อติโชค ผลดี ชี้แจงความคืบหน้าการเร่งรัดคดีค้างเก่าของศาลปกครอง โดยเสนอแนวทางปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดีผ่านการพัฒนากฎหมาย ใช้ระบบคดีอิเล็กทรอนิกส์ และนำเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าและปัญญาประดิษฐ์มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรม พร้อมเน้นการสื่อสารกับประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ โครงการต่าง ๆ และการเผยแพร่แนวคำวินิจฉัยเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติราชการ รวมถึงการผลักดันกฎหมายเฉพาะพื้นที่และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๕ ท่าน ตั้งแต่ท่านคารม ท่านณัฐวุฒิ ท่านประเสริฐพงษ์ ท่านวิรัช แล้วก็ท่านทวีครับ ในส่วนตัว ของผมเองแล้วก็สำนักงานศาลปกครองและศาลปกครองให้ความสำคัญกับข้อแนะนำของ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มาโดยตลอดครับ หลังจากปรากฏเห็นในรายงานปี ๒๕๖๒ ที่อยู่ในมือท่านจะมีรายละเอียดถึงข้อแนะนำของท่านในปีที่แล้ว แล้วก็การดำเนินงาน ของศาลปกครองที่ได้ดำเนินการตามข้อแนะนำของท่านนะครับ ผมขออนุญาตให้ข้อมูล ตามที่ท่านให้คำแนะนำเป็น ๒ ส่วนแล้วกันนะครับ
ส่วนแรกในภาพรวม เพราะว่าในกรณีที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปราย ในข้อมูลลักษณะเดียวกัน เรื่องแรกก็คือในเรื่องของคดีที่ล่าช้านะครับ ตรงนี้ผมขออนุญาต เรียนรายงานถึงการดำเนินงานของศาลปกครองซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากที่เราต้องคำนึงถึง ในเรื่องของคดีที่ล่าช้านะครับ ในขณะนี้ศาลปกครองชั้นต้นทั้ง ๑๕ ศาล ก็คือทั้งส่วนกลาง แล้วก็ภูมิภาคได้มีการจัดทำโครงการความร่วมมือบริหารจัดการคดีค้างสะสมของ ศาลปกครองชั้นต้น โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบริหารจัดการคดีค้างสะสม กับท่านประธานศาลปกครองสูงสุดหรือที่เราเรียกว่าเป็นเอ็มโอยู (MOU) แบ่งออกเป็น ๕ กลุ่มเป้าหมายครับท่าน กลุ่มที่ ๑ ก็คือมีคดีค้างสะสมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ลงไป จำนวน ๘ ศาลด้วยกัน กลุ่มที่ ๒ มีคดีค้างสะสมตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ลงไป จำนวน ๒ ศาล กลุ่มที่ ๓ มีคดีค้างสะสมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ลงไป จำนวน ๓ ศาล กลุ่มที่ ๔ มีคดีค้างสะสม ที่รับโอนจากศาลปกครองชั้นต้นอื่น อันนี้กรณีที่เปิดศาลใหม่ จำนวน ๑ ศาล แล้วก็กลุ่มที่ ๕ มีคดีค้างสะสมที่ได้รับโอนจากศาลปกครองชั้นต้นอื่นและคดีรับใหม่ในพื้นที่พิเศษ ๑ ศาล ซึ่งกำหนดการบริหารจัดการคดีค้างสะสมให้แล้วเสร็จได้มากกว่าร้อยละ ๗๐ ของสำนวนคดี ค้างสะสมในแต่ละกลุ่มเป้าหมายภายใน ๖ เดือน นับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ จนถึง วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๔ และในเรื่องนี้ท่านประธานก็ให้มีการติดตามผลการดำเนินงาน ในการรายงานประจำเดือนในการประชุมตุลาการทั่วประเทศโดยวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ทุกเดือนนะครับ
ผมขออนุญาตเรียนภาพรวมในเรื่องของการแก้ไขคดีล่าช้าให้ท่านได้เห็นภาพ ทั้งหมดไปด้วยเลยแล้วกัน นอกจากภารกิจด้านการพิจารณาพิพากษาคดีแล้วนะครับ ก็ได้มี การปรับปรุง พัฒนา แล้วก็มีการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในด้านอื่น ๆ ควบคู่ กันไปด้วยครับ ทั้งในเรื่องของการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การพิจารณาพิพากษาคดีและบังคับคดีปกครอง ในเรื่องของการเพิ่มขั้นตอนไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทในคดีปกครองมาใช้ด้วยนะครับ นอกจากนี้ก็ได้มีการยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนในการเปิด ใช้ระบบคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประชาชนตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นมา ซึ่งก็เป็นระบบที่รองรับการพิจารณาคดีตั้งแต่ชั้นของตอนเริ่มต้น คือการยื่นฟ้องไป จนถึงสิ้นสุดกระบวนการพิจารณานะครับ
สำหรับการดำเนินงานของศาลปกครอง ในปี ๒๕๖๓ ได้กำหนดให้เป็น ปีแห่งการพัฒนาการอำนวยความยุติธรรมทางปกครองให้เป็นมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับ ในระดับสากล โดยมีการพัฒนาให้การอำนวยความยุติธรรมทางปกครองให้มีกรอบระยะเวลา ที่ชัดเจนนะครับ มีความรวดเร็ว ส่งเสริมให้มีการระงับข้อพิพาทโดยการไกล่เกลี่ยอย่างจริงจัง ตรงนี้ครับก็เป็นเชิงที่ป้องกันเข้าสู่การพิจารณาคดีในกระบวนการต่าง ๆ ได้ แล้วก็ส่งเสริม ให้ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงการอำนวยความยุติธรรมผ่านทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สะดวกแล้วก็ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายนะครับ ตรงนี้เองในระยะสั้นมีการเตรียมการเพื่อนำเข้า ข้อมูลสารสนเทศเพื่อนำเข้าสู่ระบบจัดการข้อมูลขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่าบิ๊กดาต้า (Big Data)
ในระยะต่อมาก็จะมีการนำเทคโนโลยีเอไอ (AI) ที่จะช่วยตุลาการ ในการสืบค้นกฎหมาย คำพิพากษา คำวินิจฉัยซึ่งก็จะช่วยในการสร้างบรรทัดฐาน ในการพิพากษาคดีของศาลปกครอง ส่วนในระยะยาวก็จะมีระบบสารสนเทศที่ช่วยวิเคราะห์ คำฟ้อง คำให้การและเอกสารหลักฐานด้วยเทคโนโลยีเอไอ (AI) เพื่อช่วยลดเวลาของตุลาการ ในการจัดทำคำพิพากษาคดีด้วย ท่านประธานศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีการกำหนดลักษณะ รายการสำนวนคดีออกเป็นสำนวนคดีทั่วไป สำนวนคดีเร่งด่วน แล้วก็สำนวนคดีสำคัญ ซึ่งก็จะช่วยให้การพิจารณาพิพากษาคดีของทุกศาลดำเนินการเป็นระบบ แล้วก็สอดคล้องกับ ความเร่งด่วนของแต่ละคดีมากยิ่งขึ้นนะครับ
สำหรับกรอบเวลามาตรฐานในการพิจารณาคดีนะครับ ผมขออนุญาต เรียนซ้ำอีกทีนะครับ ก็เป็นคดีทั่วไปต้องดำเนินการภายใน ๑ ปีครึ่งถึง ๒ ปี คดีสำคัญนะครับ คดีสิ่งแวดล้อมจะต้องแล้วเสร็จภายใน ๑ ปี คดีบริหารงานบุคคลต้องแล้วเสร็จภายใน ๑ ปี ระยะเวลาในการสั่งคดีนะครับ สั่งคำฟ้องหรือไม่ฟ้องภายใน ๑ เดือน แล้วก็ต้องสั่งในเรื่อง ของการสั่งระหว่างการพิจารณากรณีฉุกเฉินต้องภายใน ๗ วัน แล้วก็กรณีทั่วไปภายใน ๑ เดือน ผมขออนุญาตเรียนให้เห็นถึงสิ่งที่ทางศาลปกครองเรามีทิศทางที่จะต้องทำต่อไป เพื่อให้ท่านได้เห็นถึงว่าจะแก้ปัญหาที่ท่านให้ข้อแนะนำได้อย่างไรนะครับ ซึ่งในแผน การดำเนินงานในปี ๒๕๖๔ มีแผนการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ในการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า
