วิรัช พันธุม pitched ชื่นชมการให้บริการของศาลปกครองที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่แสดงความกังวลต่อปัญหาความล่าช้าในการพิจารณาคดีจากอัตรากำลังตุลาการที่ไม่เพียงพอ จึงเรียกร้องให้มีการเพิ่มจำนวนตุลาการและขยายศาลปกครองไปยังต่างจังหวัดเพื่อเร่งกระบวนการยุติธรรมและเพิ่มการเข้าถึงบริการ พร้อมเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาคดีให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น รวมถึงแสดงความกังวลต่อความไม่ยุติธรรมจากการที่บุคคลภายนอกเข้าร่วมหลักสูตรตุลาการ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นผมขอชื่นชมการทำงานของศาลปกครอง รวมถึง ศาลปกครองสูงสุดที่เป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะการบริการประชาชนอย่างน่าประทับใจ เมื่อท่านสามารถยื่นฟ้องโดยไม่ต้องไปศาล ยื่นฟ้องทางไปรษณีย์ก็ได้ แล้วท่านก็ได้ตอบรับ ทางไปรษณีย์ให้กับประชาชนในการสั่งการหรือต่าง ๆ ท่านจะมีไปรษณีย์ส่งมาถึงประชาชน ผู้เป็นคู่ความซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ แล้วท่านก็ได้มีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับประชาชน ให้คำแนะนำ มีนิติกรให้คำแนะนำ อันนี้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ มา เป็นความหวังของประชาชน สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เป็นตัวอย่างที่ศาลยุติธรรมน่าจะเอาไปเป็น ตัวอย่างในการที่จะทำตัวเหมือนกับศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครอง นี่คือสิ่งที่ ผมขอชื่นชมและยินดีด้วยที่ท่านได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล แล้วก็ใกล้ชิด ประชาชน แต่ผมก็ยังมี ๒ จุดที่ติดใจอยู่ตลอดเวลา หลักกฎหมายที่อาจารย์สอนไว้ว่า ความล่าช้าไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรม ความล่าช้าไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรมตามรายงาน ที่ท่านเขียนมามันทำให้เราเห็นว่าคดีมันล่าช้ามาก ผมขออ่านที่ท่านเขียนมานะครับ ตุลาการ ศาลปกครองมีอัตรากำลัง ๔๓ คน ๔๓ คนเปิดดูในนี้มีรองประธานเสียหลายท่านนะครับ รองประธาน ๔-๕ คนจากในรายงานนะครับ และมีคดีที่รับผิดชอบ ๑๕,๒๐๘ คดี นี่เป็นสิ่งที่ มีปัญหาที่สุดครับ เพราะว่าตุลาการท่านหนึ่งต้องใช้เวลาในการอ่านสำนวนหนึ่ง คือโดยปกติ เผอิญผมเคยเป็นพนักงานอัยการมาก่อน เคยประสบกับทางศาลยุติธรรมก็คิดทำนองเดียวกันว่า ตุลาการคนหนึ่งควรจะอ่านสำนวนได้ ๗ สำนวนต่อ ๑ เดือน ท่านลองคิดดูสิครับว่ามี ตุลาการ ๔๓ คน ๔๓ ท่านนี่ไปเป็นฝ่ายบริหารเสียเกือบ ๑๐ คน เหลือ ๓๐ คน ๓๓ คน แต่คดีมีทั้งหมด ๑๕,๒๐๘ คดี และถ้าหารด้วย ๗ คือ ๓๕๔ คดีต่อตุลาการ ๑ คน แล้วกี่ปี จะจบล่ะครับ ๓๕๔ คดี หารด้วย ๗ แล้วแต่ละปีก็เข้ามาอีก คล้าย ๆ กับคดีของศาลปกครอง เหมือนดินพอกหางหมู ตัดสินน้อย แต่คดีขึ้นมาสู่ศาลมากขึ้น นี่คือสาเหตุที่ผมยังอยากจะให้ ศาลปกครองเพิ่มอัตรากำลัง ท่านไม่ต้องห่วงหรอกครับ เรายินดีสนับสนุนงบประมาณ ที่จะให้มีตุลาการศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุดให้มาก นักกฎหมาย จบนิติศาสตร์บัณฑิตและเนติบัณฑิตมีมากมายนะครับ ปีหนึ่งมีเนติบัณฑิตตั้ง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นขอสนับสนุนให้ศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครอง เพิ่มอัตรากำลังของตุลาการศาลปกครองสูงสุดและตุลาการศาลปกครอง เพื่อให้ การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าว่ามันช้าคนหนึ่งไปฟ้องต่อศาลว่า มีการกระทำไม่ชอบ กว่าจะตัดสิน ๓ ปี ๒ ปีบ้าง ๓ ปีที่ท่านรายงานมานะครับ มันก็ไม่ทันกัน เสียแล้ว อันนี้อันที่ ๑ นะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะให้มี และท่านไปเปิดศาลปกครองต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นมาก ๆ ผมเห็นด้วยครับ เพื่อประชาชนจะได้ใกล้ชิดกับศาลมากขึ้น ท่านเพิ่ม ไปเถอะครับ เพิ่มให้เกือบทุกจังหวัดก็ยิ่งดีครับ ประชาชนจะได้มีที่พึ่ง นอกจากที่พึ่ง ทางคดีแล้ว ยังสามารถที่จะไปขอคำปรึกษาจากนิติกรของท่าน ซึ่งก็เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ อันนี้ฝากศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองด้วย
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมไม่สบายใจครับ ไม่ว่าศาลปกครองก็ดีศาลยุติธรรมก็ดี ป.ป.ช. ก็ดี แม้แต่อัยการเดี๋ยวนี้ก็แปลกเหมือนกัน หลักสูตรอธิบดีอัยการก็มีบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นพ่อค้าวาณิชหรือเป็นนักธุรกิจเข้ามาเรียน แล้วก็อาศัยเงินราชการเรียน ผมไม่รู้จะทำ ไปทำไมครับ เพราะว่าความสนิทสนมไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรมนะครับ นี่คือคำสั่งสอนของ อาจารย์สอนไว้ว่า ความสนิทสนมไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรมได้ ถ้าผู้ที่มาเรียนหลักสูตรที่ศาล ปกครองแล้วได้รู้จักกับตุลาการศาลปกครอง ตีกอล์ฟด้วยกัน กินเหล้าด้วยกัน ความยุติธรรม ไม่เกิดแน่นอนครับ นี่เป็นสิ่งที่อดีตประธานศาลฎีกาบอกผมว่า ตุลาการไม่พึง ตีกอล์ฟกับพ่อค้าวาณิช เพราะว่าเมื่อคุณไปตีกอล์ฟกับเขา กินเหล้ากับเขาคุณก็สนิทสนม สิ่งเหล่านี้ขอฝากนะครับ นอกจากเปลืองเงินแผ่นดินแล้ว ยังก่อให้เกิดความไม่ยุติธรรม ๒ ประเด็นนี้ผมฝากศาลปกครองนะครับ สิ่งที่ท่านทำความดีขอสนับสนุน เพิ่มอัตรา ให้มากที่สุดนะครับ ไม่ต้องห่วงเนติบัณฑิตเยอะแยะ เต็มไปหมดละครับ ท่านรับเถอะครับ แล้วก็พยายามทำได้ไหม ๖ เดือนตัดสินคดีให้จบ แต่ว่ามีอีกสิ่งหนึ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ ของท่านนะครับ เพราะว่าในพระราชบัญญัติ เมื่อสักครู่นี้ท่านณัฐวุฒิ ขอเอ่ยชื่อนะครับ ได้พูดไปแล้วว่ากระบวนการพิจารณาพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา ความในศาลปกครอง ใช้ระบบเยิ่นเย้อ ระบบไต่สวนนะครับ ขออนุญาตเยิ่นเย้อ ขออนุญาต เอาออกนะครับ ใช้วิธีไต่สวน แต่ขั้นตอนนี่เริ่มตั้งแต่ตุลาการคนหนึ่งอ่านสำนวน อ่านเสร็จ ต้องเสนอต่อตุลาการ ๓ ท่านพิจารณาคดี พิจารณาคดีแล้วยังตัดสินอีก โอ้โฮเท่ากับตุลาการ ๔ คน ๕ คน ต้องมีผู้แถลงคดีอีก รวมแล้วคดีหนึ่งต้องมีตุลาการ ๕ คนดูแล ถ้าดูกระบวนการ พิจารณามันไม่มีทางไปเร็วได้เลยครับ มันต้องช้ากว่าศาลยุติธรรมแน่ ทำอย่างไรครับ เปลี่ยนให้สั้นขึ้นกว่านี้ได้ไหมครับ ไม่ต้องถึงกับ ๓ คนหรอกครับ เอาสั้น ๆ หน่อย ผมอยากให้ แก้กระบวนการพิจารณาคดีของศาลปกครองให้สั้นลง แม้แต่ศาลปกครองสูงสุดก็เช่นกันครับ ผมกราบเรียนมาด้วยความเชื่อในฝีมือของศาลปกครอง อยากให้ทำงานให้เกิดประโยชน์ กับแผ่นดินมากขึ้นนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