วีระกร ชี้ปัญหางบฯ ท้องถิ่นไม่เป็นธรรม-ถ่ายโอนภารกิจน้ำประปาไร้ศักยภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓

วีระกร คำประกอบ ชี้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณระหว่างเมืองและชนบท พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรที่ไม่เป็นธรรมและคลาดเคลื่อนจากเจตนารมณ์การกระจายอำนาจ โดยเฉพาะการรวมภารกิจรัฐบาลกลางเข้ากับงบของท้องถิ่น ทำให้ตัวเลขไม่สะท้อนความจริง รวมถึงปัญหาการถ่ายโอนภารกิจด้านน้ำและประปาที่ขาดทั้งงบประมาณ ศักยภาพ และความรู้เทคนิค จนส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องกราบเรียนท่านประธาน เราลองมองภาพของเมืองหลวง ประเทศไทย กับไปแถวตำบลแม่เลย์ ตำบลแม่เปิน ตำบลชุมตาบง อะไรของนครสวรรค์ หรือจะเป็นบ้านนอกในชนบทของท่านก็ตาม ท่านจะเห็นถึงความแตกต่างอย่างมากครับ บางทีอาจจะเรียกว่าฟ้ากับเหว กรุงเทพฯ เรากำลังจะเปิดรถไฟฟ้า ๑๐ กว่าสาย ใช้กัน ทั่วไปหมดครับ บ้านนอกนี่ยังเป็นถนนดิน ถนนลูกรัง ถนนฝุ่นอยู่เลย มันแตกต่างกัน มหาศาลท่านประธานครับ วันนี้เราพูดกันถึงแหล่งน้ำที่ผมยื่นมานี่เพราะว่าในเรื่องของถนน กรรมาธิการที่ดูแลเรื่องการถ่ายโอนถนนเรามีความเห็นตรงกันเลยครับท่านประธานว่า เป็นเพราะตั้งแต่เรามีพระราชบัญญัติกระจายอำนาจ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ รัฐบาลไม่เคยที่จะจัด งบประมาณให้เพียงพอต่อภารกิจที่ถ่ายโอนไปเลยครับ ไม่ว่าภารกิจที่เกี่ยวกับถนนหนทาง ไม่ว่าภารกิจที่เกี่ยวกับแหล่งน้ำ หรือเรื่องอื่น ๆ ท่านประธานทราบไหมครับว่าในเรื่องของ ถนนหนทาง ปีหนึ่งเขาจัดถนน เขาจัดงบประมาณเฉพาะกิจในเรื่องของการซ่อมแซมถนนไป ให้กับจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ อปท. ทั่วประเทศ เป็นเงิน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีถนน ที่ต้องดูแลประมาณ ๕๙๗,๕๗๐ กิโลเมตร หารไปแล้วมันไม่เพียงพอหรอกครับท่านประธาน ลองเล่น ๆ ดูในหลาย ๆ อปท. หรือจะเป็น อบต. ที่อยู่ห่างไกลมักจะไม่ค่อยได้รับงบประมาณ สนับสนุน บางตำบลไม่เคยได้รับเลย ถนนหนทางที่นายกรัฐมนตรีพยายามที่อยากจะ ปรับปรุงถนนสายนั้นสายนี้ขอทำเรื่องมา ไม่ได้หรอกครับ เพราะเหตุว่างบมันน้อย แล้วจัด งบน้อยมาก ในขณะที่ถนนหนทางเราได้รับงบน้อย ในส่วนของแหล่งน้ำก็เช่นเดียวกัน จะไม่ลงลึกในเรื่องถนน เพราะทางคณะกรรมาธิการถ่ายโอนถนนเรากำลังเสนอรายงาน มาสู่สภาแล้วนะครับ ซึ่งจากรายงานของเราเนื่องจากพบว่ามันเกิดความลักลั่น เกิดระบบ ที่เรียกว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา ใครที่อยู่ใกล้ชิดผู้ว่าราชการจังหวัด ใครอยู่ใกล้ชิด ท้องถิ่น จังหวัดนี่ แล้วอย่างงบตกมาอย่างจังหวัดนครสวรรค์ท่านประธานครับมีถนน ดูแลเกือบ ๑๐,๐๐๐ กิโลเมตร แต่ได้เงินไป ๑๓๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๒ ๑๓๐ ล้านบาท หารแล้วท้องถิ่นจังหวัดก็ไม่รู้จะแบ่งอย่างไร