โกวิทย์ พวงงาม หารือเรื่องการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเรียกร้องการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเสนอแผนการจัดแบ่งภารกิจระหว่างรัฐบาลกับท้องถิ่นใหม่ โดยแบ่งภารกิจของรัฐออกเป็น 2 ประเภท คือ ภารกิจที่จำเป็นและภารกิจที่เป็นนโยบายทิศทางเศรษฐกิจ และจัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบริการประชาชนที่ใกล้ชิดและตอบปัญหาได้ทันท่วงที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่นผมขอขอบคุณท่านประธานสภา ที่นำวาระของกระผมเข้ามาพิจารณาศึกษาในวันนี้นะครับ รวมทั้งขอบคุณเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ให้โอกาสได้นำญัตติกระผมเข้ามาพิจารณาในครั้งนี้ เพราะว่า ผมรอมาเกือบปีกว่ากับญัตติที่ผมเสนอมา ในหลักการของกระผมที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะ และกิจกรรมสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ผมได้มีเหตุผลในการนำเสนอ ดังนี้นะครับ ก็ขอเรียนท่านประธานเพื่อทราบว่าการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องภารกิจการจัดบริการสาธารณะที่ทับซ้อนกับ ส่วนราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กับภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งผลให้ การกำกับดูแล เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมถึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรค ต่อการจัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกิดจากระเบียบและกฎหมายทั้งของ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้อำนาจหน้าที่ทับซ้อนกันระหว่าง ส่วนราชการต่าง ๆ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีกทั้งมีการจัดบริการสาธารณะ ในภารกิจที่ยังไม่มีการถ่ายโอนภารกิจมาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนงาน เงิน งบประมาณ และบุคลากรจากส่วนราชการให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้การปฏิบัติงานมีความขัดข้องและขัดกับระเบียบกฎหมายของ ส่วนราชการดังที่ผมกล่าวมาแล้ว จึงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน นี่คือหลักการที่ผมได้เสนอไว้
อย่างไรก็ตามผมจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ผมเองอยากเรียนท่านประธาน ว่ามีความตั้งใจว่าในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดมการณ์หนึ่งที่ผมมีอยู่ตลอดเวลา ก็คือว่าเราจะทำอย่างไรให้ชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะหน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีความเข้มแข็ง เพราะผมถือว่าเป็นองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ในหลายประเทศ เขาเปลี่ยนมือมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำงานแทนภารกิจรัฐ เพราะองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของรัฐที่แบ่งเบาภารกิจให้กับรัฐในการจัดบริการสาธารณะ ในรัฐธรรมนูญเองได้บัญญัติไว้ หลายรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้บัญญัติถึงการให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ นี่คือสิ่งที่ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติอย่างชัดเจน ผมย้อนไปรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้เขียนบทบัญญัติ ที่สำคัญบทหนึ่งว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดบริการสาธารณะ นั่นก็แปลความตามที่ผมได้มีความตั้งใจว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรท้องถิ่นนั้นได้เป็นส่วนหนึ่ง ที่เป็นฐานในการพัฒนาประเทศ เพราะปัจจุบันผมอยากจะตั้งคำถามว่ารัฐบาลกับท้องถิ่น แม้ว่าจะเป็นหน่วยที่ทำภารกิจด้วยกันนั้นต้องจัดแบ่งภารกิจกันใหม่หรือไม่ นี่คือประเด็นที่ ๑ ผมขอสไลด์ (Slide) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ในสไลด์ (Slide) ที่ผม ตั้งคำถามก็คือว่ารัฐบาลกับท้องถิ่นต้องจัดภารกิจกันใหม่หรือไม่ นี่คือญัตติที่ผมอยากจะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาว่าภารกิจรัฐที่ควรจะทำและภารกิจท้องถิ่นที่ควรจะทำ จะจัดความสัมพันธ์กันอย่างไร เหมือนกับในหลาย ๆ ประเทศที่เขากระจายอำนาจให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วเขาจัดแบ่งภารกิจอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามผมเห็นว่า ภารกิจรัฐในบางเรื่องมีความจำเป็น ยกตัวอย่าง เช่น ภารกิจเรื่องความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยของชาติ หรือเกี่ยวกับศาล เกี่ยวกับตุลาการ หรือเกี่ยวกับการต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นภารกิจรัฐ รวมไปถึงภารกิจที่เป็นนโยบาย ทิศทางเศรษฐกิจ ทิศทางการพัฒนา อุตสาหกรรมของประเทศ นั่นคือเป็นภารกิจรัฐโดยรวม ซึ่งอันนั้นรัฐก็อาจจะทำในภารกิจ เหล่านี้เป็นหลัก ส่วนภารกิจท้องถิ่นเอง ผมอยากจะเรียนว่าการบริการสาธารณะที่อยู่ใกล้ชิด กับประชาชนนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรู้ว่าปัญหาของชุมชน ปัญหาของชาวบ้าน ปัญหาของท้องถิ่นอยู่ตรงไหน ทั้งในแง่ข้อมูล ทั้งในแง่ของการลึกซึ้งในปัญหา และตอบโจทย์ ปัญหาได้ทันท่วงทีในเรื่องของคุณภาพชีวิตประชาชน ในเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ของ ประชาชนทั้งในแง่ของการศึกษาพื้นฐาน ในแง่ของการอาชีพ ในแง่ของสวัสดิการและในแง่ของ การสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน รวมทั้งผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งบุคคลที่ไร้ความสามารถต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานว่านี่คือการจัดภารกิจกันใหม่ที่อยากจะเสนอไว้
ในสไลด์ (Slide) ที่ ๒ สไลด์ (Slide) ถัดไป ผมได้เรียนท่านประธานว่า เมื่อเราพยายามจัดความสัมพันธ์ระหว่างภารกิจรัฐกับภารกิจท้องถิ่นแล้ว คำถามต่อมา สิ่งที่ผมพูดไว้ก็คือว่าใครควรจัดบริการสาธารณะเรื่องอะไร อย่างไร อันนี้คือการจัดแบ่ง ที่เป็นสัดส่วนให้มันลงตัว เพราะหลายญัตติที่เสนอวันนี้ผมคิดว่าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน เพราะว่าภารกิจรัฐกับภารกิจท้องถิ่นมีความซ้ำซ้อน ในส่วนบรรทัดสุดท้ายในสไลด์ (Slide) ที่ผมเขียนไว้ก็คือว่าส่วนกลางซึ่งเป็นส่วนราชการในแง่ของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ส่วนภูมิภาคที่อยู่ในจังหวัดและอยู่ในอำเภอที่มีสำนักงานของส่วนราชการ ประจำจังหวัดก็ดี ประจำอำเภอก็ดี ยังมีงานที่เอางานที่เป็นงานพื้นที่ งานท้องถิ่น ที่ควรจะทำ ผมก็เลยบอกว่าส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเอางานท้องถิ่นไปทำก็มาก แล้วก่อให้เกิดความซ้ำซ้อน ถามว่าความซ้ำซ้อนจะทำให้เกิดอะไรขึ้นครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือว่างบประมาณก็มี ความซ้ำซ้อน บุคลากรก็มีความซ้ำซ้อน การทำแผน ทำยุทธศาสตร์ก็ซ้ำซ้อนในการจัดโครงการ แผนงานและกิจกรรมที่พัฒนาพื้นที่ นี่คือประเด็นหลักที่ผมคิดว่าต้องมาจัดสรรปันส่วนกัน ระหว่างงานว่างานใดที่รัฐบาลกลางต้องมาจัดบริการสาธารณะ ท้องถิ่นควรจัดบริการ สาธารณะ
