พรรณสิริ สนับสนุนตั้งกมธ.แก้ปัญหาการกระจายอำนาจบริการสาธารณะ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓

พรรณสิริ กุลนาถศิริ หารือปัญหาการกระจายอำนาจในการบริการสาธารณะ โดยเฉพาะด้านการถ่ายโอนภารกิจ กฎหมายท้องถิ่น และการจัดสรรงบประมาณ พร้อมเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทบทวนบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสริมสร้างศักยภาพ และปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงและเกิดความเท่าเทียมทั่วประเทศ

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันมีความชื่นชมและเห็นเป็นสำคัญอย่างยิ่งกับการเสนอญัตติในวันนี้ ในส่วนของปัญหา แล้วก็อุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะในเรื่องของการถ่ายโอน อำนาจต่าง ๆ ค่ะ ดิฉันขอสนับสนุนกับการที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ขึ้นมา เพราะความสำคัญของการกระจายอำนาจและการจัดบริการในส่วนของท้องถิ่นนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จะไม่มีใครรู้จักท้องถิ่นได้ดีเท่ากับพี่น้อง ประชาชนในท้องถิ่น และในขณะเดียวกันโครงสร้างในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสภาท้องถิ่นจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างแท้จริงค่ะ อย่างไรก็ตาม ในสภาพของปัญหา แล้วก็ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ดิฉันมีข้อสังเกตในเรื่องของกฎหมายที่เป็น ประเด็นในลักษณะกว้างขวาง แล้วก็ในบางประเด็นก็มีความซ้ำซ้อน ในบางประเด็นนั้น ไม่มีความชัดเจนที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วท้ายที่สุดก็คือ ไม่สะท้อนกระบวนการกระจายอำนาจที่แท้จริงค่ะ ดิฉันขอเสนอในประเด็นของกฎหมาย ในเรื่องของการปฏิบัติ แล้วในเรื่องของการประเมิน กำกับ แล้วก็ตรวจสอบ แล้วก็ข้อสังเกต บางประการนะคะ

ในเรื่องของกฎหมายที่มองว่าอาจจะต้องมีการทบทวนในกรณีที่จะฝาก คณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป อาทิเช่น พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ แล้วก็แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๒ แล้วกฎหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของมาตรา ๔๕ ก็ให้อำนาจองค์การบริหารส่วนจังหวัดในการมีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการในเรื่องของการส่งเสริมสภาตำบล การประสานสภาตำบล ตลอดจนการจัดสรร งบประมาณให้กับสภาตำบล ในความเป็นจริงแล้วควรได้มีการทบทวนว่าการกำหนดกรอบ กฎหมายลักษณะนี้สามารถปฏิบัติได้จริง แล้วก็มีกระบวนการขับเคลื่อนที่เป็นประโยชน์ อย่างแท้จริงหรือไม่ เท่าที่เห็นข้อเท็จจริงก็คือในเรื่องของการประสานแผนพอเป็นไปได้ แต่ในเรื่องของการให้อำนาจหน้าที่ด้านอื่น ๆ อาทิเช่น ในเรื่องของการให้ อบจ. ทำงาน หรือว่าสามารถสนับสนุนในเรื่องของ อปท. อื่น หรือ อบจ. อื่น ๆ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มจังหวัด หรือว่าเป็นภูมิภาค ข้อเท็จจริงแล้วการปฏิบัตินั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพแท้จริงหรือไม่ ตลอดจนในส่วนของการจัดบริการให้กับภาคเอกชน ภาคประชาชน ที่กำหนดไว้ว่าให้มี ข้อบัญญัติหรือมีเทศบัญญัติต่าง ๆ กระบวนการขับเคลื่อนเชิงกฎหมาย ในองค์กรท้องถิ่นเอง จริง ๆ นั้นจะสามารถนำไปสู่การบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นปัจจุบันหรือไม่ ในเรื่องของ พ.ร.บ. กระจายอำนาจ ในส่วนขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัด มาตรา ๑๗ ได้กำหนดภาระหน้าที่ในการดำเนินการไว้ ๒๙ ประการ ประการสำคัญ คือในเรื่องของสาธารณสุขและในเรื่องของการศึกษา ในการปฏิบัติจริงนั้นมีความซ้ำซ้อน หรือมีความยุ่งยากในหลาย ๆ ประการ ในใด ๆ บ้างอยากจะให้มีการไปทบทวนในเรื่องของ กฎหมายต่าง ๆ รวมทั้งในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องด้วยคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ในข้อวินิจฉัยใดก็ตามที่ไม่เป็นที่แล้วใจหรือยังมีข้อสงสัยประการใดให้ย้อนกลับไปที่ ภูมิภาค ราชการส่วนจังหวัดโดยท่านนายอำเภอ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะของ คณะกรรมการการกระจายอำนาจจังหวัด ตรงนี้เหมือนกับการหมุนวนกลับไปสู่การที่ให้ อำนาจของภูมิภาค อย่างไรก็ตามในสิ่งเหล่านี้ควรจะได้มีการทบทวนในขั้นของกรรมาธิการ ที่จะได้มีการปฏิบัติต่อไป ในเชิงปฏิบัติดิฉันมีกรณีตัวอย่างหลายประการที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ แล้วไม่สามารถที่จะนำไปสู่การบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพแล้วก็มีประสิทธิผลได้ อาทิเช่น ในเรื่องของการส่งเสริมอาชีพ ในเรื่องของการให้บริการ ในเรื่องของการท่องเที่ยวก็ดี ในกรณีบางประการก็เป็นเรื่องที่ขัดแย้งต่อการพัฒนา อาทิเช่น ในเรื่องของการจัดการ ท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่ระดับประเทศ เมื่อใดก็ตามถ้าพื้นที่นั้นอยู่ในพื้นที่ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นใด ๆ ก็ตามไม่สามารถที่จะดำเนินการให้ผู้ประกอบการเข้ามาช่วย ในการดำเนินการได้ ดังนั้นอาจจะมีกรณีที่ว่าต้องไปเช่าสถานที่พื้นที่อื่น นี่ก็คือการที่เรา ใช้งบประมาณหรือการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในเรื่องของ คุณภาพชีวิตก็ดีค่ะหลายพื้นที่สามารถดำเนินการในระบบ สพฉ. ได้ หลายพื้นที่ไม่สามารถ ดำเนินการได้ ความเข้าใจตรงไหนที่คลาดเคลื่อนระเบียบ กฎหมายข้อไหนประการใด หรือแนวปฏิบัติข้อใดที่ทำให้แต่ละพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้เหมือน ๆ กัน แล้วก็ ประสิทธิผลนั้นก็เกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนไม่ทั่วถ้วนค่ะ

