วาโย อัศวรุ่งเรือง อภิปรายร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ โดยเสนอให้เปิดโอกาสตามอายุครรภ์และคำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศรวมถึงผู้มีอัตลักษณ์ทางเพศหลากหลาย พร้อมเน้นความสำคัญของการให้แพทย์มีบทบาทในการวินิจฉัยแทนการกำหนดตายตัวในกฎหมาย และเสนอให้กำหนดอายุครรภ์ที่ 24 สัปดาห์เพื่อสมดุลระหว่างสิทธิสตรีกับโอกาสในการรอดชีวิตของทารก รวมถึงผลักดันให้มีการให้ความรู้ด้านสุขภาพการเจริญพันธุ์และการคุมกำเนิดอย่างทั่วถึงเพื่อแก้ปัญหาต้นเหตุแทนการมุ่งเฉพาะการยุติการตั้งครรภ์เพียงอย่างเดียว
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ขออนุญาตลดบรรยากาศทางอารมณ์ ในสภาลงนิดหนึ่งนะครับ ขออนุญาตอภิปรายด้วยหลักการและเหตุผลในเชิงของวิชาการ นะครับ ผมก็ถนัดแบบที่นําสไลด์ (Slide) ขึ้นนะครับ ขอฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์นิดหนึ่งครับ ขอนําสไลด์ (Slide) ขึ้นครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
วันนี้ท่านประธานที่สภาของ พวกเราก็ได้พิจารณาในร่างการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในเรื่องของการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งในฐานะที่ผมเป็นแพทย์ แล้วก็เป็นทนายความและนักกฎหมายการแพทย์โดยเฉพาะ ขออภิปรายในเรื่องของการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยแล้วกันนะครับ การที่เราจะมา พิจารณาท่านประธานคงต้องเอามาเรียงดูกันว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๓๐๑ นี้นะครับท่านประธาน ของเดิมนี่ท่าน ท่านว่านะครับหญิงใดทําให้ ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทําให้ตนเองแท้งลูกทุกกรณี ไม่ว่าอะไรก็ตามผิดหมด ทีนี้ ร่างของทางคณะรัฐมนตรี แล้วก็ร่างของทางเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลเป็นอย่างไร จริง ๆ ก็คล้ายเดิมแต่เปิดโอกาสเพดานในเรื่องของอายุครรภ์ขึ้นมาครับท่านประธาน ซึ่งแตกต่างกัน ในทางของ ครม. กําหนดอายุครรภ์ว่าไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ ก็ถ้าเกินมีความผิดในทางย้อน กลับมาพิจารณาก็หมายความว่าอะไรครับท่านประธาน หมายความว่าถ้าไม่เกินไม่ผิดนะครับ จุดที่แตกต่างกับทางของพรรคก้าวไกลมีแค่ ๒ จุดเท่านั้นเองท่านประธาน คือ ๑. หญิงกับ บุคคล ซึ่งทาง ส.ส. ธัญวัจน์ท่านได้อภิปรายไปแล้วในเรื่องของความเท่าเทียม ในเรื่องของ การเบลม (Blame) เพศหญิง แล้วก็ในอนาคตอาจจะมีเทคโนโลยีที่ช่วยเหลือในกลุ่มที่เป็น ทรานส์เจนเดอร์ (Transgender) นี้นะครับให้สามารถตั้งครรภ์ได้ ไหน ๆ เราก็แก้ไข กฎหมายแล้วให้มีความก้าวหน้าพัฒนาไปเลย แต่เดี๋ยวประเด็นเรื่อง ๑๒ กับ ๒๔ เดี๋ยวผมจะ ว่าอีกทีหนึ่ง สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ
ทีนี้มันมีเรื่องที่จําเป็นครับท่านประธานว่าจะต้องทําความเข้าใจในเรื่องของ คําว่า แท้ง กับคําว่า ตายคลอด แท้งนี่ภาษาอังกฤษเราเรียกกันว่าอะบอร์ชัน (Abortion) ตายคลอดเราเรียกว่าสติลล์เบิร์ท (Stillbirth) ผมขึ้นเฉลยไปแล้วว่ามันไม่เท่ากัน มันไม่ เหมือนกัน ทั้ง ๒ กรณีเป็นกรณีที่ตัวอ่อนหรือว่าทารกมนุษย์นี้นะครับออกจากครรภ์ของ มารดามาแล้วก็เสียชีวิตทั้งคู่ ตายคลอดนี่ง่ายมาก คืออกมาปั๊บนี่ไม่มีสัญญาณชีพ แต่แท้ง ท่านประธานครับผมขออนุญาตยกกรณีที่เป็นตุ๊กตา ยกตัวอย่างเช่น ทารกตัวอ่อนที่ออกจาก ครรภ์มารดาในอายุครรภ์สัก ๒๐ สัปดาห์ ๕ เดือน