ในสไลด์ (Slide) ต่อไป ผมอยากจะชี้แจงให้เห็นว่าบริการสาธารณะและ กิจกรรมสาธารณะ เนื่องจากในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้น ในมาตรา ๒๕๐ ได้พยายาม บัญญัติคำ ๒ คำขึ้นมา คำหนึ่งก็คือเป็นบริการสาธารณะ อีกคำหนึ่งเป็นกิจกรรมสาธารณะ งานเหล่านี้เป็นงานที่เขียนบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อให้ท้องถิ่นนำไปทำ ผมก็พยายาม จัดกลุ่มออกเป็นสัก ๖ กลุ่มด้วยกัน อันนี้เป็นตัวอย่างว่างานที่ท้องถิ่นทำอยู่ แล้วบางส่วน ราชการทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคก็ไปทำ ยกตัวอย่างเช่นงานเรื่องถนนหนทาง เป็นต้น เราจะเห็นว่ากรมต่าง ๆ หน่วยต่าง ๆ ที่สร้างถนนหนทางเราไม่พูดถึงถนนที่เป็นไฮเวย์ (Highway) ถนนที่เป็นถนนเมน (Main) ถนนที่ไปภูมิภาคต่าง ๆ อันนั้นก็ว่ากันไปให้รัฐบาล กลางดูแล แต่ถนนในชุมชน แล้วก็ยังมามีทางเดิน ทางเท้า ทางคนพิการ ทางจักรยาน ทางพวกนี้ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นบริการสาธารณะที่ท้องถิ่นทำอยู่แล้ว แล้วก็ควรจะมาคิดว่า เรื่องของถนน อย่างเคยพูดเรื่องกรมทางหลวงชนบทก็เป็นส่วนหนึ่งที่กรมทางหลวงพยายาม โอนงานทางหลวงชนบทมาให้กับท้องถิ่น แต่ปัญหาที่มันเกิดขึ้นก็คือว่ากรมทางหลวงชนบท ก็ไม่ยอมโอนเงินงบประมาณมาให้ เงินซ่อมบำรุงมาให้ แล้วก็บุคลากรที่เป็นวิศวกรมาให้ มันก็จะเป็นเรื่องที่ยังคาราคาซังที่จะทำให้ท้องถิ่นเอางานกรมทางหลวงชนบทคืนไปบ้าง ผมว่าเรื่องนี้จะต้องศึกษาให้ละเอียดว่าเรื่องการสร้างถนนก็ดีจะจัดทำอย่างไรให้ท้องถิ่น ได้มีศักยภาพที่จะทำและทำอย่างไรที่ให้หน่วยราชการทำอยู่ อันนี้ก็ต้องมาคิดกันในเชิง การศึกษา
ท่านประธานครับ มาในเรื่องคุณภาพชีวิตเราจะเห็นว่าเรื่องอาชีพ เรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข เรื่องสวัสดิการ งานบางงานมันยังมีซ้อนทับกัน ยกตัวอย่าง เช่นงานการศึกษา เราจะจัดแบ่งอย่างไรว่าการศึกษาชนิดใดควรจะอยู่กับรัฐบาลกลาง การศึกษาชนิดใดควรจะอยู่กับท้องถิ่น นั่นคือภารกิจที่เราในฐานะที่ผมเรียนท่านประธานว่า จะต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษากันให้ลึกซึ้ง แล้วก็จัดทำภารกิจให้ชัดเจนมากขึ้น
ในเรื่องเศรษฐกิจชุมชนก็เหมือนกัน เพราะว่าหน่วยราชการบางหน่วย ก็ล้วงลูกลึกไปถึงการทำงานในระดับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของ การลงทุนในชุมชน เรื่องของวิสาหกิจชุมชน หรือการบริการในเชิงธุรกิจในชุมชน สิ่งเหล่านี้ มันมีคำถามอยู่ว่าเป็นงานท้องถิ่นหรือว่างานของรัฐบาลที่จะต้องทำ เราจะจัดสรรปันส่วนกัน อย่างไร รวมถึงงานที่ผมพูดถึงงานโบราณสถาน ภูมิปัญญา งานประเพณี งานศิลปะ ผมยกตัวอย่าง เขตพื้นที่บางพื้นที่มีโบราณสถาน โบราณวัตถุอยู่ในเขตชุมชนท้องถิ่น แต่ว่าทำไปทำมายังซ้อนทับอยู่กับกรมศิลปากร ซ้อนทับกับสิ่งที่เราเรียกว่างานบางงาน ท้องถิ่นเข้าไปบำรุงรักษาไม่ได้ นำมาซึ่งการทำให้มีปัญหาเรื่องการจัดบริการสาธารณะ
