหมายมาตรา 301 ที่ขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญภายในหนึ่งปี โดยย้ำว่าไม่ใช่การสนับสนุนการทำแท้งเสรี แต่เป็นการปรับกฎหมายให้เป็นธรรม ลดการขยายนิยามผู้กระทำผิด และคำนึงถึงความเสมอภาค ความยุติธรรม และผลกระทบต่อสังคม พร้อมเสนอให้มีกรรมาธิการพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อกำหนดโทษที่เหมาะสมและเป็นสัดส่วนกับการกระทำผิด
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องการทําแท้ง เราต้องยอมรับว่า ประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ เป็นต้นมา ซึ่งหลักฐานที่ค่อนข้างดีที่สุดก็คือหลักฐาน ของสภาผู้แทนราษฎรที่แจกจ่ายให้สมาชิก คือประมาณ ๒๑๖ ปีที่ผ่านมา เราเขียนเรื่อง การทําแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แล้วก็จนกระทั่งมามีกฎหมายอาญาที่ท่าน รองนายกรัฐมนตรีวิษณุได้พูดเมื่อสักครู่นี้ เราก็ยังมีการทําแท้งเป็นความผิดคือมาตรา ๓๐๑ มาจนถึงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ซึ่งเหลืออีกประมาณสัก ๕๐ วัน ถ้าถึงวันนั้น เนื่องจากว่าเป็นการต่อสู้ของนางสาวศรีสมัย เชื้อชาติ ซึ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากพรรคก้าวไกลได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ ท่านลุกขึ้นต่อสู้เพราะถูกตํารวจที่กุยบุรีจับกุม เนื่องจากไปทําแท้งในฐานะแพทย์และถูกดําเนินคดี จึงได้นําเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นไป และศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า มาตรา ๓๐๑ เป็นกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมีอันใช้ไม่ได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังได้วางเงื่อนไขว่าคุณต้อง ไปทํากฎหมายภายใน ๑ ปี
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าครบ ๑ ปี ผมอยากจะเรียนไปถึงพี่น้องประชาชน เพราะในเรื่องการทําแท้งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่นับถือศาสนาอย่างเคร่งครัด เช่น ท่านกรรมาธิการดอกเตอร์นิยมก็ได้พูดเมื่อสักครู่นี้ หรือในพื้นที่ที่นับถือศาสนาอิสลาม เราจะเห็นว่าเรื่องการทําแท้งมันเป็นการขัดหลักศาสนา แต่อย่างไรก็ตามการที่นํากฎหมาย ฉบับนี้เข้ามาไม่ใช่เป็นการทําแท้งเสรี แต่ถ้าปล่อยไว้ให้ถึงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ มันจะเป็นเรื่องการทําแท้งเสรี เพราะกฎหมายอาญา มาตรานี้เป็นกฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญ อันนี้อยากจะเรียนให้เข้าใจ ซึ่งเพื่อนสมาชิกที่มี ความกังวลว่าควรจะรับหรือไม่รับกฎหมายฉบับนี้ บางคนกลัวไปถึงขนาดเรื่องศาสนา จะไม่ควรจะเข้ามาแสดงความเห็น อันนี้ก็อยากจะฝากไว้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ใช่เป็นเรื่อง การทําแท้งเสรี เป็นเรื่องที่จะต้องแก้กฎหมายเพื่อให้เป็นตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ อาชญากรรมวันนี้เราต้องยอมรับว่า ๒๐๐ กว่าปีนี่เราจริง ๆ มันควรจะมี การทบทวนอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้มีการทบทวนเลย อาชญากรรม การแก้กฎหมายฉบับนี้ หรือ การทํากฎหมายฉบับนี้ผมถือว่าเป็นการลดทอนความเป็นอาชญากรให้ลดลง เพราะคําว่า อาชญา กร โดยเฉพาะในยุคนี้ ผมบอกมาหลายครั้งว่าไม่ใช่หมายความรวมถึง ผู้ที่กระทําที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิด แต่ผมให้รวมถึงกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรมด้วย เพราะว่ากฎหมายในระยะหลังจะเป็นกฎหมายที่ผู้มีอํานาจต้องการจะบังคับ ต้องการจะยึดครองอํานาจจึงได้ออกกฎหมายเพื่อมาใช้กับคนไม่มีอํานาจ การปฏิรูปกฎหมาย อาญาและการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ผมจึงให้เกียรติกับนางสาวศรีสมัยนะครับ ท่าน ผอ. ศรีสมัย ที่ท่านได้ทําให้เกิด ๒๐๐ กว่าปีเป็นจุดเปลี่ยนในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเหตุผลของเรื่องทําแท้งมันจะเป็นเหตุผลที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมาก
ประการที่ ๑ การอยู่รอดเป็นมนุษย์ย่อมสําคัญต่อกฎหมาย ดังนั้น สิทธิเสรีภาพของบุคคลนี่จึงมีความสําคัญ แต่อย่างไรก็ตามในสังคมนั้นการที่จะบัญญัติ กฎหมาย กฎหมายที่เกิดขึ้นจะต้องเกิดเป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ เป็นประโยชน์กับชุมชน เป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นประโยชน์ในการอยู่ร่วมกัน คือกฎหมายจะต้องชอบด้วย เหตุผล และกฎหมายอาจจะต้องชอบด้วยศีลธรรม การจัดทํากฎหมายฉบับนี้ ผมจึงต้องให้ ความสําคัญ อยากจะมาให้ความสําคัญของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้น เพราะทาง รัฐบาลท่านได้กรุณาเขียนหลักการที่กว้างมาก คือทําให้เราทั้งหมดสามารถเดินไปในกฎหมาย และจะทํากฎหมายฉบับนี้ให้เกิด จะทําอย่างไรให้ประชาชนในประเทศไทยได้รับความเสมอภาค จากกฎหมาย จะทําอย่างไรจะให้ประชาชนในประเทศไทยได้รับประโยชน์จากกฎหมาย และที่สําคัญจะต้องทําอย่างไรจะให้กฎหมายฉบับนี้รักษาความยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครับท่านประธาน เรื่องการเกิดเป็นมนุษย์ เรื่องการจะทําให้มีประเทศที่เจริญ ปัจจัยสําคัญ คือมนุษย์ของในประเทศนั้นหรือบุคคลที่เกิดในประเทศนั้น ซึ่งเราต้องการบุคคลที่มีคุณภาพ การเขียนกฎหมายฉบับนี้ผมจึงอยากจะให้มองว่าการทําแท้งเป็นภยันตรายต่อสังคมหรือไม่ อย่างไร อันนี้เราต้องยอมรับว่าเราไม่ได้ยกเลิกการทําแท้ง แต่ถ้าเราปล่อยไม่แก้ไข ก็คือ การทําแท้งประเทศไทยจะเป็นการทําแท้งที่เสรี แต่อย่างไรก็ตามครับ ในการที่จะทํา กฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่ากรรมาธิการคงจะต้องมีเวลาไม่มากนัก การศึกษาในเรื่องนี้ถ้าเท่าที่ ได้อ่าน ก็เป็นการศึกษาที่ค่อนข้างจะรอบคอบและรอบด้าน แต่อย่างไรก็ตามครับ ยังมีอีก หลายประการที่ยังขาดตกบกพร่องดังที่ท่านกรรมาธิการหลายคนได้พูดถึง
และที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็คือฝากไว้ว่าโทษที่จะกําหนดกับผู้กระทําผิดนี่ จะต้องไม่ไปเป็นโทษที่ไปทําการทารุณกรรมกับคนที่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นเหยื่อหรือเป็นผู้กระทําผิด แล้วก็การลงโทษจะต้องได้สัดส่วนกับการกระทําผิด อันนั้นจึงฝากไว้ ก็ต้องขอให้กําลังใจกับ คณะกรรมการวิสามัญที่จะมีการตั้งขึ้นนะครับ ขอขอบพระคุณมากครับ