ถามว่าออกมาถ้ามีความพยายามที่จะ หายใจเขามีสภาพบุคคลหรือยัง หรือเขานี่คลอดไหมหรือว่าเป็นแท้ง ในทางการแพทย์ ท่านประธานครับ ๕ เดือนถึงแม้จะมีสัญญาณชีพหรือมีความพยายามที่จะมีชีวิตนี่นะครับ ในทางการแพทย์เราก็ไม่ได้ตัดว่ามีชีวิตมันก็ออกมาเป็นแท้งอยู่ดี เพราะฉะนั้นมันมีดินแดน ท่านประธานว่า อ้าว สรุปแล้วในทางการแพทย์เราจะตัดว่าอะบอร์ต (Abort) นี่นะครับ ที่ ๒๐ หรือ ๒๑ บวก ๕ ที่มีเคสรีพอร์ต (Case report) ที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถเลี้ยงรอด ได้ในโลก หรือจะตัด ๒๒ หรือ ๒๔ หรือ ๒๘ เอาอย่างไรกันแน่นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นแล้วจริง ๆ การกําหนดอายุครรภ์ลงไปในกฎหมายแบบนี้ผมไม่ค่อยเห็นด้วย เท่าไร ผมยังเห็นด้วยว่าในเรื่องของสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงในทางการแพทย์จะเป็น การดีถ้าเป็นแพทย์ช่วยในการวินิจฉัย อย่างไรก็ตามเราอภิปรายกันใน ๒ ร่างนี้นะครับ ท่านประธาน สไลด์ (Slide) ถัดไป
มาตรา ๓๐๕ ท่านประธานครับ ของเดิมนี้นะครับกําหนดเอาไว้ว่าข้อยกเว้น ในตามมาตรา ๓๐๑ กับมาตรา ๓๐๒ ให้ทําได้ ๒ กรณี
๑. คือมีผลกับสุขภาพของหญิง ก็เคยเป็นที่ถกเถียงครับท่านประธานว่า สุขภาพหมายถึงสุขภาพกาย หรือสุขภาพจิต หรือหมายถึงทั้งคู่ ซึ่งทางแพทยสภาก็ได้มี ประกาศแพทยสภาออกมา ขยายความว่าให้หมายความถึงสุขภาพจิตด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อถกเถียงท่านประธานว่าประกาศแพทยสภามีสถานะทางกฎหมายหรือไม่ อย่างไร
และประการที่ ๒ ก็คือในความผิดที่เกี่ยวกับเพศทั้งหลายนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ทีนี้ของใหม่เป็นอย่างไรครับ คอนเซ็ปต์ (Concept) ของทาง คณะรัฐมนตรีกับทางเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลเหมือนกันเลยไม่ได้แตกต่างกัน ก็คือ ขยายความครับท่านประธานว่าสุขภาพหมายถึงทั้งกายและใจจะได้ไม่ต้องถกเถียงกันอีก ต่อไปนะครับท่านประธานว่าทางด้านจิตใจเกี่ยวหรือเปล่าก็คือเกี่ยวไปเลย แล้วก็เพิ่มมาอีก ๒ เงื่อน เป็นเงื่อนไขที่ ๓ กับ ๔ ที่จะสามารถทําให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ ก็คือความผิดปกติของ ทารกในครรภ์กับเงื่อนเรื่องอายุครรภ์นั่นเอง สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ
ทีนี้เรื่องของความผิดปกติอายุของทารกในครรภ์นี่นะครับ ในร่างของ ครม. กับทางพรรคก้าวไกลเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ก็ต้องบอกว่าภาพรวมแล้วไม่ได้แตกต่าง กัน คอนเซ็ปต์ (Concept) เหมือนกันเลยนะครับ ทางพรรคก้าวไกลใช้คําว่า พิการ ทางคณะรัฐมนตรีใช้คําว่า ทุพพลภาพ ทางพรรคก้าวไกลใช้คําว่า อย่างรุนแรง ทางคณะรัฐมนตรี ใช้คําว่า อย่างร้ายแรง จริง ๆ ก็ไม่ได้แตกต่างกันนะครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ แต่ประเด็นที่สําคัญที่สุดเลยก็คือเรื่องของอายุครรภ์ อย่างที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่นะครับ ท่านประธาน ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์วิษณุ ปรมาจารย์ทางด้านกฎหมาย ท่านก็ได้เรียนเอาไว้เมื่อสักครู่นะครับว่าท่านได้กําหนดเอาไว้ที่ ๑๒ สัปดาห์ มันคือ ไตรมาสแรก การตั้งครรภ์ในทางการแพทย์นะครับท่านประธาน มันแบ่งเป็น ๓ ไตรมาส ก็คือเดือนที่ ๑ ถึงเดือนที่ ๓ เดือนที่ ๔ ถึงเดือนที่ ๖ แล้วก็เดือนที่ ๗ ถึงเดือนที่ ๙ แต่ว่า ทางคณะรัฐมนตรีกําหนดเอาไว้เพียงแค่ ๑๒ สัปดาห์ ผมเห็นพ้องกับท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ บัวประทุม ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้นะครับว่าจุดกําเนิดของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เกิดจากคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการที่จะคุ้มครองสิทธิของสตรีนะครับ ซึ่งก็เป็น ปัจเจกในรัฐให้สามารถมีได้เหนือเนื้อตัวร่างกายของตนเอง ซึ่งจะโอเวอร์รูล (Overrule) สิทธิของทารกในครรภ์ไปบางส่วนนะครับ แต่ถือว่าสิทธิของปัจเจกที่มีสภาพบุคคล แล้วเหนือกว่า เพราะฉะนั้นการกําหนดอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์ ก็เห็นว่ายังอาจจะน้อยไป และหลาย ๆ ครั้งครับท่านประธาน ผู้หญิงท้องแรกนี่นะครับ กว่าจะรู้ ประจําเดือนหมดไป ๒ เดือน บางที ๓ เดือน มาตรวจเช็ก (Check) เหลือเวลาอาทิตย์หนึ่งจะครบ ๑๒ สัปดาห์ หรือบางทีเกินไปแล้วนะครับ กลับทําให้หญิงนั้นไม่สามารถแสดงเจตนาดังกล่าวได้ครับ ท่านประธาน ดูในสไลด์ (Slide) นะครับ คําที่สําคัญที่เหมือนกันของทั้งทางร่างของ ครม. กับพรรคก้าวไกลก็คือคําว่า ยืนยัน ครับท่านประธาน คําว่า ยืนยัน ตรงนี้ละเป็นการรับรอง สิทธิของปัจเจกที่อยู่ในรัฐนะครับ ถึงเจตนาของเขา ถึงความตั้งใจของเขา ฟรีวิลล์ (Free Will) ของเขานะครับว่าเขาต้องการที่จะทําอย่างไรกับร่างกายของตนเอง เพราะฉะนั้นการไป กําหนดก่อน ๑๒ สัปดาห์ก็อาจจะยังไม่เป็นการสมควรหรือว่าท้ายที่สุดในอนาคตครับ อย่างที่ท่านณัฐวุฒิว่า อาจจะมีการร้องเข้าไปว่าขัดหรือแย้งอีก แล้วทําไมครับ ทําไมพรรคก้าวไกลถึงเสนอว่าเป็น ๒๔ สัปดาห์ ก็คือในเซกคันด์ ไตรเมสเตอร์ (Second trimester) หรือไตรมาสที่ ๒ ซึ่งคือ ๖ เดือน อย่างที่ผมได้เรียนไปครับท่านประธานว่ามันมีดินแดน ของการแท้ง มันมีดินแดนของการตายคลอด มันมีดินแดนของการคลอดก่อนกําหนด ซึ่งแท้จริงแล้วมันอยู่ในบริบททางการแพทย์ จริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับศักยภาพของโรงพยาบาล แต่ละแห่งด้วยซ้ําว่ากุมารแพทย์ปริกําเนิดมีหรือไม่ หรือกุมารแพทย์ปริกําเนิดนั้นสามารถ ที่จะให้การดูแลตัวอ่อนทารกมนุษย์ได้ที่อายุครรภ์เท่าไร แต่อย่างไรก็ตามครับ ถ้ากําหนดเอาไว้สูงก่อน ก็ย่อมที่จะเปิดสิทธิให้กับประชาชนมากกว่า เพราะว่าการที่ทารก ออกจากครรภ์มารดาในหลังอายุครรภ์ ๒๔ สัปดาห์ ส่วนใหญ่นะครับ ส่วนใหญ่ ในประเทศไทย คุณหมอค่อนข้างเลี้ยงได้รอด จริง ๆ มีสถิติด้วยนะครับว่าถ้าคลอด ใช้คําว่า คลอด เลยแล้วกัน ถ้าคลอดออกมาก่อน ๒๔ สัปดาห์ โอกาสการรอดน้อยมาก แต่มันมีคัตพอยต์ (Cut-point) ครับท่านประธาน ตัวเลข ๒๔ สัปดาห์นี่ละที่จะทําให้เพิ่มโอกาสการรอดชีวิต ของทารกในครรภ์เพิ่มขึ้นเยอะเลยนะครับ ทางพรรคก้าวไกลก็เลยได้เสนอที่ ๒๔ สัปดาห์นะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตฝากไว้สุดท้าย เกินเวลามาเล็กน้อยนะครับ อย่างไรก็ตาม ที่เรามาคุยกันทั้งหมดในวันนี้มันเป็นเรื่องของการยุติการตั้งครรภ์ แท้จริงแล้ว มันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุครับท่านประธาน ในเรื่องของการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือแม้แต่การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนะครับ ต้นเหตุที่แท้จริง เราอาจจะต้องให้ความรู้กับประชาชน ให้ความรู้กับเยาวชน แล้วก็ในเรื่องสวัสดิการของ การคุมกําเนิดนะครับ ยาคุมกําเนิดเอย ในเรื่องของถุงยางอนามัยเองก็ตาม ก็ฝากท่าน ประธานผ่านไปทางรัฐบาลแล้วก็เพื่อนสมาชิกครับ