งานต่อมางานทรัพยากรธรรมชาติ งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย สิ่งที่ผม กำลังพูดถึงนี่ผมกำลังเรียนท่านประธานว่าบริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะทั้งหลาย เหล่านี้เราควรจะได้ศึกษาว่าศักยภาพของท้องถิ่นและการปฏิบัติงานในท้องถิ่นขณะนี้ สิ่งหนึ่งเขาก็ทำอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งมันเป็นการทำให้งานของที่ส่วนราชการไปทำมีความซ้ำซ้อนทั้งในแง่ของภารกิจ และที่สำคัญท่านประธานครับก็คือว่าในเชิงของกฎหมาย อันนี้สำคัญ เพราะว่ากฎหมาย บางฉบับที่มันซ้อนทับจากที่ผมเคยศึกษาตอนเป็นนักวิจัยและเป็นอาจารย์ เราพบว่า หน่วยงานที่ไปทำงานในชุมชนท้องถิ่น หมายถึงหน่วยราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เรามีกฎหมายที่ทับซ้อนกับท้องถิ่นด้วยเกือบ ๒๐๐ กว่าฉบับ ผมเองเคยอยู่ในคณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย แล้วก็ได้ไปศึกษาที่สำนักงาน คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของสำนักนายกรัฐมนตรี มีท่านวิษณุ เครืองาม ได้มาต้อนรับและให้การอธิบาย เราตั้งคำถามนะครับ ทางคณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งคำถามว่างานที่ซ้ำซ้อน แต่ว่า ในกฎหมายกระจายอำนาจคือ พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ระบุว่า งานใดที่ส่วนราชการมาซ้ำซ้อนกับท้องถิ่น ต้องดำเนินการถ่ายโอนภายใน ๑๐ ปี ตั้งแต่กฎหมายนี้ออกมาปี ๒๕๔๒ ตอนนี้ปี ๒๕๕๒ แล้ว กฎหมายฉบับนี้บังคับให้ส่วนราชการถ่ายโอนภารกิจมาให้ท้องถิ่น เราพบว่าเราได้มีการถ่ายโอน อย่างช้ามาก แล้วก็ยังมีสิ่งที่ยังไม่ได้โอนอีกมาก ถามว่าอุปสรรคอยู่ตรงไหน อุปสรรคก็คือ สิ่งที่เป็นกฎหมายที่ทับซ้อนกันอยู่ อย่างเช่นเขียนว่าให้ท้องถิ่นมีหน้าที่เรื่องบรรเทาสาธารณภัย ยังมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับการบรรเทาสาธารณภัยที่มีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แล้วใช้กฎหมาย แต่ขณะเดียวกันเราก็ให้ท้องถิ่นมีหน้าที่นี้ด้วย ปัญหาเหล่านี้ยังไม่ถูก คลี่คลาย สิ่งที่ทางคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตอบ ก็คือว่าจะต้องไปแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ที่ยังซ้อนทับอยู่ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. การศึกษา พ.ร.บ. ด้านสาธารณสุขก็ดี ยังมีหลายพระราชบัญญัติที่ทับซ้อน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ จะต้องศึกษาเพื่อจะทำการปลดล็อกนะครับ
ในแผ่นสุดท้ายในสไลด์ (Slide) ผมเรียนท่านประธานว่าจะได้นำเสนอ เพื่อเป็นข้อเสนอต่อท่านกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นไว้เพื่อเป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการ ศึกษากันต่อไป
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าทั้งหมดที่ผมพูดมาก็คือว่าการกำหนดอำนาจหน้าที่ระหว่าง รัฐกับท้องถิ่นจะต้องมีความชัดเจน และจะต้องได้มีการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่ออะไรครับ เพื่อทำให้การจัดสรรงบประมาณแผ่นดินที่มีต่อปี ปีหนึ่ง ๆ มีอยู่หลายแสนล้านบาททีเดียว หลายหมื่นล้านบาท หลายพันล้านบาท ที่ยังมีความซ้ำซ้อนกันในการใช้งบประมาณระหว่าง ส่วนราชการต่าง ๆ และระหว่างท้องถิ่นด้วยกัน รวมทั้งราชการกับท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้ก็คือ สิ่งที่จะต้องไปกำหนดเรื่องงบประมาณแผ่นดินของเราที่จะจัดสรรปันส่วนมาให้กับท้องถิ่น ที่มีภารกิจ เพราะฉะนั้นในเมื่อเราได้กำหนดภารกิจอย่างชัดเจนแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ เรื่องของการทำงบประมาณ เรื่องของบุคลากร และเรื่องของการจัดสรรเรื่องระบบภาษี ต่าง ๆ ที่ให้กับท้องถิ่น เพื่อสิ่งที่ผมกล่าวไว้ข้างล่างว่าลดความซ้ำซ้อน นี่คือประเด็นสำคัญ ที่ได้เสนอญัตตินี้
อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าวันนี้เรากำลังจะปฏิรูปประเทศ โดยแนวทางของการใช้ฐานท้องถิ่นที่จะไปทำงานเพื่อการพัฒนาพี่น้องประชาชนให้ทันท่วงที ให้มีประสิทธิภาพ ผมเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมได้ศึกษา ลองดูในสไลด์ (Slide) สุดท้าย อีกสไลด์ (Slide) หนึ่งครับ สไลด์ (Slide) ตัวอย่างนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าที่พูดมา ทั้งหมดผมจะยกตัวอย่างจังหวัดเอ (A) สัก ๑ จังหวัดก็แล้วกัน ไม่ระบุจังหวัด แต่มาจาก งานวิจัย จังหวัดเอ (A) มีส่วนกลางที่ไปประจำอยู่ในจังหวัด ท่านอย่าลืมนะครับ ในจังหวัดหนึ่ง ๆ เรายังมีราชการส่วนกลางที่ไปตั้งศูนย์อยู่ก็ดี ไปตั้งสำนักงานอยู่ก็ดี ในท้องถิ่นจังหวัดหนึ่ง ๆ ยกตัวอย่างจังหวัดเอ (A) สักจังหวัด มีถึง ๕๗ หน่วยงาน นั่นก็แสดงว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ไปตั้งสำนักงานอยู่ในเขต ท้องถิ่นถึง ๕๗ หน่วยงาน โดยเฉพาะเป็นเขตจังหวัด
ในประเด็นต่อมา ส่วนภูมิภาค คำว่า ส่วนภูมิภาคก็คือส่วนราชการที่เป็น ตัวแทนของกระทรวง ทบวง กรมที่ไปมีการปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดนั้น ๆ มีถึง ๔๒ หน่วยงาน เพราะฉะนั้นถ้าจะบวกหน่วยงานของราชการที่อยู่ในจังหวัดถึง ๕๗ หน่วยงาน บวกกับงานของภูมิภาคที่อยู่ในจังหวัดรวมแล้วหน่วยงานมีถึง ๙๙ หน่วยงาน
ส่วนท้องถิ่นในด้านขวามือ ผมคลี่ให้เห็นว่าท่านประธานครับ เรามี อบจ. ๑ แห่งต่อ ๑ จังหวัด แล้วผมคิดว่าต่ำจาก อบจ. เราก็จะมีเทศบาล ซึ่งจะแบ่งเป็นเทศบาลนคร เทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล ในจังหวัดเอ (A) มีถึง ๑๒ เทศบาล แต่ถ้าจังหวัดใหญ่ ก็อาจจะมีถึง ๓๐ หรือ ๒๐ ก็แล้วแต่สัดส่วนของขนาดจังหวัดนะครับ ใน อบต. เอง จังหวัดเอ (A) มี ๗๙ อบต. เพราะฉะนั้นถ้ารวมแล้วจังหวัดเอ (A) ส่วนท้องถิ่นมีถึง ๙๒ แต่ท่านเห็นไหมครับว่าสัดส่วนของ ๙๙ กับ ๙๒ เราจะเห็นว่าจังหวัดเอ (A) เป็นจังหวัด ขนาดกลางนะครับที่ผมยกมา เรามีส่วนราชการที่เป็นส่วนกลางและภูมิภาคมากกว่า ส่วนท้องถิ่นอีก คำถามที่เราเคยพูดกันว่าในการปฏิรูปประเทศและในการทำยุทธศาสตร์ชาติ ที่ปรากฏอยู่ในปฏิรูปประเทศบอกว่าจะลดอำนาจภาครัฐ เพิ่มอำนาจภาคท้องถิ่น ถ้าเป็น สมมุติฐานตามตัวอย่าง ผมเรียนท่านประธานได้เลยว่าเป็นไปไม่ได้ครับจะลดอำนาจภาครัฐ ถ้ามีหน่วยงานมากเท่าไรจะต้องเพิ่มอัตรากำลังคนขึ้นมา จะต้องเพิ่มงบประมาณขึ้นมา งบประมาณก็ต้องตกอยู่ที่ภาครัฐมากกว่าภาคท้องถิ่น อันนี้คือสิ่งที่ผมชี้แจงท่านประธานว่า เป็นไปได้ยากมากที่จะทำให้ลดอำนาจภาครัฐอย่างที่ตั้งใจ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็คือ สิ่งที่ผมได้เสนอญัตติต่อท่านประธานว่าเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเรียนให้เพื่อนสมาชิก ทราบว่าเป็นภารกิจของผู้แทนราษฎรที่จะต้องทำให้ความฝันที่เราเคยคิดเอาไว้ว่าเราจะ ลดอำนาจภาครัฐ เพิ่มอำนาจภาคประชาชนให้เกิดความเป็นจริงให้ได้ และใช้ฐานท้องถิ่น เป็นฐานในการพัฒนาประเทศให้ได้ แล้วมันจะเปลี่ยนมือทันทีว่า ผมเรียนท่านประธานว่า เราอาจจะกังวลว่าบริการสาธารณะที่ได้คุณภาพ กิจกรรมสาธารณะที่ได้คุณภาพนั้น ของท้องถิ่นนั้นมีคุณภาพจริงหรือ มีงานวิจัยยืนยันนะครับ แม้แต่เรื่องของการศึกษา ผมเรียนว่าการศึกษาท้องถิ่นเราพบว่าการศึกษาท้องถิ่นมีคุณภาพดีกว่าการศึกษา หรือมีความเท่าเทียมกับการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการหรือสำนักงานการศึกษา ขั้นพื้นฐานด้วยซ้ำไป และเรายังพบกิจกรรม ยังพบโครงการที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มีความคิดสร้างสรรค์ ในหลายเรื่อง ผมขอยกตัวอย่างบางเรื่องเพื่อให้ท่านประธานได้เห็นภาพว่ากิจกรรมสร้างสรรค์ ที่ท้องถิ่นทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคิดเรื่องการจัดการเรื่องผู้สูงอายุ เราพบว่าการจัดการ เรื่องผู้สูงอายุเดี๋ยวนี้ท้องถิ่นทำได้ดี มีโรงเรียนผู้สูงอายุ มีกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุมากมาย เรามีโรงเรียนบริการ ศูนย์บริการคนพิการที่ท้องถิ่นทำแล้วได้ดี และกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เอาไปใช้เป็นแบบอย่าง เรามีเรื่องของศูนย์พัฒนาครอบครัว ที่ท้องถิ่นทำได้ดี เรามีเรื่องของโรงเรียนเกษตรกร เรามีเรื่องของการจัดสวัสดิการสังคม ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำได้ดี สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วทำให้พี่น้องประชาชน ได้ถูกแก้ปัญหาโดยท้องถิ่น เมื่อถูกแก้ปัญหาโดยท้องถิ่น โดยชุมชนท้องถิ่น เพราะว่า การทำงานท้องถิ่นจะไม่เหมือนกับทำงานราชการ เพราะว่าจะมีความคล่องตัวมากกว่า และจะใช้กระบวนการมีส่วนร่วมได้มากกว่า จะใช้ข้อมูลในพื้นที่ชุมชนที่รู้ปัญหาลึกซึ้ง ได้มากกว่า ตอบสนองปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชน จะได้เห็นภาพและจะได้สิ่งที่ท้องถิ่นได้ไปจัดบริการสาธารณะให้กับท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี และก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี นี่คือญัตติที่ผมเสนอ และผมขอเรียนท่านประธานว่า การศึกษาพิจารณาเรื่องปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะที่ผมเสนอนี้ ถ้าเรา ได้ดำเนินการตามที่ผมได้เสนอในประเด็นต่าง ๆ เพิ่มเติมแล้ว ผมหวังว่าการศึกษาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญครั้งนี้มันจะทำให้การจัดการบริการสาธารณะและกิจกรรม สาธารณะระหว่างรัฐกับท้องถิ่นมีความชัดเจนมากขึ้น และทำให้พี่น้องประชาชน จะได้ประโยชน์ในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น แล้วก็สร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติโดยส่วนรวมต่อไป และนี่คือการพัฒนา ประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานที่ใช้ท้องถิ่นเป็นฐานในการพัฒนาประชาธิปไตย ใช้ท้องถิ่น เป็นฐานในการพัฒนาประเทศ ผมก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ผม ตั้งใจและมีความหวังในการเป็นผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท เป็นโอกาสหนึ่ง ที่ผมได้เรียนประธานว่านี่คือการเปลี่ยนประเทศโดยท้องถิ่นและจะไม่มีปัญหาในการจัด บริการสาธารณะที่จะเป็นตัวอุปสรรคอยู่ต่อไป ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณท่านประธานมากครับ สวัสดีครับ