เกียรติ เสนอแก้กฎหมายทำแท้งตามหลักสากล ย้ำคุ้มครองสิทธิ-ความเสมอภาค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓

เกียรติ สิทธีอมร อภิปรายประเด็นการยุติการตั้งครรภ์ในบริบทของสิทธิสตรีและความขัดแย้งระหว่างกลุ่มโพร์ไลฟ์กับโพร์ชอยซ์ โดยเสนอให้พิจารณากรอบกฎหมายและข้อกำหนดสากลเพื่อหาทางออกที่สมดุล ทั้งย้ำความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสิทธิมนุษยชน ศีลธรรม และความสงบเรียบร้อยของสังคม พร้อมเรียกร้องให้มีการให้ความรู้ที่ถูกต้องเพื่อลดอคติและส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ขออภิปรายในเรื่องการยุติการตั้งครรภ์นะครับ ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสไปดีเบต (Debate) ในเวทีระหว่างประเทศค่อนข้างเยอะ แล้วก็เอาข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกับพวกเรา ผมเองก็คงไม่มีธงเพราะผมทราบดีว่าเรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก ยากลําบากมาก แล้วในโลกของความเป็นเสรีประชาธิปไตยวันนี้ยังไม่มีข้อยุติครับ เพราะฉะนั้นจะบอกว่า ใครถูก ใครผิด ตรงไหนคือจุดที่สมดุล เหมาะสม ยากมากครับ แต่ผมก็ยังมีความหวังนะครับ ผมคิดว่ามันมีทางออกและมีทางที่เป็นไปได้ ผมจะแชร์ข้อมูลอย่างนี้ครับ จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องเฉพาะภายในประเทศครับ ทั้งโลกมีปัญหาเหมือนกันหมด แล้วจริง ๆ ในกรอบของ สหประชาชาติก็มีครับ มีข้อกําหนด ถ้าใครไม่คุ้นเคย เขาเรียกทีเอ็มบี (TMB) ก็คือเป็นทรีตตี (Treaty) ของสหประชาติ มอนิทอริ่ง บอดี (Monitoring body) เป็นทรีตตี (Treaty) ที่พูดถึง เรื่องสิทธิของสตรีและการดูแลในกรณีของการมีการตั้งครรภ์และต้องมีการยุติการตั้งครรภ์ ตรงนี้ผมก็ผิดหวังนิดหนึ่งครับในร่างไม่ได้มีเสนอขึ้นมา จริง ๆ มันเป็นเรื่องสําคัญมากครับ เป็นหลักการที่สําคัญมาก แต่ปรัชญาในเรื่องนี้ท่านประธานครับ ในโลกนี้ก็คงยังหาข้อยุติ ไม่ได้ แต่ทั้งโลกเองก็มีครับ มีการออกกฎหมายในลักษณะรูปแบบต่าง ๆ กัน เดี๋ยวผมจะเล่า ให้ฟังนะครับว่าในโลกนี้มันมีกรอบ หรือมีความคิด หรือมีกฎหมายในลักษณะใดบ้าง แต่ต้อง ยอมรับครับท่านประธาน ไม่ว่าในสังคมใดจะมี ๒ กลุ่มที่ไปคนละทิศคนละทางแตกต่างกัน โดยสิ้นเชิง โพร์ไลฟ์ (Prolife) กลุ่มที่มีความเห็นว่าชีวิตต้องปกป้องรักษาให้ถึงที่สุด ก็ไปเปลี่ยนใจเขาคงยากนะครับ โพรไลฟ์ (Prolife) ก็คือชีวิตต้องปกป้อง ทีนี้จุดที่มาเถียงกัน ในประเด็นข้อกฎหมายและในประเด็นความเชื่อสูงสุดด้วย ก็คือว่าชีวิตเริ่มต้นตอนไหน และถึงจุดใดถึงเป็นสิทธิของผู้ตั้งครรภ์ ถึงจุดใดไม่ใช่สิทธิของผู้ตั้งครรภ์อีกต่อไป ตรงนี้ เถียงกันครับ แล้วผมก็คิดว่าในโลกก็ไม่มีข้อยุตินะครับ ยังไม่มีข้อยุติ อีกกลุ่มหนึ่งคือ โพร์ชอยซ์ (Prochoice) นะครับ ก็คือเป็นสิทธิของข้าพเจ้า คนอื่นไม่มีสิทธิ เป็นผู้ตั้งครรภ์ เป็นผู้มีสิทธิโดยชอบ แต่ในกลุ่มนี้ก็มีทั้ง ๒ ประเภทนะครับ กลุ่มมีสิทธิแบบมีเงื่อนไขกับกลุ่ม ที่มีสิทธิแบบไม่มีเงื่อนไข มีทั้งคู่

