อติโชค ผลดี ชี้แจงรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๒ โดยเน้นความสำเร็จในการขยายเครือข่ายเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างทั่วถึง พร้อมนำเสนอสถิติการพิจารณาคดีและการบังคับคดีตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ถึงพฤศจิกายน ๒๕๕๓ รวมถึงชี้แจงการแก้ไขข้อผิดพลาดในรายงานกราฟสถิติ อติโชค ผลดี รายงานการจัดสรรงบประมาณประจำปี ๒๕๕๒ ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และนำเสนอผลการพัฒนาบุคลากรผ่านระบบ e-Learning จำนวน ๑,๐๑๓ คน ตามข้อแนะนำของสภา โดยเน้นความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ อติโชค ผลดี รายงานผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ โดยเน้นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Litigation) เพื่อลดภาระการเดินทางและการ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ กระผม นายอติโชค ผลดี เลขาธิการสำนักงาน ศาลปกครอง พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานศาลปกครอง ขออนุญาตชี้แจงข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณารายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๒ ซึ่งได้มีการรวบรวมผลการดำเนินงานที่สำคัญและพัฒนาการ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานของศาลปกครอง อันเป็นผลสำเร็จของการดำเนินงาน ตามแผนแม่บทศาลปกครองระยะ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ และแผนปฏิบัติราชการ ของสำนักงานศาลปกครองระยะ ๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๕ โดยรายงานฉบับนี้นอกจากจะได้ จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเพื่อนำเรียนต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อให้ เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙๓ แล้ว สำนักงานศาลปกครองก็ได้นำไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ (Website) ศาลปกครองเพื่อให้เป็นที่แพร่หลายต่อสาธารณะเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้ครับ ได้มีการเพิ่มการจัดทำในรูปแบบของอีบุ๊กส์ (e-Books) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้สนใจได้ใช้ประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าสอดรับกับบริบทของสังคมยุคดิจิทัล (Digital) ในปัจจุบันนะครับ ในการนี้ผมขออนุญาตสรุปสาระสำคัญของรายงานโดยสังเขป ดังนี้ครับ
ในส่วนที่ ๑ ในเรื่องของการเปิดที่ทำการศาลปกครองซึ่งภายหลังเปิดทำการ ศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลาง ในปี ๒๕๔๔ แล้วนะครับ ทางศาลปกครองเอง เราก็ตระหนักดีว่าประชาชนในท้องถิ่นห่างไกลก็ควรที่จะมีสิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรม เช่นเดียวกับประชาชนในส่วนกลางครับ และเพื่อให้การดำเนินการพิจารณาพิพากษาคดี ในศาลปกครองชั้นต้นเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการรักษาผลประโยชน์แก่ ประชาชน หน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเสริมสร้างโอกาสการเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมทางปกครองของประชาชนได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง จึงได้มีการเร่งรัด เปิดทำการศาลปกครองในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องครับ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ศาลปกครองก็ได้มีการเปิดทำการศาลปกครองในภูมิภาคทั่วประเทศแล้วทั้งสิ้น ๑๔ แห่ง ด้วยกันครับ
สำหรับการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ทางศาลปกครองเองก็มีจำนวนตุลาการอยู่ทั้งสิ้น ๒๖๖ คน เป็นตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุด ๔๓ คน และเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ๒๒๓ คน รับผิดชอบ คดีทั้งหมดในปีนั้น ๓๔,๘๐๙ คดี เป็นคดีที่อยู่ในศาลปกครองสูงสุด ๑๕,๒๐๘ คดี และอยู่ใน ศาลปกครองชั้นต้นอีก ๑๙,๖๐๑ คดี โดยมีการเร่งรัดพิจารณาคดีในช่วงปีนั้นแล้วเสร็จไป ๙,๓๘๐ คดี ทั้งนี้หากนับตั้งแต่เปิดทำการจนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เป็นข้อมูลล่าสุด ทางศาลปกครองเองเรามีคดีรับเข้าสู่การพิจารณาทั้งสิ้น ๑๗๑,๘๑๘ คดี พิจารณาแล้วเสร็จไป ๑๔๔,๕๓๓ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๔.๑๒
อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของการบังคับคดีครับ ทางศาลปกครองก็ได้ให้ ความสำคัญกับการพัฒนางานด้านการบังคับคดีทั้งกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ได้แก่ การปรับปรุง แก้ไขระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการบังคับคดีปกครองและการพัฒนา บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการบังคับคดีปกครอง ซึ่งก็ส่งผลให้ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีคดี คำพิพากษาและคำสั่งของศาลปกครองที่เข้าสู่กระบวนการบังคับคดีทั้งหมด จำนวน ๒,๒๙๔ คดี บังคับคดีแล้วเสร็จ จำนวน ๑,๑๗๒ คดี แต่ถ้าหากนับตั้งแต่ศาลปกครองเปิดทำการมาจนถึงช่วงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ก็จะมี จำนวนคำพิพากษาและคำสั่งของศาลที่เข้าสู่กระบวนการบังคับคดีทั้งหมด ๑๕,๒๑๒ คดี บังคับคดีแล้วเสร็จ ๑๒,๕๗๕ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๒.๖๗ นะครับ แล้วก็ยังมีคดีคงเหลืออยู่ ระหว่างการดำเนินการอยู่ ๒,๖๓๗ คดี ซึ่งจะปรากฏอยู่ในรายงานในหน้า ๕๔-๕๖
สำหรับในรายงานหน้า ๕๕ ข้อ ๒ ในเรื่องข้อมูลสถิติการบังคับคดีในภาพรวม ตั้งแต่เปิดทำการจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ที่ผมได้นำเรียนไปนะครับ ต้องขออนุญาต แก้ไขภาพกราฟทางขวามือจากกลุ่มที่ ๑ เป็นกลุ่มที่ ๒ แล้วก็จากกลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มที่ ๑ นะครับ เนื่องจากพิมพ์สลับกัน ทั้งนี้ ตั้งแต่ศาลปกครองเปิดจนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ข้อมูลล่าสุดก็มีคดีที่สู่การบังคับทั้งหมด ๑๗,๓๙๖ คดี ดำเนินการบังคับคดีแล้วเสร็จ ๑๓,๙๔๖ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๑๗ นะครับ
ศาลปกครองได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ จำนวน ๒,๖๗๔ ล้านบาทเศษ เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ ๒๕๖๑ อยู่ที่ร้อยละ ๐.๒๗๗ เปอร์เซ็นต์ ก็ปรากฏอยู่ในรายงานที่หน้า ๓๖ ทั้งนี้ในรายงานการปฏิบัติงานนะครับ ทางสำนักงาน ศาลปกครองเองเราได้เห็นความสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็ได้มีการนำข้อแนะนำ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๑ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มกราคม ที่ผ่านมานี้นะครับ โดยมีการสรุปประเด็นแล้วก็นำ ข้อแนะนำของทางสภาผู้แทนราษฎรในรายงานหน้า ๓๗-๔๐ ซึ่งก็ได้มีข้อแนะนำในเรื่องของ การก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลปกครองที่มีขนาดใหญ่ใช้งบประมาณ ก็ควรจะนำงบประมาณ มาใช้ในการบริหารงานบุคคลด้วยนะครับ ทางสำนักงานศาลปกครองก็ได้รับคำแนะนำ ดังกล่าวไปเสนอในที่ประชุมผู้บริหารศาลปกครอง แล้วก็ในปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ทางศาลปกครองเองก็ยังไม่ได้มีการขอรับการจัดสรรงบประมาณมาเพื่อในการก่อสร้าง อาคารที่ทำการศาลปกครองเพิ่มเติมนะครับ