มันให้ไปน้อยเหลือเกินครับ ก็เลยพบว่า ถ้าท้องถิ่นจังหวัดรู้จักใครก็จะได้ตรงนั้น ตำบลนั้นก็จะได้หน่อย ตำบลไหนที่ท้องถิ่น จังหวัดไม่เคยรู้จักเลยก็จะไม่ได้รับการพิจารณา นี่ครับปัญหาเกิดขึ้นก็คือเราจัดสรร งบประมาณไม่เพียงพอต่อภารกิจ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในงบประมาณ ที่เราจัดสรรให้กับท้องถิ่นซึ่งแบ่งเป็นงบอุดหนุนทั่วไปและงบอุดหนุนเฉพาะกิจ ปี ๆ หนึ่ง นี่ตามงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ภาพรวม อุดหนุนทั่วไปเราจะส่งให้กับท้องถิ่นเป็นเงิน ๒๕๕,๘๒๐ ล้านบาท ในงบอุดหนุนเฉพาะกิจเราส่งไป ๔๔,๕๑๒ ล้านบาท ในการอุดหนุนทั่วไป มีหลายเรื่องหลายราวเหลือเกินครับท่านประธานที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายของท้องถิ่นเลย ยกตัวอย่างเช่น การดำเนินงานของ อสม. ในเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในเรื่องของเบี้ยยังชีพ คนพิการ และเบี้ยยังชีพผู้ป่วยโรดเอดส์ อย่างนี้เป็นต้น ทั้ง ๔ รายการนี้มันเกิดขึ้นจาก แนวนโยบายของรัฐในสัดส่วนของรัฐบาลกลาง อย่าลืมว่าในพระราชบัญญัติการกระจายอำนาจ ปี ๒๕๔๒ มันเขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐพึงจะต้องแบ่งจากรายได้สุทธิไม่ต่ำกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้สุทธิรัฐบาลไปให้กับท้องถิ่น และไม่ให้เกิน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ให้กับท้องถิ่น ๒๕-๓๓ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันนี้สำนักงบประมาณบอกว่าจัดสรรงบประมาณไปให้ท้องถิ่นแล้ว เป็นเงิน ๒๙.๗๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านประธานทราบไหมว่าในสัดส่วนของท้องถิ่นเขาเล่นไปเอางาน ที่เป็นเรื่องของรัฐบาลกลางเอาไปอยู่ในสัดส่วนของรัฐบาลท้องถิ่น ก็เลยทำให้ดูเปอร์เซ็นต์ของ รัฐบาลท้องถิ่นสูงขึ้น เฉพาะ ๔ รายการนี้ที่ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่าเราก็ได้คุย กับทางคณะกรรมการการกระจายอำนาจซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุเป็นประธานแล้ว ท่านก็เห็นเหมือนกันว่า ๔ เรื่องนี้ไม่สมควรที่จะเป็นในสัดส่วนของรัฐบาลท้องถิ่นแต่อย่างใด มันเป็นสัดส่วนของรัฐบาลกลาง เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลกลางที่จัดให้มี อสม. ที่จะต้องจัดในเรื่องของเบี้ยเรียกว่าเงินค่าตอบแทนให้กับ อสม. มันเป็นเรื่องของ รัฐบาลท้องถิ่น หรือจะเป็นเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยโรคเอดส์พวกนี้ มันเป็นแนวนโยบายของรัฐบาลกลางต่างหากที่จะต้องจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ เป็นในสัดส่วนของรัฐบาลของกลาง เพราะฉะนั้นเอาไปอยู่ใน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ หรือไม่เกิน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ เอาไปอยู่ในสัดส่วนรัฐบาลท้องถิ่น อันนี้ไม่ถูกต้อง รวมแล้วเฉพาะตัวนี้ก็เป็นแสนล้านแล้วครับ ท่านประธาน ถ้ากลับไปอยู่ในสัดส่วนของรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่นจะมีซีลิง (Ceiling) หรือมีเพดานที่จะได้รับงบประมาณอุดหนุนเพิ่มอีกไม่ใช่น้อย

