จาตุรงค์ เสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาถ่ายโอนภารกิจน้ำให้ท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือปัญหาการถ่ายโอนภารกิจและทรัพย์สินด้านแหล่งน้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขาดทั้งงบประมาณ บุคลากร และการสนับสนุนที่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความเสียหาย ขาดน้ำเพื่อการเกษตร และไม่สามารถบริหารจัดการได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทบทวนและกำหนดหลักเกณฑ์การถ่ายโอนใหม่ รวมถึงพิจารณาโครงสร้างการบริหารท้องถิ่นที่ไม่คล่องตัว เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารน้ำในระดับพื้นที่

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาและแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตอ่านญัตติสั้น ๆ นะครับ

ในอดีตด้านการพัฒนาแหล่งน้ำทั่วไปเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานจาก ส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อมีการปฏิรูประบบราชการโดยมีการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น โดยการประกาศใช้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งต่อมาได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจ ใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๔๕ และแผนปฏิบัติการกำหนด ขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำหนดให้ส่วนราชการ ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ถ่ายโอน ภารกิจการก่อสร้าง ดูแลและบำรุงรักษาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมา โดยได้กำหนดให้ถ่ายโอนแหล่งน้ำที่มีขนาดน้อยกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลรักษา อย่างไรก็ตามพบว่าที่ผ่านมาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่รับการถ่ายโอนภารกิจมานั้นเกิดปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างต่อเนื่อง เช่นไม่มีงบประมาณในการบำรุงรักษาและบริหารจัดการ เนื่องจากแหล่งน้ำ บางแห่งมีขนาดใหญ่เกินกว่าศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งการขาดบุคลากร ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน มีหลายแห่งปล่อยให้แหล่งน้ำกลายเป็นสถานที่ รกร้าง จึงทำให้เกิดช่องว่างของการปฏิบัติงานและทำให้ประชาชนในพื้นที่เสียโอกาส ในการได้รับผลประโยชน์จากการถ่ายโอนภารกิจ ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีขนาดแตกต่างกัน บางแห่งอาจมีศักยภาพ ที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่บางแห่ง เช่น อบต. ขนาดเล็กไม่สามารถบริหารจัดการได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กระทบในหลาย ๆ ด้านต่อประชาชนทั้งในเรื่องของการดำเนินชีวิต การทำอาชีพเกษตรกรรม ดังนั้นเพื่อให้การถ่ายโอนภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง จึงควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์ ที่ชัดเจนและเหมาะสมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศ รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่มีความพร้อมสามารถขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงาน ที่มีศักยภาพหรือขอโอนภารกิจด้านพัฒนาแหล่งน้ำคืนให้กับหน่วยงานสังกัดต่อไปได้

ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาและหาแนวทางแก้ไขปัญหา เรื่องการถ่ายโอนภารกิจการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามข้อบังคับ การประชุมสภา ปี ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ข้อ ๕๐

เหตุผลขออธิบายครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย มีหน่วยราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบมากมายมีงานล้นมือ และที่สำคัญกระทรวงมหาดไทยนั้น มีการแบ่งงานคือประเทศไทยเราแบ่งการปกครองเป็นส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้รับงบประมาณปี ๒๕๖๔ ๒๖๘,๕๐๑ ล้านบาท แต่ไปอยู่ใน ท้องถิ่น ๒๓๓,๙๙๗ ล้านบาท และบุคลากรในกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ในท้องถิ่นก็เยอะ รวมทั้งบุคลากรที่แยกเป็นการปกครองของกระทรวงมหาดไทยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๗๖ แห่ง เทศบาล ๒,๔๗๒ แห่ง เทศบาลนคร ๓๐ แห่ง เทศบาลเมือง ๑๙๕ แห่ง เทศบาลตำบล ๒,๒๔๗ แห่ง อบต. ๕,๓๐๐ แห่ง องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษคือกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาอีก ๒ แห่ง รวมทั้งสิ้น ๗,๘๕๐ แห่ง ซึ่งมีบุคลากรจำนวนเป็นแสน ๆ คน ในการที่ผมจำเป็นจะต้องขออนุญาต ท่านประธานสภา พวกเรายื่นญัตติในเรื่องของการถ่ายโอนแหล่งน้ำ แล้วก็ยังมีอีกหลายเรื่อง ในเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่น

