ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายด้วยความห่วงใยต่อสิทธิของเด็กและผู้หญิง โดยตั้งคำถามต่อความขัดแย้งของมาตรา 301 ประมวลกฎหมายอาญาและคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกเพื่อเปิดทางให้มีการกำหนดอายุครรภ์ตามหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในรัฐธรรมนูญใหม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการอนามัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะในกรณีเด็กหญิงที่ตั้งครรภ์จากความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งควรได้รับการคุ้มครอง ไม่ใช่ถูกตั้งข้อหา และย้ำว่าร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องควรเปิดทางให้ผู้หญิงมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายตนเอง โดยไม่ควรถูกรวมอยู่ในกรอบกฎหมายอาญาที่เข้มงวดและล้าช้า
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะ ไม่อภิปรายในฐานะเป็นอดีตผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัย เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ จะไม่อภิปรายในฐานะที่เป็นอดีตคณะกรรมการอิสระ ในคณะอนุกรรมการอิสระเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ผมจะ ไม่อภิปรายในฐานะที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ทําเรื่องการคุ้มครองเด็กมามากกว่า ๒๐ ปี เพราะตระหนักดีครับว่าเรื่องสิทธิเด็กเป็นเรื่องที่สําคัญ ผมจะไม่อภิปรายในฐานะ ที่เป็นเพื่อนของเพื่อนที่เมื่อเธออายุครรภ์ ๕ เดือน ไม่รู้ที่จะยุติการตั้งครรภ์โดยเข้าถึงบริการ ที่เรียกว่า อนามัยเจริญพันธุ์ หรือรีโพรดักทีฟ เฮลป์ (Reproductive Help) ที่ใดในประเทศ แห่งนี้ ผมจะไม่อภิปรายในฐานะของสามีที่ภรรยาเคยแท้งลูก แต่ผมจะอภิปรายในฐานะ ความเป็นมนุษย์ครับ จะอภิปรายด้วยหัวใจ ผมเลือกที่จะวางเอกสารทั้งหมด ข้อมูลทั้งหมด ซึ่งผมก็มั่นใจว่าผมมีไม่น้อยไปกว่าท่านลง แล้วจําเป็นต้องขออภิปรายเรื่องนี้ด้วยหัวใจ ของความเป็นมนุษย์
ท่านประธานครับ ประการที่ ๑ ที่จําเป็นต้องพูดถึงก็คือว่าในคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ท่านตั้งใจจะตีคู่กับคําวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ในการวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่อย่างไร ผมไม่อาจทราบเจตนารมณ์ท่านได้ แต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ท่านวินิจฉัยนั้น ท่านบอกว่ามาตรา ๓๐๑ นั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตราใด ๆ ก็ว่ากันไป ในเมื่อท่าน บอกว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญครับ แล้วเหตุใดวันนี้ท่านถึงไม่ยกเลิกประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๓๐๑ เพราะไม่มีหลักประกันใด ๆ เลยครับว่าถ้าวันนี้สภาแห่งนี้ผ่านร่าง การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ แล้วกําหนดอายุครรภ์ ไม่ว่าจะเป็น ๑๒ สัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็น ๒๐ สัปดาห์ ซึ่งผมสนับสนุนแนวคิดนี้ หรือ ๒๔ สัปดาห์ ซึ่งผม เคารพการตัดสินใจและเป็นมติของพรรคก้าวไกล จะไม่มีผู้ใดไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความอีกว่าการออกกฎหมายจํากัดสิทธิอายุครรภ์แค่ ๑๒ สัปดาห์นั้นขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ ผมไม่ประหลาดใจครับ ในศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบันผมคงไม่อาจไว้วางใจได้ แต่กรณีที่มีศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตที่ออกตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่พวกผมเองคาดหวัง จะมาจากตัวแทนของประชาชนที่แท้จริง ผมมั่นใจว่าการกําหนดอายุครรภ์ในประมวล กฎหมายอาญาวันนี้ก็ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญอยู่ดีครับ ถ้ารัฐธรรมนูญนั้นเคารพศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์และเคารพในสิทธิของผู้หญิงอย่างแท้จริง และแน่นอนครับย่อมเคารพถึง เพศวิถีหรือเพศสภาพอื่น ๆ ด้วย
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในที่ประชุมแห่งนี้ไม่มีใครหรอกครับ ที่ต้องเข้าไปดูแลเด็กผู้หญิงอายุ ๑๗ ปีตาบอดที่ตั้งครรภ์ได้ ๗ เดือนแล้วเพิ่งรู้ว่าตนเอง ตั้งครรภ์ ในที่ประชุมแห่งนี้ไม่ใครหรอกครับที่เข้าไปดูเด็กหญิงอายุ ๑๖ ปี ไอคิว (IQ) ๔๖ ที่ถูกตาแท้ ๆ ละเมิดทางเพศแล้วตั้งครรภ์ ในที่ประชุมแห่งนี้ไม่มีใครไปดูเด็กหญิงอายุ ๑๗ ปี ที่ถูกภาพวงจรปิดถ่ายรูปว่าเขากําลังทิ้งทารกลงในถังขยะ ในที่ประชุมแห่งนี้ไม่มีใครไปดู เด็กหญิงอายุ ๑๖ ปี ซึ่งอายุครรภ์ ๗ เดือน แล้วซื้อยาเหน็บมาทางออนไลน์ (Online) แล้วก็ แท้งออกมา แล้วเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือแทนที่จะถามว่าตัวน้องเป็นอย่างไร กลับถามหา ว่าซากทารกนั้นอยู่ที่ไหน ผมนี่ครับที่เป็นคนเข้าไปดู ผมนี่ครับที่เป็นคนเข้าไปดูแล้วถามซึ่งไม่ เอาผู้แทนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาในที่นี้เพราะอะไร ว่าการคุ้มครองเด็กเหล่านี้เขาเป็นเหยื่อหรืออาชญากร เขาเป็นเหยื่อจากสังคมไทยซึ่งโทรไป สายด่วนเบอร์ใดบอกกับเขาว่าเธอไปทําอีท่าไหนถึงท้อง เขาเป็นเหยื่อกับเบอร์โทรสายด่วนต่าง ๆ หรือหน่วยรับบริการทางด้านสาธารณสุขหรือสังคมต่าง ๆ ที่บอกกับเขาว่าเมื่อเธอท้อง เธอต้องรับผิดชอบกับชีวิต ช่วยไม่ได้เธอเป็นเด็กใจแตกเสียเอง จะมีสักกี่เบอร์ เช่น ๑๖๖๓ ที่ให้คําปรึกษาอย่างกว้างขวางว่าไม่เป็นไรนะหนูเดี๋ยวค่อยมาพูดคุยกัน ทุกปัญหามีทางออก ตกลงเขาเป็นเหยื่อหรืออาชญากร พวกเขาเหล่านี้ไม่ควรมีกฎหมายใดไปลงโทษ ใครละครับ ที่ไปช่วยเขา ผมนะครับ ผมนะครับ ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดที่ไปช่วยเขาในขณะที่ตํารวจ กําลังอายัดตัว เขาที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี นั่นคือเด็กหญิงอายุ ๑๖ ปี เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ปี ๒๕๕๓ กฎหมายฉบับนี้ไม่ตอบประเด็นนั้นครับ
กฎหมายฉบับนี้ยังไม่ตอบประเด็นถัดมาที่เป็นประเด็นที่ ๓ ครับว่า กรณี กําหนดอายุครรภ์แบบนั้นแล้วจะไปเกี่ยวเนื่องกับคดีความผิดเกี่ยวกับเพศต่าง ๆ ใครจะเป็นคน วินิจฉัยว่าอะไรเรียกว่าคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ผมกําลังทํางานอยู่จังหวัดพังงามีสายด่วน โทรศัพท์มาจากจังหวัดหนองคายในที่ประชุมอะบอร์ชันคอมมิตตี (Abortion committee) ในที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กถ้าเทียบกับจังหวัดอื่นนะครับ พนักงานอัยการ ตํารวจบอกว่า กรณีความผิดเกี่ยวกับเพศคุณต้องรอคดีถึงที่สุด เจ้าหน้าที่ศาลบอกว่าคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ คุณต้องรอคดีเสร็จเด็ดขาดประชาชนไม่รู้หรอกครับ แต่ถึงที่สุดหรือเสร็จเด็ดขาดนั้นอายุครรภ์ เขามากกว่า ๙ เดือนแล้ว เขาคลอดแล้ว ไหนละครับบริการที่บอกว่าเป็นอนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งควรจะเป็นร่างพระราชบัญญัติต่างหากที่ไม่ควรจะอยู่ในกฎหมายอาญาฉบับนี้ด้วยซ้ํา และด้วย เหตุผลดังกล่าวครับ
ประการที่ ๔ ท่านจะเขียนอย่างไรก็แล้วแต่ครับ แต่ข้อบังคับแพทยสภาที่กําหนด และด้วยความเคารพนะครับตัวแทนกฤษฎีกาท่านมาชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ กิจการเด็กและเยาวชน รอบนี้ผมต้องขอท่านประธานเกินเวลาจริง ๆ ครับ ผมไม่เคยพูด จากหัวใจนะครับ ทุกครั้งพูดด้วยข้อมูล ชี้แจงบอกว่าราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์กับแพทยสภา ยืนยันเป็นเอกสารว่าต้องอายุครรภ์ ๑๒ สัปดาห์เท่านั้น ผมขอเอกสารจนถึงวันนี้ยังไม่ได้นะครับ ท่านช่วยชี้แจงหน่อยได้ไหมว่าผู้แทนราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์และแพทยสภาไปตอบแบบนั้น จริง ๆ ในคณะกรรมการกฤษฎีกา คุณหมอบัญชา ท่านอาจารย์วิบูลย์พรรณ ด้วยความเคารพ ผมเคารพท่านทั้ง ๒ ถ้าท่านตอบไม่ได้ผมก็ไม่อาจรับหลักการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ครับ ด้วยเหตุดังกล่าวครับท่านประธานครับ วันนี้มีพี่น้องที่เขาเป็นตัวจริงที่ประสบปัญหามาอยู่ที่ หน้ารัฐสภา มี ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ เพื่อนสมาชิกไปต้อนรับพูดคุยกันด้วยเหตุและผล เพราะเขาเป็นผู้หญิง แม้ผมจะเป็นผู้ชายแต่ผมขอพูดในนามของผู้หญิงทุกคนในประเทศนี้ ครับ วูแมน ไรต์ ทู ชอยส์ อิต อีส มาย บอดี มาย ชอยส์ (Woman right to choice it is my body my choice) กฎหมายที่หลักการไม่ได้เปิดทางเลือกให้กับผู้หญิง อย่าว่าแต่รับ หลักการเลยครับผมไม่เรียกว่านั่นคือกฎหมาย ขอบคุณครับท่านประธานครับ