ท่านประธานลองดูนะครับว่าในเรื่องของแหล่งน้ำ ผมขออนุญาตย้อนกลับมา ที่แหล่งน้ำ จากการที่เรามีแผนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี ๒๕๔๓ ฉบับที่ ๑ แผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๕ แล้วก็ปี ๒๕๕๑ ได้บ่งบอกถึง ๕๗ ภารกิจที่จะต้องถ่ายโอนไป ให้กับท้องถิ่น กรมชลประทาน ๑๓ ภารกิจท่านประธานครับ ประกอบไปด้วยการดูแล ปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดเล็ก การบำรุงรักษาทางน้ำ การดูแลบำรุงรักษา โครงการชลประทานระบบท่อ โครงการระบบขุดลอกหนองน้ำและคลองธรรมชาติ งานจัดสรรน้ำในแปลงนาหรือคันคู โครงการถ่ายโอนสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า งานบำรุงรักษา คลองส่งน้ำ งานเก็บเงินค่ากระแสไฟฟ้า เอาละ เอาเป็นว่าหลัก ๆ ก็คืองานแหล่งน้ำทั้งหมด การดูแลรักษาบำรุง โครงการชลประทาน ระบบท่อ หรือว่าจะเป็นโครงการระบบเปิด ระบบท่อ ชป. เล็กทั้งหมด ในปี ๒๕๔๕ เขาถ่ายโอนให้หมดเลยนะครับ ชป. เล็กทั้งหมด จะเป็นอาคารบังคับน้ำต่าง ๆ จะเป็นสถานีสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้าทั้งหมด ส่งให้กับ อบต. หมดเลย เราต้องพูดคำว่า อบต. แล้วกัน ผมจะไม่พูดเรื่องของ อบจ. เอา อบต. เป็นหลัก ท่านประธานลองนึกดูภารกิจเหล่านี้สิครับ อบต. ไหนจะไปดูสถานีสูบน้ำพลังไฟฟ้าได้ อบต. ไหนที่จะไปดูแลในเรื่องของโครงการขุดลอกแหล่งน้ำและคลองธรรมชาติซึ่งมี ปริมาณ ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรลงมา ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรดังที่ท่านนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ อภิปรายสักครู่นี้ต้องใช้งบประมาณ ๘๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ฟังแล้วขำ อบต. ไหนในประเทศไทยที่จะเอาเงิน ๘๐ ล้านบาทมาขุดลอกคูคลอง หรือจะสร้างแหล่งน้ำขึ้นมามันฟังดูแล้วตลก ไม่รู้คิดได้อย่างไรนะครับ แต่ก็ได้ปรึกษากับ ทางคณะกรรมการการกระจายอำนาจแล้วเหมือนกันว่ามันมากเกินไป มันน่าจะลดลง เช่น อบจ. หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ควรจะไม่เกิน ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ยังพอไหว ๔๐ ล้านบาทนี่ยังพอไหว แต่ อบต. เหลือสัก ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร พอไหม ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ถ้าคูณด้วย ๔๐ บาท มันก็ประมาณ ๔ ล้านบาท บาง อบต. ก็ไหว ท่านประธานครับ เราอย่าไปนึกว่า อบต. ในประเทศไทยมันมีศักยภาพ ที่เท่าเทียมกัน ท่านประธานรู้จัก อบต. ราชาเทวะไหมครับที่อยู่ติดกับสนามบินสุวรรณภูมิ ได้รายได้จากสนามบินสุวรรณภูมิ ปีหนึ่งมีงบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง ๒,๐๐๐ ล้านบาท เอาจนกระทั่ง อบต. ราชาเทวะเขาไม่รู้จะไปทำอะไร เขาไปปั้นควายอยู่ข้างถนน เดินเล่น เป็นรูปปั้นควายยาวเป็นกิโล ๆ เลย ปั้นเป็นรูปควาย รูปเกวียน รูปอะไรต่าง ๆ ผมไม่ได้ พูดเล่นนะครับ เรื่องจริง งบไม่รู้จะเอาไปทำอะไรจนต้องเอาไปปั้นควาย แต่ในขณะที่ หลายเทศบาล ง่าย ๆ เทศบาลบางมะฝ่อซึ่งได้รับการถ่ายโอนประตูน้ำซึ่งเป็น ชป. เล็ก อาคารชลประทานขนาดเล็กรับถ่ายโอนไป ตั้งแต่สร้างมาจนถึงบัดนี้ยังไม่เคยใช้เลยครับ เพราะใช้ไม่ได้ ซ่อมก็ซ่อมไม่เป็น ไปบอกชลประทาน ชลประทานเขาบอกว่าไม่ได้ตั้งงบไว้ให้ เพราะถ่ายโอนไปแล้ว จะทำอย่างไรครับท่านประธาน ปัญหาเกิดขึ้นโดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำ นอกเหนือจากเรื่องของงบประมาณแล้วยังต้องกราบเรียนท่านว่ามันเป็นเรื่องของเทคนิคด้วย เรื่องของความรู้ความสามารถและเทคนิค ทาง อบต. ไม่รู้หรอกที่จะทำอย่างไร ไม่ว่า จะเป็นประตูน้ำที่ผมพูดถึงคือประตูน้ำปากคลองบางประมุง ที่ตำบลบางมะฝ่อ แล้วก็ได้ ถ่ายโอนให้กับเทศบาลบางมะฝ่อแล้ว หรือจะเป็นเรื่องของแหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลระบุไว้ ณ ขณะนี้ยังไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนะครับ ก็อยู่ที่ ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องใช้ งบประมาณประมาณ ๘๐ ล้านบาท ซึ่งก็เริ่มเป็นเรื่องที่น่าจะต้องแก้ไข หรือจะเป็น ในเรื่องของ ท่านดูเรื่องของการถ่ายโอน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่ผมพูดถึงของกรมชลประทานนะครับ เรามาดูภารกิจถ่ายโอนของกรมทรัพยากรน้ำบ้าง อบต. ทั่วประเทศต้องรับการถ่ายโอน ระบบน้ำสะอาด หมู่บ้านมาตรฐาน ก และมาตรฐาน ข การก่อสร้างประปาหมู่บ้านน้ำผิวดิน การประปาแบบบาดาลขนาดกลาง ประปาบาดาลขนาดใหญ่ ประปาหมู่บ้านผิวดิน ประปา แบบผิวดินขนาดใหญ่ การประปา เรื่องของสารพัดประปานะครับ แล้วก็ยังเป็นในเรื่องของ การก่อสร้างและบำรุงรักษาแหล่งน้ำที่มีปริมาตรกักเก็บน้อยกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร คือมากสุดไม่เกิน ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร และการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล และยังมีการถ่ายโอน ในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ถ่ายโอน ๑๑ ภารกิจหลัก ๆ ก็คือในเรื่องของ การซ่อมบำรุงบ่อน้ำบาดาลทั้งหลายทั้งประเทศไทย ผมถามว่ามันมี อบต. ไหนบ้างครับ ในประเทศไทยนี่ที่มีเครื่องขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลหรือว่าเครื่องเป่าบ่อน้ำบาดาล นครสวรรค์ มีแห่งเดียวคือที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์เท่านั้นเองที่เขามีเครื่องไม้เครื่องมือ ในการเจาะบ่อน้ำบาดาล ในการเป่าบ่อน้ำบาดาลที่มันตันแล้ว มีแห่งเดียวคือที่ อบจ. นครสวรรค์ แต่ผมถามว่า