ในประเด็นต่าง ๆ อาทิเช่นโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องประปาหมู่บ้านนี่ค่ะ เป็นที่ร่ำลือกันมากเลยว่าประปาหมู่บ้านเมื่อเป็นระดับหมู่บ้านก็ให้เป็นองค์การบริหาร ส่วนตำบลทำไป แต่แท้ที่จริงแล้วในเรื่องของสาธารณูปโภคเหล่านี้ความจำเป็นของ พี่น้องประชาชนอาจจะเกิดขึ้นในภาพกว้าง และที่สุดแล้วงบประมาณของประปาหมู่บ้าน ก็ให้ย้อนกลับมาในส่วนกลางที่ให้กระทรวง ทบวง กรม เป็นผู้จัดสรรลงไป อันนี้ถือว่า ไม่ได้มีการกระจายอำนาจที่จะต้องสอดคล้องกับพื้นที่ อยากจะเสนอให้ในเรื่องของ การทบทวนตัวบทกฎหมายและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ให้องค์กรท้องถิ่นได้มีโอกาสในการทำ บริการสาธารณะให้มากที่สุด รวมทั้งในเรื่องของการกำกับ ติดตามประเมิน ประเมิน อย่างไร แม้แต่ประเมินตนเองขององค์กรท้องถิ่นในขณะนี้ก็ประเมินแล้วอาจจะมีลักษณะ ของผ่าน ไม่ผ่านนะคะ เพราะฉะนั้นตัวชี้วัดหรือใด ๆ ก็ตาม รวมทั้งการติดตามตรวจสอบ โดยหน่วยงานจากส่วนกลางไม่ว่าจะเป็น สตง. ป.ป.ช. ทำให้พี่น้องท้องถิ่นเองมีปัญหา ในการทำงานอย่างมากและขาดความมั่นใจในการทำงาน อย่างไรก็ตามทั้งในเชิงกฎหมายแล้วก็ภาคปฏิบัตินำไปสู่การประเมินซึ่งอาจจะเป็นเครื่องมือ ของการพัฒนาในพื้นที่อีกประการหนึ่งนั้น ดิฉันมีข้อเสนอหลายประการที่อยากจะให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการใช้สภาท้องถิ่นเทียบเคียงกับสภาผู้แทนราษฎร การมี กรรมาธิการในสภาท้องถิ่นหรือใด ๆ ก็ตามตรงนี้ก็อยากจะเสนอให้มีการทบทวนในเรื่องของ อำนาจหน้าที่ของสภาท้องถิ่น ตลอดจนดูแลขวัญกำลังใจ อาทิเช่นในเรื่องค่าตอบแทนของ สมาชิกสภาจังหวัด ๑๙,๔๐๐ บาท มีอย่างนี้มานานแล้ว ตลอดจนจะมีกลไกและเครื่องมือใด ที่ทำให้สภาท้องถิ่นสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อาทิเช่นมีคณะทำงาน หรือมีผู้ช่วยการทำงาน ก็ขอเสนอเป็นประเด็นต่าง ๆ เพื่อจะนำไปสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ต่อไป ขอบพระคุณมากค่ะ