สำหรับในส่วนของการพัฒนาบุคลากรที่ได้รับคำแนะนำไปนะครับ ทางศาลปกครองได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในการพัฒนาบุคลากรค่อนข้างน้อย จึงต้องมีการแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกทั้งในประเทศแล้วก็ต่างประเทศ เช่นได้ขอความอนุเคราะห์จากมูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง และขอความร่วมมือทางวิชาการกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประจำประเทศไทยนะครับ เพื่อที่จะนำมาใช้ในการอบรมให้ความรู้บุคลากรของศาลปกครองแล้วก็สำนักงาน ศาลปกครองนะครับ ทั้งในส่วนของตุลาการ ทั้งพนักงานคดีปกครอง เจ้าหน้าที่ศาลปกครอง ซึ่งก็ได้มีการพัฒนาหลักสูตรการอบรมเพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถ แล้วก็มีทักษะ ในการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้นนะครับ
นอกจากนี้ก็ได้มีการจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานระดับหน่วยงานของ สำนักงานศาลปกครองในตัวชี้วัดที่ ๑๐ ในเรื่องร้อยละของบุคลากรของหน่วยงานที่ได้รับ การพัฒนาความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญด้วยตนเอง เช่น การเรียนทางอีเลิร์นนิง (e-Learning) แล้วก็การเข้ารับการอบรมต่าง ๆ และศึกษาจากหนังสือ ตำราต่าง ๆ โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ก็มีบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาความรู้ทั้งสิ้น ๑,๐๑๓ คนด้วยกัน ซึ่งเป็นไปตามข้อแนะนำของท่านสมาชิกสภานะครับ
ข้อแนะนำในข้อที่ ๒ เป็นเรื่องของปัญหาในการบังคับคดีปกครอง ซึ่งสถิติ ของหน่วยงานที่ถูกฟ้องคดี โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการกำหนดกรอบ ระยะเวลาในกระบวนการพิจารณาคดีนะครับ ซึ่งปัญหาในการบังคับคดีโดยทั่วไป ก็จะมี ปัญหาในเรื่องของการบังคับให้หน่วยงานชดใช้เงินให้แก่คู่กรณี เพราะว่าในส่วนนี้ต้องมี การรอให้หน่วยงานดังกล่าวได้รับงบประมาณก่อนถึงจะสามารถดำเนินการได้
สำหรับสถิติคดีการรับเข้าศาลปกครองชั้นต้นนะครับ ก็จะจำแนกตาม ประเภทเรื่องที่ฟ้อง แบ่งเป็น ๙ ประเภทด้วยกัน โดยจำแนกตามหน่วยงานผู้ถูกฟ้องคดี มากที่สุด ๑๐ อันดับแรกในระดับกระทรวง กรม แล้วก็รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในเอกสารรายงานก็จะปรากฏอยู่ที่หน้า ๔๗-๔๙ แล้วเราก็ได้มีการแสดงรายละเอียด หน่วยงานที่ถูกฟ้องคดีทั้งหมดเพิ่มเติมในรูปแบบของคิวอาร์ โค้ด (QR code) นะครับ ซึ่งอยู่ในเอกสารรายงานหน้า ๔๙ ซึ่งเป็นไปตามข้อแนะนำนะครับ
๓๘/๑
สำหรับเรื่องกรอบระยะเวลาในกระบวนการพิจารณาคดี กรอบการประเมิน ผลสำเร็จการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ของศาลปกครองก็ได้มีการกำหนดกรอบ ระยะเวลาดังนี้นะครับ
คดีทั่วไปให้พิจารณาแล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปีครึ่งถึง ๒ ปีนะครับ คดีสิ่งแวดล้อมก็ให้พิจารณาแล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปี คดีบริหารงานบุคคลให้พิจารณา แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปี ทั้งนี้ก็ให้คำนึงถึงระยะเวลาผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ แล้วก็ใช้ มาตรการคุ้มครองชั่วคราวเพื่อมาเยียวยาความเดือดร้อนแก่คู่กรณีได้ทันการณ์นะครับ
ในอีกส่วนหนึ่งก็คือคดีที่มีคำสั่งรับคำฟ้องหรือไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา พิจารณาแล้วเสร็จให้ภายในระยะเวลา ๑ เดือน คดีที่มีคำสั่งระหว่างพิจารณารวมถึงคำสั่ง ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งบรรเทาทุกข์ คำสั่งทางปกครองในกรณี ฉุกเฉินก็ต้องภายใน ๗ วัน กรณีทั่วไปก็ภายในระยะเวลา ๑ เดือน