ผมไม่มีเวลาลงรายละเอียด แต่ก็แค่บอกท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าจริง ๆ แล้ว ในโลกนี้มันยังหาข้อยุติในเรื่องปรัชญาไม่ได้ แต่ชีวิตจริงต้องดําเนินไป ปัญหาในสังคมมี ต้องมีทางแก้ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดครับท่านประธาน คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนี่เป็นตัวชี้ว่า กฎหมายที่มีอยู่ต้องแก้ ตรงนี้ทุกคนยอมรับ ไม่ต้องปฏิเสธแล้วต้องแก้ แก้อย่างไรถึงจะดีที่สุด สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมของบ้านเรามากที่สุด ผมก็อยากจะเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ในโลกนี้นะครับถ้าดูกฎหมายการยุติการตั้งครรภ์ มันมีทั้งหมด ๕ ประเภทครับในโลกนี้

ประเภทที่ ๑ ห้ามทุกกรณีเลย ๒๖ ประเทศครับ

ประเภทที่ ๒ รักษาชีวิตสุภาพสตรีที่มีครรภ์ คือการตัดสินใจกรณีนี้ รักษาชีวิตสุภาพสตรีอย่างเดียวเลยนะครับ ไม่พูดถึงเรื่องอื่นเลยนะครับ อันนี้มีทั้งหมด ๓๙ ประเทศ

กรณีที่ ๓ ดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพจิตและสุขภาพกายของทั้ง สุภาพสตรีผู้ตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ กลุ่มนี้ ๕๖ ประเทศ

กลุ่มที่ให้เหตุผลในแง่ของกฎหมายด้านเศรษฐกิจ สังคม คือพูดง่าย ๆ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดว่าบางกรณีไม่สามารถดูแลได้จริง ๆ มีปัญหาคู่สมรสหรือ คู่แฟนนี่ละครับที่ทําให้ท้องนี่ก็ไปไม่ได้แล้ว ก็มีปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม ๑๔ ประเทศ ครับท่านประธาน