เรื่องแรกก่อนครับ เรื่องแหล่งน้ำ ท่านประธานครับ เราไปตามพื้นที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนได้รับการร้องเรียนฝายตรงนั้น แหล่งน้ำตรงนี้ไม่ได้ขุด พัง ไม่ได้รับการซ่อมแซม ถามว่าใครเป็นเจ้าของ ก็บอกว่า อปท. รับเจ้าของไม่มี งบประมาณ ไม่มีเงิน ไม่มีบุคลากร ไม่มีความชำนาญ ก็กลายเป็นช่องว่างกี่ปี ๆ ก็ยัง ไม่ได้ใช้ นี่เป็นจุดที่กระจายอำนาจดังที่ผมได้กล่าวแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มีกฎหมายแล้วก็ ถ่ายโอนฉบับหนึ่ง ปี ๒๕๔๕ และปี ๒๕๕๑ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่กำหนดให้ท้องถิ่น มีอิสระ แล้วก็ตามเจตนารมณ์ท้องถิ่น ดังนั้นมันไม่สอดคล้องกับความจริงท่านประธาน ในเมื่อถ้าถ่ายโอนให้เขาในเรื่องของแหล่งน้ำทั้งหมดก็ควรจะต้องให้เงิน ให้งบประมาณ ให้บุคลากร แต่ในความเป็นจริงหลักเกณฑ์ที่ให้นั้นทำไม่ได้ ท่านคิดดูนะครับท่านประธาน ถ้าขุดลอกแหล่งน้ำขนาดคิวหนึ่งนี่ประมาณ ๓๐-๔๐ บาท ถ้าใช้ ๔๐ บาท ๒ ล้านนี่ต้องใช้ เงินเกือบ ๆ ๘๐ ล้านบาท อปท. มีเงิน ๑๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลย และหน่วยราชการอื่นที่จะมาทำก็ถูกกฎระเบียบของกระจายอำนาจล็อกไว้ว่าจะต้องให้ ท้องถิ่น ไม่อย่างนั้นท้องถิ่นต้องทำเรื่องขออนุญาต ในการให้หน่วยงานที่สูงขึ้นหรือมี ศักยภาพมากขึ้นเข้ามารับผิดชอบ ดังนั้นเป็นช่องว่าง ปัญหาอุปสรรคที่เห็นคือ ๑. ถ่ายโอน ก็ถ่ายโอนเฉย ๆ ๒. ต้องมีการตรวจสอบดูการถ่ายโอนย้อนหลังว่าได้มีการซ่อมแซมปรับปรุง ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์กับประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่ ได้มากน้อยกี่ราย พันธกิจที่ทำไป ๒๐๐ กว่าภารกิจนั้นได้ผลประโยชน์หรือมีผลกระทบ อุปสรรคมากน้อย แค่ไหน ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ สอดคล้องกับกรรมาธิการวิสามัญที่เราดูเรื่องน้ำ การจัดสรร บริหารน้ำทั้งระบบที่เข้าสภาไป ในนั้นก็มีเรื่องของการถ่ายโอนงบประมาณ ถ่ายโอนท้องถิ่น เรื่องของแหล่งน้ำให้กับท้องถิ่นด้วย ท่านประธานวีระกร คำประกอบ กับทางคณะก็ได้ พูดคุยกันเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาหลัก นอกจากนั้นนะครับ ปัญหาที่เราเห็นทั้งหมด มันมีอยู่ ๑๕ ขั้นตอนหรือ ๑๕ เรื่องเป็นอย่างน้อยที่ท้องถิ่นได้รับถ่ายโอนไปแล้วมีปัญหาคือ

๑. การส่งมอบและรับมอบอำนาจหน้าที่ภารกิจเป็นเรื่องเร่งด่วนนั้น มีจำนวนภารกิจที่โครงการนี้มาก มีสภาพใช้งานแล้ว ลักษณะถ่ายโอนส่วนใหญ่จึงเป็น ส่งมอบและเอกสารบัญชีทรัพย์สิน คู่มือปฏิบัติไม่มีการตรวจสภาพโครงการ ไม่มีดูภารกิจ ศักยภาพ อปท. ในการบริหารจัดการก็ไม่พอ ภายหลังได้รับถ่ายโอนแล้วบางส่วนไม่มี การตรวจสอบดูแลการใช้งาน ภายหลังการถ่ายโอนแล้วมีทรัพย์สินของหน่วยงานที่ถ่ายโอน จำนวนมากจะต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ การสูบน้ำนอกเขตชลประทานและ โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเมื่อรับถ่ายโอนแล้ว อปท. ไม่มีงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ในกระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิงหล่อลื่นและค่าจ้างเจ้าหน้าที่คุมเครื่อง บางภารกิจ รับผิดชอบหลาย อปท. ไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน จึงเกิดปัญหาความขัดแย้ง ด้านบริหารจัดการและกลุ่มเกษตรกรขาดน้ำซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก การถ่ายโอนเป็น การถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ทรัพย์สิน สิ่งก่อสร้าง แต่ไม่ได้จัดสรรงบประมาณตามภารกิจนั้น ดูแลบริหารจัดการ ภายหลังการถ่ายโอนเมื่อเกิดความเสียหาย อปท. ราษฎรพื้นที่ มักร้องขอให้หน่วยงานซ่อมแซมให้ สภาพโครงการทรัพย์สินมีการชำรุดเสียหาย บางโครงการไม่ต้องการใช้ประโยชน์โครงการแล้วก็ขอคืนภารกิจ อปท. ไม่พร้อมรับถ่ายโอน แหล่งน้ำที่ถ่ายโอนส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยาน เขตกรมป่าไม้นะครับ แหล่งน้ำชลมารค ที่รับถ่ายโอนมาไม่มีการระบายจัดการน้ำไปในพื้นที่ที่ประชาชนจะได้ การถ่ายโอนภารกิจ ยังไม่มีความชัดเจน และสุดท้ายความซ้ำซ้อนในเรื่องของการบูรณาการแหล่งน้ำระบุ ฐานข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อนกัน นี่คือตัวอย่าง ๑๕ ประเด็นที่เป็นปัญหาต่าง ๆ ดังนั้น จึงต้องขอให้สภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อดูในเรื่องของการถ่ายโอนในเรื่องแหล่งน้ำ

นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการที่ถ่ายโอนการสร้างเขื่อน หรือฝายในพื้นที่รับน้ำ ก็เหมือนกันกำหนดไว้ว่า ๒,๐๐๐ ไร่ ถ้าน้อยกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ ให้ อปท. ถ้ามากกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ให้มากกว่านั้น ๒,๐๐๐ ไร่ ก็มีจำนวนจำกัดเช่นเดียวกับ การจุน้ำ ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นอยากจะให้ลดจำนวนลงมา หรือในการปรับปรุง หรือให้บุคลากรเข้าไป เป็นต้น

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของท้องถิ่นนั้น ผมต้องเรียนว่าการบริหารจัดการ ท้องถิ่นนอกจากเรื่องน้ำแล้วก็มีเรื่องถนน ซึ่งขณะนี้ทางท่านประธาน ท่านวีระกร คำประกอบ และผมก็เป็นที่ปรึกษาได้ทำเรื่องถ่ายโอนถนน ก็คิดว่าคงจะได้มีการจัดงบประมาณ จัดโครงการให้เหมาะสมในการบริหารจัดการ แล้วก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการบริหาร จัดการของท้องถิ่นในการดูแลสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อก่อนนี้ทางพี่น้อง ประชาชนขอให้ อปท. จัดงาน ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาล งานปีใหม่ งานสงกรานต์ งานประเพณีลอยกระทง ทาง อปท. ก็สามารถบริหารจัดการใช้งบประมาณเข้ามาช่วย ให้งานจัดการได้ แต่ขณะนี้ อปท. เกรงแล้วก็คิดว่าลำบากในเรื่องข้อกฎระเบียบ เพราะไม่มี ความคล่องตัว ซึ่งมีหน่วยตรวจสอบคือ สตง. ไปตรวจสอบว่าอันนี้ใช้เงินผิดประเภท ต้องคืนเงิน ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้ทางทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงบประมาณ สตง. อปท. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องบริหารจัดการทำเรื่องให้เป็นชัดเจนว่า แบบไหนทำได้ ไม่ได้ อันไหนที่พอทำได้เพื่อประโยชน์ของประชาชน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่จะทำให้ ท้องถิ่นนั้นไม่ต้องมีความเดือดร้อน โดยเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่นแต่ละคนมีปัญหาและมี ความกังวลมาก ๆ ในเรื่องของการบริหารจัดการที่ไม่คล่องตัว กฎหมายก็ไม่ชัดเจน ต่อไปผมจึง คิดว่าผมได้เสนอญัตติหนึ่งคือเรื่องของการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความคล่องตัว หน่วยงานต่าง ๆ จะได้มาดำเนินการตรงนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องของแหล่งน้ำ เรื่องของการบริหารจัดการท้องถิ่นในเรื่องสาธารณะ เรื่องของถนน แล้วก็อีกหลายประเด็นที่เราจะได้นำมาพิจารณาร่วมกัน ซึ่งจะเกิดประโยชน์ให้กับ อปท. แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพราะว่าเขาไม่มีที่พึ่งนะครับ ตอนนี้ทำการเกษตร ก็ลำบาก ยิ่งน้ำไม่มี น้ำบาดาลก็ลำบาก น้ำประปาหรืออะไรต่าง ๆ ที่จะเกิดประโยชน์นี้ ลำบากมากนะครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน ขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา พิจารณาศึกษาในเรื่องนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