วรรณวิภา ไม้สน อภิปรายร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา โดยเน้นปัญหาความไม่เท่าเทียมของแรงงานหญิงในอุตสาหกรรม ทั้งการถูกกดดันให้ลาออกเมื่อตั้งครรภ์ วันลาคลอดที่จำกัด และการขาดสิทธิในการทำแท้งอย่างปลอดภัย จึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มวันลาคลอดและยกเลิกข้อจำกัดอายุครรภ์ในการยุติการตั้งครรภ์ เพื่อให้ผู้หญิงมีทางเลือกและได้รับความเป็นธรรมตามสถานการณ์ของแต่ละครอบครัว
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายแรงงาน ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้หญิง เป็นแม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้โดยตรง ท่านประธานคะ ในวันที่ ๘ มีนาคมของทุกปี หรือวันสตรีสากล แรงงานหญิง ในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอได้มีการรวมตัวกันเดินรณรงค์ และแถลงการณ์ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการต่อสู้กับการกดขี่ขูดรีดจากระบบ ทุนนิยมและชนชั้นนายจ้างที่เห็นกําไรสําคัญมากกว่าคุณภาพชีวิตของคนทํางาน จนต้องมา กดขี่ด้านเวลาการทํางานหลายชั่วโมงเพื่อแลกกับค่าแรงที่แสนต่ํา และหนึ่งในข้อเรียกร้อง ของวันสตรีสากลก็มีเรื่องการทําแท้งที่ปลอดภัยรวมอยู่ในนั้นด้วย
อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นสําคัญก็คือความไม่เท่าเทียมระหว่างแรงงานผู้หญิง และแรงงานผู้ชายภายใต้อุตสาหกรรม จนถึงขั้นว่าในหลายที่หากแรงงานหรือพนักงานหญิง มีการตั้งครรภ์ขึ้นมาต้องมีการเรียกร้องไกล่เกลี่ยให้ลาออกจากงานทันที หรือแม้แต่แรงงานหญิง ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากสภาวะการทํางานหางานทําใหม่นี่ถือเป็นเรื่องที่แสนยากลําบาก ในที่สุดในขณะนี้ ก็จําเป็นที่จะต้องรีบคลอด รีบหาย เพื่อที่จะกลับมาทํางานให้ไวที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นก็จะสูญเสียรายได้ต่อครอบครัวไปอีก นี่เป็นอีกเหตุผลที่ทําให้ผู้หญิงหลายคน คิดหนักเพราะต้องการรักษางานไว้เพื่อไม่ให้หลุดมือไป ท่านประธานทราบไหมคะว่าอีกข้อหนึ่งที่มีความไม่เท่าเทียมกันอย่างมากคืออะไร สิ่งที่ ไม่เท่าเทียมกันก็คือวิธีคิดค่ะ ทั้งอุตสาหกรรมและในประเทศนี้ชอบคิดว่าการลาคลอด และเลี้ยงดูบุตรนั้นถือเป็นหน้าที่ของผู้หญิงเท่านั้น ทั้งที่แท้จริงแล้วควรให้สิทธิการลาคลอด โดยได้รับค่าตอบแทนหลายวันมากขึ้น และให้เลือกลาได้ทั้งพ่อหรือแม่ นี่คือสิทธิ ที่แต่ละครอบครัวควรเลือกเองตามบริบทของครอบครัวนั้น ๆ ค่ะ เพราะวันลาคลอดที่ระบุไว้ ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับปัจจุบันนี้มีเพียง ๙๘ วันเท่านั้น แถม ๘ วันหลังสุดท้าย ยังไม่รู้เลยว่าจะรับค่าจ้างกับใคร ซึ่งพรรคก้าวไกลตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ได้ยื่น ต่อสภาเพื่อแก้ไขวันลาคลอดให้เป็น ๑๘๐ วัน โดยลาได้ทั้งพ่อและแม่ และได้รับค่าจ้าง ไปแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายเหลือเกินค่ะท่านประธาน ที่ไม่สามารถนําเข้ามาถกเถียง และพูดคุยกันในสภาแห่งนี้ได้ เนื่องจากถูกนายกรัฐมนตรีปัดตกไปแล้ว เพราะเป็น ร่างการเงิน และนี่คือกรณีที่พร้อมมีบุตรนะคะ ยังไม่นับรวมถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพที่ควรได้ ของผู้หญิงในทุกคน ในทุกสายอาชีพ ทุกวัย คือสิทธิทําแท้งได้อย่างปลอดภัยเมื่อไม่พร้อม มีบุตร ท่านประธานคะ ตัวดิฉันเองก็เป็นผู้หญิงและเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวด้วยค่ะ เข้าใจดีค่ะ ว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกอยากจะทําแท้งหากเขาพร้อมจริง ๆ ซึ่งความพร้อมในที่นี้คือ พร้อมในด้านสวัสดิการ ด้านความเป็นอยู่ ด้านการทํางานที่มั่นคง ขนาดผู้หญิงที่ทํางาน อยู่ในระบบใช่ว่าจะมั่นคงนะคะหากตั้งครรภ์ อย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้วข้างต้น แล้วแรงงาน หญิงที่อยู่นอกระบบล่ะคะ ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่กว่าจะหาความมั่นคงและเข้าถึงสิทธิ การลาคลอดได้จากที่ไหนคะ การมีลูก ๑ คนใช้เงินเป็นล้านนะคะท่านประธาน กว่าเขาจะ เติบโตพร้อมที่จะไปใช้ชีวิตเป็นของตัวเองได้ ในหลายครอบครัวที่เลือกไม่ได้แล้วต้องก้มหน้า หาเงินอย่างขัดสนมากยิ่งขึ้น ทําให้คุณภาพชีวิตทั้งเด็กและคนในครอบครัวยิ่งแย่ยิ่งขัดสน มากขึ้นไปอีก คิดจะยุติครรภ์ก็ไม่ได้เพราะผิดกฎหมายเป็นคดีอาญา ทําให้หลาย ๆ คน ต้องพึ่งพาการทําแท้งเถื่อน ซึ่งถือเป็นการยุติครรภ์ที่ไม่มีความปลอดภัยทั้งสิ้น ผู้หญิง ตั้งหลายร้อยคนต่อปีเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ตกเลือด มดลูกทะลุ หรือไตวาย เห็นไหมคะว่าการทําแท้งไม่ใช่เรื่องสนุกเลย เท่านั้นไม่พอค่ะ ยังมีความเชื่อต่าง ๆ ของสังคมเราว่าหากผู้หญิงคนไหนทําแท้งก็จะมองว่าเป็นการผิดบาปอย่างมหันต์ การที่มีกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ออกมานี้จึงเป็นการตอกย้ํา และยัดเยียดความผิดบาป ให้แก่ผู้หญิงเข้าไปอีก และบุคลากรทางการแพทย์ก็ไม่ค่อยมีใครอยากช่วยเหลือในการทําแท้ง แม้หญิงผู้นั้นจะสามารถเข้าถึงสิทธิยุติการตั้งครรภ์ได้ก็ตาม เพราะความเชื่อเรื่องบาปกรรม และการจองเวรที่เราเชื่อกันมาอย่างยาวนาน จึงเป็นการตอกย้ําซ้ําเติมและตีตราผู้หญิง เข้าไปอีก เพราะฉะนั้นการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ ที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังจํากัดสิทธิเสรีภาพของผู้หญิงยังคงไม่เพียงพอค่ะท่านประธาน ควรสร้างการถกเถียง รวมถึงการให้ข้อมูลแก่สาธารณะที่มากยิ่งขึ้น จึงควรเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กันกับการแก้ กฎหมายฉบับนี้ และในการแก้ไขกฎหมายให้สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์แก่ผู้หญิงไม่ควร กําหนดอายุครรภ์ที่ ๑๒ สัปดาห์ เนื่องจากอะไรคะ เนื่องจากในแต่ละเดือนความพร้อม และสภาพร่างกายของบุคคลนั้น ๆ ไม่เท่ากัน เขาอาจเกิดภาวะหรือปัจจัยที่ทําให้ไม่พร้อม ในเดือนท้าย ๆ ของการตั้งครรภ์ก็เป็นได้ ถ้าเรานํากําหนดอายุครรภ์ที่ต่ําเกินไปเท่ากับว่า เป็นการยกเลิกการจํากัดสิทธิหนึ่ง แต่ไปจํากัดอีกสิทธิหนึ่งแทน หลักการในการแก้ไข กฎหมายครั้งนี้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีค่ะ แต่สิ่งที่ต้องปรับคือกําหนดระยะเวลาการยุติ การตั้งครรภ์ที่หลายสัปดาห์มากขึ้น เนื่องจากสภาวะแวดล้อมและสภาวะร่างกาย ของผู้หญิงแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน จึงจะถือเป็นการสร้างทางเลือกบนความจําเป็น ให้กับผู้หญิงได้มากขึ้น เพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนที่อยากจะตั้งท้องเพื่อไปทําแท้งหรอกค่ะ ดิฉันจึงเห็นด้วยในหลักการ แต่ขอให้พิจารณาเพิ่มเติมเรื่องอายุครรภ์ตามร่าง พ.ร.บ. ของพรรคก้าวไกลค่ะ ขอบคุณค่ะ