อบต. ที่รับโอนสิ่งเหล่านี้ไปทำอย่างไรครับ เมื่อบ่อบาดาลมันตัน บ่อบาดาลใช้ไม่ได้ บ่อบาดาลไม่สามารถที่จะดูดน้ำขึ้นมาได้ หรือแม้กระทั่งซับเมอร์ส (Submerse) เสีย อบต. ก็ซ่อมไม่ได้ ทำไม่เป็นครับ หรือในเรื่องของที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ การถ่ายโอนของกรมชลประทานมีเรื่องของสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ท่านประธานครับ อบต. ซ่อมไม่ได้ครับ สถานีสูบน้ำไฟฟ้า ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำ เพราะฉะนั้น โดยรวมแล้วผมพอจะมองเห็น ก็ฝากให้กับกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นได้ช่วยพิจารณา ๑. ก็คือจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อการดูแล ๒. ทำอย่างไรที่จะให้องค์การบริหาร ส่วนตำบลเขามีศักยภาพในการดูแลบำรุงรักษาสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านได้ถ่ายโอนไปให้เขา แล้วก็ ๓. ในเรื่องของแหล่งน้ำที่จะต้องขุดลอกหรือก่อสร้างใหม่นี่ลดลงได้ไหม ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ดูแล้วมันเยอะเกิน มันทำไม่ไหวหรอกครับ ไม่มีองค์การบริหารส่วนตำบลไหน อย่างที่ บอกแล้วว่าคงจะไม่มีองค์การบริหารส่วนตำบลไหนที่จะร่ำรวยเหมือนองค์การบริหาร ส่วนตำบลในเขตจังหวัดสมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี หรือระยอง เหล่านี้ ๔ จังหวัด ที่ผมกราบเรียนมานี้ส่วนใหญ่แล้วเขามีงบประมาณเยอะ แต่ต้องมองอีก ๗๓ จังหวัดด้วย ถ้า ๔ จังหวัดนี้เยอะ อีก ๗๓ จังหวัดไม่พอหรอกครับ ที่ผมไปดูในเรื่องของถนนมานี่ท่านประธานครับ ปวดหัวกันหมดเลย ณ วันนี้พอเราเริ่มแสดงให้เห็นว่าในเรื่องของถนน ต่อไปที่เราเสนอแล้ว เสนอให้คณะกรรมการถ่ายโอนได้รับทราบแล้ว ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุก็เห็นชอบว่า การจัดสรรงบประมาณจะต้องเป็นไปตามกิโลเมตรหรือตามภารกิจถนนที่เขามีอยู่ ถ้าเขามี ๑๐ กิโลเมตร เขาก็ควรจะได้เงิน ๑๐ กิโลเมตรคูณไป จะเอาเท่าไรนะครับ ยกตัวอย่าง เช่นคณะกรรมาธิการถ่ายโอนถนนเราได้พิจารณามองเห็นว่าเราไปอิงเอาตามมาตรฐาน ของกรมชลประทานเขามา คือถนนคอนกรีตกับถนนลาดยางนี่ในเงินค่าบำรุงรักษาต้องให้เขา ปีละต่อกิโลเมตร ๑๐๖,๑๑๐ บาท เป็นต้น หรือถนนลูกรังนี่กิโลเมตรละ ๘๓,๘๕๐ บาท ก็เอาตัวเลขตรงนี้คูณกับภารกิจที่เขามีอยู่ เช่นถ้าท่านมีถนนลาดยางกับถนนคอนกรีตรวมกัน ๑๐๐ กิโลเมตร ก็คูณไปสิ ๑๐๖,๐๐๐ บาท มันก็จะได้ประมาณ ๒๐ ล้านบาท ถ้าถนนลูกรัง มี ๑๐๐ กิโลเมตร ก็ได้ไปอีก ๘,๓๐๐,๐๐๐ บาท รวมเป็น ๒๘,๓๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้ เป็นต้นครับ ถ้าเรามีงบประมาณเพียงพอให้กับเขา ผมเชื่อว่าด้วยศักยภาพอาจจะยังไม่ได้ แต่สามารถที่จะไปทำการว่าจ้างเอาต์ซอร์ซ (Outsource) หรือการว่าจ้างผู้รับเหมาให้มา ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าตัวงบประมาณ ที่ผมได้กราบเรียนท่านไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ก็คืองบประมาณแบ่งเป็น ๒ ส่วนที่รัฐอุดหนุน ให้กับท้องถิ่น ๑. ก็คืออุดหนุนทั่วไปซึ่งอย่างที่เรียนแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับในเรื่องของ งานก่อสร้างทั้งหลายเลยหรืองานแหล่งน้ำทั้งหลายเลยนะครับ เป็นส่วนของบุคลากรบ้าง ค่าบุคลากร ค่านมโรงเรียน ค่าอะไรพวกนี้เป็นเรื่องของทางสังคม เรื่องของกีฬา แต่ในส่วน อุดหนุนเฉพาะกิจซึ่งมีอยู่ ๔๔,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องถนนปาเข้าไป ๓๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว อีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งไปเรื่องของน้ำบ้าง เรื่องของอื่น ๆ บ้าง ก็มีเรื่องแหล่งน้ำ เรื่องประปา เรื่องซ่อมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า น้อยเหลือเกินครับ มาดูเอาเฉพาะเรื่องสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ปี ๆ หนึ่ง ๗๗ จังหวัด นี่แบ่งไปสิ มีเงินอยู่ ๖๑๒ ล้านบาท เอาไปทำอะไรครับ ๗๗ จังหวัด ตกจังหวัดหนึ่งก็ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท จังหวัดหนึ่งประมาณ ๘ ล้านบาท สถานีสูบน้ำพลังไฟฟ้านครสวรรค์นี่ ท่านลองนับดูมีเป็นร้อยแห่ง แล้วมีเงินอยู่ ๗ ล้านบาท ท่านประธานครับ จะเอาไปทำอะไร มันไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะฉะนั้นอยากจะสรุปว่าในส่วนของงบประมาณที่จัดสรร ให้กับท้องถิ่นแล้วมันไม่เพียงพอ ฝากกรรมาธิการไปด้วยว่าในเรื่องของการจัดสรรทำอย่างไร จะให้ท้องถิ่นมีเงินที่จะได้รับการจัดสรรให้เพียงพอต่อภารกิจ อย่างถนนนี่เราเอากิโลเมตร เป็นที่ตั้ง เราเอากิโลเมตรคูณกับราคามาตรฐานของกรมชลประทานหรือของหน่วยงานราชการ แต่เอาหน่วยงานราชการที่มีมาตรฐานต่ำหน่อยก็คือกรมชลประทาน ถนนของกรมชลประทาน เขาก็มี เพราะฉะนั้นเราก็เอาเงินตัวนี้ไปคูณกับภารกิจ ๑ ภารกิจควรจะได้เงินเท่าไร กิโลเมตรอย่างถนนมันคิดง่าย เอาถนนลาดยางมาแล้วก็คูณด้วยเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ถนนคอนกรีตเท่าไร มีดูแลอยู่เท่าไรก็คูณด้วย ๑๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ แล้วก็ลูกรังเท่าไรก็คูณด้วย ๘๓,๐๐๐ บาท ก็อย่างนี้เป็นต้น แต่แหล่งน้ำนอกเหนือจาก ในเรื่องของงบประมาณที่จะต้องจัดให้ในแต่ละแหล่งน้ำให้เพียงพอแล้วซึ่งเรารู้ อบต. ก อบต. ข มีแหล่งน้ำอะไรบ้าง จัดสรรให้เขาให้เพียงพอ นอกเหนือจากจัดสรรแล้ว ทำอย่างไร ในเรื่องของปัญหาเทคนิค ปัญหาเรื่องวิชาการ กรมชลประทานจะต้องคอยช่วยเหลือดูแล และมีนายช่างที่คอยให้ข้อเสนอแนะในการตั้งงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ขอฝากทางกรรมาธิการนะครับ และหวังว่ากรรมาธิการที่ตั้งขึ้นคงจะได้แก้ไขปัญหา ในเรื่องของการถ่ายโอนแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศให้ลุล่วงไปเพื่อความเจริญผาสุก ของพี่น้องในท้องถิ่นครับ ขอบคุณครับ