อีกข้อหนึ่งในข้อแนะนำ ก็เป็นในเรื่องของการอบรมและการเผยแพร่ข้อมูล ของศาลปกครอง ควรมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับคดีปกครองและการฟ้อง คดีปกครองตามสถานที่ราชการต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสศึกษาข้อมูล และแนวทางการคุ้มครองสิทธิของตนเอง ปัจจุบันตามข้อแนะนำนี้ปัจจุบันศาลปกครองก็ได้มี การประชาสัมพันธ์เผยแพร่แนวทางปฏิบัติราชการที่ดีให้กับหน่วยงานของรัฐ กว่า ๙,๐๐๐ แห่งด้วยกันนะครับ แล้วก็มีการเผยแพร่ผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ ในมิติต่าง ๆ ที่หลากหลายมากขึ้นครับ เช่นในเว็บไซต์ (Website) ศาลปกครองเป็นต้น ทั้งนี้ ในรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองประจำปี ๒๕๖๒ ทางเราก็ได้มีการจัดทำในส่วนของรายงานการวิเคราะห์เหตุแห่งการฟ้องคดีปกครอง เพื่อการวางหลักกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติราชการที่ดีรวมอยู่ด้วย โดยมีรายละเอียด อยู่ในรูปแบบของคิวอาร์โค้ด (QR Code) ในหน้าที่ ๘๔ นอกจากนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ก็มีหน่วยงานที่แสดงความประสงค์เข้ามาศึกษาดูงานที่ศาลปกครองทั้งสิ้น ๔๗ หน่วยงานนะครับ รวม ๕๒ ครั้ง มีผู้เข้ามาศึกษาดูงานทั้งสิ้น ๒,๗๒๙ คน ปรากฏอยู่ในรายงาน หน้า ๙๕ นะครับ
สำหรับการเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาลปกครอง ให้กับหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชนทั่วไป เช่น อบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ ของรัฐผ่านระบบเว็บคอนเฟอเรนซ์ (Web Conference) ซึ่งเป็นระบบประชุมทางไกล ออนไลน์ (Online) ผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์นะครับ ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) นะครับ โดยสามารถทำการประชุมแบบเห็นภาพแล้วก็ฟังเสียง แล้วก็รับส่งข้อมูลได้ในเวลา เดียวกันนะครับ ก็มีการบรรยายให้ความรู้แก่ผู้มาศึกษาดูงาน บรรยายความรู้ทางวิชาการ ให้หน่วยงานของภาครัฐ มหาวิทยาลัย รวมผู้ได้รับความรู้ทั้งสิ้น ๔,๖๔๔ คน นอกจากนี้ก็ได้มี การจัดทำแผนการดำเนินงานความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓-๒๕๖๔ จำนวน ๗ หน่วยงานด้วยกันนะครับ ซึ่งก็ปรากฏอยู่ ในเรื่องการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการคดีนะครับ ในรายงาน หน้า ๙๙-๑๐๓ สำหรับในปี ๒๕๖๒ ต่อเนื่องถึงปีปัจจุบันทางศาลปกครองก็ได้มีการพัฒนา ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีลิทิเกชัน (e-Litigation) แล้วก็ขยายฟังก์ชัน (Function) การทำงานของระบบให้รองรับการใช้งานให้กับคู่กรณีมากขึ้นนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อ เป็นการลดภาระในการเดินทางของประชาชน ลดการใช้กระดาษในการยื่นฟ้องคดี ยื่นคำขอต่าง ๆ แล้วก็ยังสามารถรับหมายศาลหรือเอกสารต่าง ๆ ที่ศาลแจ้งไปยังคู่กรณีผ่าน ระบบได้อย่างรวดเร็วนะครับ รวมทั้งก็สามารถติดตามคดีของตนเองได้ด้วยตนเองอีกด้วยนะครับ ในปี ๒๕๖๒ นี้ทางศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีการเปิดให้บริการยื่นฟ้อง คดีทางอิเล็กทรอนิกส์แล้วตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นมา ก็มีการให้บริการ ครบทุกศาล ซึ่งระบบดังกล่าวก็ประกอบไปด้วยระบบต่าง ๆ เป็นระบบย่อยก็คือทั้งในเรื่อง ของการยื่นฟ้องคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางอีไฟลิง (e-Filing) การชำระค่าธรรมเนียมศาล ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเพย์เมนต์ (e-Payment) รวมไปถึงระบบจ่ายสำนวน อัตโนมัติไปยังองค์คณะนะครับ แล้วก็ระบบแจ้งหมายศาลผ่านระบบรับส่งเอกสารคำคู่ความ โดยคู่กรณีทั้ง ๒ ฝ่าย ก็สามารถยื่นเอกสารคู่ความ แล้วก็เข้าถึงข้อมูลในสำนวนคดีของตนเอง รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวของคดีของตนเองได้อย่างต่อเนื่องครับ
ในโอกาสนี้ครับ ในนามของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณาให้การสนับสนุนการดำเนินงาน ของศาลปกครองด้วยดีตลอดมา แล้วก็ขอน้อมรับคำแนะนำแล้วก็ข้อสังเกตจาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณารายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๒ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน ของศาลปกครองต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