ประการแรก ก็คือการดำเนินงานตามนโยบายของท่านประธานนะครับ เกี่ยวกับการพัฒนาให้ความอำนวยความยุติธรรมทางปกครองที่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน รวดเร็ว แล้วก็ส่งเสริมให้มีการระงับข้อพิพาทหรือวิธีไกล่เกลี่ย มีการเร่งรัดพิจารณาคดีค้างนาน ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยดำเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการเพื่อเสนอแนะมาตรการ ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดี แล้วก็ดำเนินการให้รวดเร็วตามที่มีท่านผู้อภิปรายได้พูดถึง ในเรื่องของกระบวนการ แล้วก็ระยะเวลาด้วยนะครับ รวมถึงในการสรรหาตุลาการที่มี หลายท่านได้กรุณาอภิปรายถึง ก็คือว่าการสรรหาตุลาการในศาลปกครองสูงสุด แล้วก็ ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นเพิ่มเติมให้เหมาะสม แล้วก็สอดคล้องกับปริมาณคดีของ ศาลปกครองแต่ละแห่งนะครับ แล้วก็ในทางเดียวกันก็คู่ขนานกันไปด้วยการเสริมสร้าง ความเชี่ยวชาญในการพิจารณาคดี แล้วก็บังคับคดีให้แก่ท่านตุลาการแล้วก็บุคลากรของ สำนักงานด้วยนะครับ ซึ่งขอเรียนในเรื่องของการสรรหาตุลาการนะครับ ความจริงในกรอบ ของอัตรากำลังเรายังมีอยู่ เพียงแต่ว่าในการสรรหาถึงแม้เราจะสรรหาเป็นในรอบวงจร ต่อเนื่องกันทุกปี แต่ว่าผู้ที่สอบได้ผ่านกระบวนการการสรรหาก็ค่อนข้างยังน้อยอยู่ ตรงนี้ ก็ต้องเรียนว่าเราก็ต้องการบุคลากรที่มาเป็นตุลาการทั้งในเรื่องของความเก่ง แล้วก็ความดี แล้วก็ความเป็นธรรมด้วยก็ต้องมีการคัดเลือกค่อนข้างที่จะมีมาตรฐานในส่วนของตรงนี้ ค่อนข้างมากนะครับ ก็ขอกราบเรียนท่าน แล้วก็ขอบพระคุณท่านครับที่กรุณาให้กำลังใจ ในเรื่องการสรรหาตุลาการในครั้งนี้นะครับ
นอกจากนี้ในเรื่องของการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ แล้วก็วิธีพิจารณาคดีปกครอง อันนี้ก็มีการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุก ในรูปแบบของสื่อ ออนไลน์ (Online) เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความรู้ความเข้าใจ การให้ความรู้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องของการวิเคราะห์เหตุแห่งการฟ้องคดี ซึ่งตรงนี้ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมไปเลยนะครับ เพราะว่ามีท่านที่พูดถึงในกรณีที่ทำไมหน่วยงาน ถึงมีการฟ้องซ้ำ ๆ กัน ซ้อน ๆ กัน ตรงนี้ทางสำนักงานศาลปกครองก็ได้วิเคราะห์เหตุ แห่งการฟ้องคดี และรายงานแนวปฏิบัติราชการจากคำวินิจฉัยของศาลปกครองส่งไปให้ หน่วยงานต่าง ๆ ๙,๐๐๐ กว่าหน่วยงานในทุก ๆ ปี ซึ่งคดีที่มาสู่ศาลจากเหตุแห่งการฟ้องคดี เช่นเดียวกัน หรือเกิดจากข้อพิพาท ข้อผิดพลาด หรือการปฏิบัติทางราชการของหน่วยงาน ทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเป็นกรณีที่ถูกนำมาฟ้องคดีต่อศาลอยู่อย่างต่อเนื่อง แล้วก็ยังมีจำนวนปริมาณคดีเพิ่มขึ้นทุกปี ที่ท่านห่วงใยและให้ข้อแนะนำไว้ ซึ่งขณะนี้ ในสำนักงานศาลปกครองเองเราก็ได้ดำเนินการจัดทำเป็นประมวลผลสรุปแนวคำวินิจฉัยของ ศาลปกครองในการพิจารณาคดีนะครับ เช่น เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการส่วนท้องถิ่น การออกคำสั่งทางปกครอง การปฏิบัติตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คำสั่ง หรือเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ หรือการใช้อำนาจตามกฎหมายที่สมควรให้หน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบแล้วก็ยึดถือปฏิบัติ รวมถึงคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยจัดทำในรายงาน สรุปแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครอง เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการ หน่วยงานของรัฐ อันนี้เราเตรียมเรื่องเพื่อจะเสนอคณะรัฐมนตรีแล้วนะครับ เป็นรายละเอียด แบ่งหมวด ๆ เป็นแต่ละเรื่อง ๆ เลยครับว่าแต่ละเรื่องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานไหนบ้าง อันนี้ เตรียมที่จะเข้าเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ท่านได้กรุณามีมติ แล้วก็มีข้อสั่งการให้กับหน่วยงาน ของรัฐที่จะนำไปถือปฏิบัติต่อไป อันนี้เป็นสิ่งที่เราจะเป็นเชิงป้องกันได้อย่างดีนะครับ
ในส่วนอื่น ๆ นะครับ ผมขออนุญาต มีของท่านคารมที่ว่าในเรื่องคดีไฟไหม้ โรงพัก ปัจจุบันมีคำพิพากษาจากศาลสูงเรียบร้อยแล้วนะครับว่าหน่วยงานต้องรับผิดชอบ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้มีการชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีทุกราย ซึ่งครบถ้วน ตามคำพิพากษาแล้วนะครับ แล้วก็มีการเสนอถอนการบังคับคดีแล้ว อันนี้ก็เป็นความคืบ หน้าที่ท่านกรุณาให้ข้อซักถามนะครับ
อีกส่วนหนึ่งนอกจากคดีค้าง แล้วก็ปริมาณท่านตุลาการยังน้อยอยู่แล้ว ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกนะครับ ตรงนี้ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดมาก เพียงแต่อยากจะเรียนให้ท่านทราบว่าในด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์กับภาคประชาชน เราก็มุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนของสังคม ต้องขอเรียนอย่างนี้ครับว่าศาลปกครองเองเราแทบไม่ได้รับงบประมาณในเรื่องของ การประชาสัมพันธ์เลยนะครับ แต่เราก็อาศัยตรงนี้ละครับในการสร้างเครือข่ายโดยประเภท สื่อออนไลน์ (Online) ให้มากขึ้น แล้วก็มีการสร้างและพัฒนาโซเชียลมีเดีย (Social Media) ของศาลปกครองให้มีความทันสมัย มีการปรับปรุงรูปแบบต่าง ๆ นะครับ แล้วตลอดช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา เราก็มีการเชื่อมโยงกับสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ทั้งส่วนกลางแล้วก็ท้องถิ่น แล้วก็วารสารหน่วยงานราชการ สื่อออนไลน์ (Online) และสื่อวิทยุกระจายเสียง ตรงนี้เรามี การวางแบนเนอร์ (Banner) สาระดี ๆ จากศาลปกครอง ทางหน้าเว็บไซต์ (Website) ของหน่วยงานราชการต่าง ๆ แล้วก็เว็บไซต์ (Website) ของจังหวัดทุกจังหวัดลงไปถึงระดับ อำเภอเลยนะครับ แล้วก็ในปีนี้เรามีการขยายผลในเว็บไซต์ (Website) ขององค์การ บริหารส่วนจังหวัด อบจ. จำนวน ๗๖ แห่งนะครับ รวมไปถึงเว็บไซต์ (Website) ของ อบต. อีก ๕,๐๐๐ แห่ง แล้วก็มีการสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Online) ระหว่างสำนักงาน ศาลปกครองกับหน่วยงานทางปกครอง และเจ้าหน้าที่ของรัฐผ่านกลุ่มไลน์ (Line) ต่าง ๆ ร่วมกับทางกลุ่มสื่อช่อสะอาดซึ่งมีวิทยุท้องถิ่นอยู่ทั่วทั้งประเทศเลยนะครับ อันนี้ก็นำเรียน ให้เห็นว่าในความพยายามในภาวะที่ไม่มีงบประมาณแต่เราก็พยายามสร้างเครือข่ายต่าง ๆ เหล่านี้ให้เกิดผลให้มากที่สุดนะครับ