ส่วนประเทศที่ให้สิทธิโดยมีเงื่อนไข ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกนะครับ อย่าใช้ คําว่า กฎหมายทําแท้งเสรีเด็ดขาด เพราะมันให้ภาพที่ผิดกับความเป็นจริงและเจตนาของ กฎหมาย ใช้ไม่ได้คํานี้ครับ มันเป็นการให้แบบมีเงื่อนไข ในโลกนี้ครับ อีก ๖๖ ประเทศ นะครับ คือการให้มีการยุติการตั้งครรภ์ได้แบบมีเงื่อนไข แต่ใน ๖๖ ประเทศนี่ค่าเฉลี่ยของ จํานวนสัปดาห์ของอายุครรภ์คือ ๑๒ สัปดาห์ นี่คือค่าเฉลี่ยครับ ที่บอก ๙๐ วันเลยนี่นะครับ ๙๐ วันมี ๔ ประเทศ มีตูนิเซีย มีออสเตรีย อิตาลี มองโกเลีย ถ้าบอก ๑๒๐ วัน ประเทศเดียวครับ ประเทศมัลดิฟส์ ที่ไม่มีกําหนดเลยเท่าที่ผมเห็นมี เนเธอร์แลนด์กับเปอร์โตริโก ที่เหลือเฉลี่ยประมาณจํานวนสัปดาห์ที่มีการเสนอโดยร่างของ รัฐบาล เพราะฉะนั้นตรงนี้เองผมคิดว่าก็เป็นเกณฑ์ที่ต้องมาดูกันว่าความเหมาะสม อยู่ตรงไหน ผมก็จะฝากให้คณะกรรมาธิการศึกษาให้ดีหน่อยครับ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่กรณี ที่เรามองตัวเราเอง เรามีบรรทัดฐาน มีหลักการเหตุผลที่มีการพูดคุยกันในเวทีโลกมากมายครับ เอามาประกอบการพิจารณาครับ แต่ในการประกอบการพิจารณาตรงนี้ ผมฝากประเด็น อย่างนี้ครับ ๑. ห้ามใช้คําว่า กฎหมายแท้งเสรี ครับ ให้ภาพที่ผิดมาก ๒. ผมเห็นด้วยนะครับ ไม่มีใครอยากมีครรภ์แล้วไปทําแท้ง ไม่ใช่เรื่องสนุกครับ อย่าทําให้หรือการแถลงของใคร ก็แล้วแต่อย่าให้มีความรู้สึกอย่างนั้น เพราะไม่เป็นธรรมครับ อันนี้ไม่เป็นธรรมกับสุภาพสตรี ต้องคํานึงถึงสิทธิมนุษยชน สิทธิสตรี และความพอดี ๆ กับการคุ้มครองชีวิตมนุษย์ และความสงบเรียบร้อยของสังคม และศีลธรรมอันดีงามของสังคม ตรงนี้ไม่ง่ายแต่ท่าน ต้องทําให้ได้เป็นภารกิจของกรรมาธิการ ตอนนี้ถ้าไม่ออกกฎหมายก็เป็นปัญหา เพราะมี คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เพราะฉะนั้นหลักการนี้ผมคิดว่าพอไปได้ แต่ต้องไป ปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการให้ดีนะครับ กฎหมายต้องไม่สร้างปัญหานะครับ ถ้าจะออกมา ต้องนําไปสู่ความสงบเรียบร้อยของสังคม ไม่ขัดหลักศีลธรรมอันดีงามนะครับ ในเรื่องเกณฑ์ ของอายุครรภ์ ผมอยากให้ลองพิจารณาตรงนี้นิดหนึ่งครับ หมอเองยังไม่สามารถ กําหนดได้เลยว่ากี่สัปดาห์แล้ว หมอเองเก่งที่สุด เอาหมอทางวิทยาศาสตร์มาระบุได้ไหมครับ แบบแม่นยํา มันไม่แม่นยําครับ ปัญหาพอไม่แม่นยําแล้วไปกําหนดตัวเลขที่ตายตัว ไม่ยืดหยุ่น จะสร้างปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย ทีนี้ผมก็ฟังทั้ง ๒ ความคิด ทั้งหลายความคิดในโลกนี้ ก็อยากจะเสนอว่าจริง ๆ แล้วมีเกณฑ์ค่าเฉลี่ยได้ แต่เราต้องยอมรับว่ามันไม่แม่นยํา ถ้าไม่แม่นยําหมายความว่าต้องปรับได้ ต้องมีข้อยกเว้นได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นและถ้ามีเหตุผล อันดีเสริมเข้าไปอีก และทําให้การบังคับใช้สามารถยืดหยุ่นได้บ้าง ผมคิดว่าพอไปได้ มันไม่ใช่เรื่องการตัดสินใจว่า ๑๒ สัปดาห์ หรือ ๒๔ สัปดาห์อะไรอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่า น่าจะออกกฎหมายที่สามารถที่มีความยืดหยุ่นได้ระดับหนึ่ง โดยมีเกณฑ์เฉลี่ยและมีเงื่อนไข ของการปรับปรุงในกรณีที่มีความจําเป็นนะครับ ก็ต้องฝากไว้ครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องนี้สังคมรับรู้น้อยมาก และสังคมส่วนใหญ่ มีอคติครับ ทําอย่างไรให้ความรู้กับสังคมที่ถูกต้อง ต้องไม่มีอคติครับ เมื่อสักครู่บางท่าน อภิปรายไปแล้วว่าแม้กระทั่งคุมกําเนิดที่ดีที่สุดพลาดก็มีครับ ไม่ใช่ความผิดนะครับ แต่มันนําไปสู่สังคมที่ไม่พร้อม เป็นปัญหาในครอบครัว เป็นปัญหาของสังคม อันนี้ก็ต้อง ยอมรับความเป็นจริงนะครับ ให้ความรู้กับสังคมครับ ในขณะเดียวกันกฎหมายนี้ต้องปกป้อง สิทธิและให้ความเสมอภาคทางเพศ ให้ความเสมอภาคทางเพศชัดเจนในสายตาของกฎหมายครับ ขอบพระคุณครับ