ในส่วนของการเสนอร่างกฎหมายที่ท่านณัฐวุฒิได้กรุณาให้ข้อแนะนำไว้ ที่ควรจะเสนอเป็นแพ็กเกจ (Package) ไปเลย ผมก็ขออนุญาตนำไปเรียนทางผู้บริหาร ศาลปกครองนะครับ แต่ว่ากรณีที่มีการเสนอกฎหมายเป็นบางเรื่องที่ใช้ในห้วงเวลาที่ต่างกัน เนื่องจากว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาที่ต่างกัน ต้องขอประทานโทษท่านด้วยนะครับ
ส่วนในเรื่องของสวัสดิการ ที่ท่านพูดถึงที่เสนอกฎหมายเข้าไป อันนี้เป็นเฉพาะ ในเรื่องของศาลปกครองยะลานะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับศาลปกครองอื่น เพราะว่าทางยะลา เป็นพื้นที่พิเศษ ก็เพื่อให้ทางตุลาการแล้วก็ทางเจ้าหน้าที่ของศาลเรามีสวัสดิการเหมือนกับ หน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่เช่นเดียวกัน โดยที่ไม่ให้เกิดความแตกต่างกัน ก็เลยจำเป็น ที่จะต้องเสนอกฎหมายสวัสดิการตรงนี้ไปนะครับ
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านณัฐวุฒิกรุณาให้ข้อสังเกตว่าทำไมถึงมีงบสนับสนุนจาก สสส. ด้วย ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าเนื่องจากว่าในส่วนของผมเองเลขาธิการสำนักงาน ศาลปกครอง ผมมีนโยบายการทำงานในส่วนของสำนักงานก็คืองานได้ผล คนมีความสุข เพราะว่าผมถือว่างานที่สำนักงานศาลปกครองต้องสนับสนุนศาลปกครองก็ต้องเป็นงาน ได้ผลครับ คือต้องสนับสนุนงานของศาลปกครองให้บรรลุเป้าหมายให้เป็นศาลปกครอง ของประชาชนให้ได้นะครับ
แต่ว่าอีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องของคนมีความสุขก็คือว่ามีนโยบายที่จะทำให้ บุคลากรของสำนักงานศาลปกครองต้องมีความพร้อมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจด้วย ก็คือทางสุขภาพจิตแล้วก็สุขภาพร่างกายด้วย การที่มีความร่วมมือกับ สสส. ที่เขาสนับสนุน งบประมาณมาเขาก็เห็นถึงความตั้งใจของสำนักงานศาลปกครองในจุดนี้นะครับ ก็เป็น โครงการที่เราจะพัฒนาคนของเราอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดีเพื่อความพร้อม คนเราก็เหมือนกับ พูดถึงถ้าอย่างไรก็เป็นคนที่ออกรบครับ ถ้าคนออกรบร่างกายไม่ดี ไม่มีสุขภาพดี ก็คงจะไป ต่อสู้กับใครเขาไม่ได้ เช่นเดียวกันถ้าคนในสำนักงานศาลปกครองสุขภาพกาย สุขภาพใจ ไม่พร้อมก็คงจะไม่สามารถส่งผลงานที่ดีให้กับศาลปกครอง แล้วก็ไม่สามารถส่งผลงานดี ๆ ให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้คือเป็นโครงการที่เราทำความร่วมมือกับ สสส. ซึ่งเขาก็เห็นความตั้งใจ แล้วก็มีเป้าหมายที่จะให้ศาลปกครองเป็นองค์กรตัวอย่างขององค์กร แห่งความสุขด้วยเหมือนกันนะครับ อันนี้ก็เป็นความพยายามของผู้บริหารที่จะทำให้บุคลากร มีความพร้อมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจนะครับ
ในส่วนของที่ท่านวิรัชกรุณาให้ข้อสังเกตเรื่องของหลักสูตรกับที่หน่วยงาน ต่าง ๆ มักจะมีหลักสูตรที่มีทั้งผู้บริหาร ตุลาการ แล้วก็บุคคลภายนอกมาอบรมร่วมกัน ซึ่งอาจจะเป็นการสร้างเครือข่ายอะไรต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับ ทางศาลปกครองเรามีหลักสูตรที่เรียกว่า บยป. นักบริหารการยุติธรรมทางปกครองระดับสูง ซึ่งเมื่อเราได้รับฟังข้อแนะนำและข้อสังเกตจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในหลาย ๆ ครั้ง เราได้มีการงดการจัดหลักสูตรนี้มา ๔ ปีแล้วครับ ก็ไม่ได้มีการจัดหลักสูตรประเภทนี้ เป็นการต่อเนื่องมา ๔ ปีแล้ว ก็ขออนุญาตเรียนให้ท่านได้รับทราบนะครับ
ส่วนข้อแนะนำอื่น ๆ ในเรื่องของการลงลึกในเรื่องของที่ท่านทวีได้กรุณา ให้ข้อแนะนำในเรื่องของรายละเอียดต่าง ๆ ของคดีในรายงานประจำปีด้วย ในปี ๒๕๖๒ ที่เราทำรายงานนี้เราก็พยายามลงในหลาย ๆ เรื่องที่ได้รับคำแนะนำมาในเรื่องของ การวิเคราะห์เหตุแห่งการฟ้องคดีต่าง ๆ แต่ว่าไม่สามารถที่จะเอามาบรรจุไว้ในเอกสารได้ ทั้งหมด เพราะว่าไม่อย่างนั้นเอกสารจะค่อนข้างหนามากแล้วต้องใช้งบประมาณเยอะมาก เราทำอย่างนี้ ท่านทวีครับ เราทำเป็นคิวอาร์โค้ด (QR Code) ในรายงานฉบับนี้ก็เป็นนิมิตหมาย เริ่มต้นที่ดีที่เราก็ทำจากคำแนะนำของทางสภาแห่งนี้ละครับ ในเรื่องที่ท่านแนะนำมา เราไม่สามารถที่จะเอามาพิมพ์ทั้งหมดได้ เราทำเป็นคิวอาร์โค้ด (QR Code) ไว้แต่ละหน้า ท่านเปิดดูได้เลย แล้วก็จะลงดูในรายละเอียดต่าง ๆ อย่างในเชิงลึกได้เลย เพราะฉะนั้น ที่ท่านให้ข้อแนะนำตรงนี้ในรายงานฉบับปีหน้าต่อไปเราก็จะทำอย่างนี้เช่นเดียวกันนะครับ แต่ว่าจะขออนุญาตเพิ่มไปแบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ท่านสามารถจะสแกน (Scan) ไป แล้วก็ลงไปไล่ดูในเรื่องราวต่าง ๆ ได้เลย ก็ต้องขออนุญาตเรียนท่านอย่างนี้ และขอสรุป อีกนิดหนึ่งว่าในส่วนความตั้งใจของศาลปกครองก็คือว่าเราตั้งใจที่จะให้ศาลปกครอง ที่ดำเนินการอยู่นี้เป็นศาลปกครองของประชาชนอย่างแท้จริงนะครับ ในส่วนของผมเอง ในส่วนของสำนักงาน ผมได้มีโครงการ ๑ หน่วยงาน ๑ โครงการเพื่อประชาชน ภายใต้ โครงการศาลปกครองของประชาชนนะครับ ก็ในส่วนตรงนี้ผมให้ทุกหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานศาลปกครองทำโครงการ เพื่อประชาชนออกมาอย่างน้อยหน่วยละ ๑ โครงการ ตรงนี้ท่านสามารถดูได้ผมมีรายการ ทางยูทูบ (YouTube) ยูทูบ (YouTube) ของสำนักงานศาลปกครองจะออกรายการ ทุกวันศุกร์ ตอนเวลาออกรายการคือ ๐๙.๑๙ นาฬิกา ก็เลยชื่อรายการว่าศุกร์ปันสุข ๙๑๙ ก้าวเริ่มต้นที่ศาลปกครอง ก้าวต่อไปเพื่อประชาชน เพราะว่าความจริงรายการนี้เป็น โครงการต่อเนื่องครับ ในตอนที่ช่วงโควิด (COVID) ระบาดมาก ๆ ผมมีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ ของสำนักงานศาลปกครองทำงานที่บ้านค่อนข้างเยอะให้มากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ก็ต้องมีการสื่อสารกันทางยูทูบ (YouTube) มีการจัดรายการ ๙๑๙ ก้าวทันโควิด (COVID) ก็สื่อสารกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทุกวัน แต่พอมาเริ่มผ่อนคลายไปแล้วก็จะเหลือแค่ วันศุกร์ แต่ว่าจะเน้นในเรื่องของทุกหน่วยงานมานำเสนอในเรื่องโครงการศาลปกครอง ของประชาชนนะครับ ฉะนั้นผมคิดว่าข้อแนะนำต่าง ๆ ที่ท่านได้กรุณาให้ข้อแนะนำ ในวันนี้ทางผมเองและผู้บริหารสำนักงาน รวมไปถึงการไปนำเสนอผู้บริหารศาลปกครอง เพื่อที่จะเดินหน้าให้การทำงานของศาลปกครองให้เป็นศาลปกครองของประชาชนอย่างแท้จริง ให้ได้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