สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓

ชลน่าน ศรีแก้ว เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายอียู และนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเป้าหมายที่จะนำแนวทางประชาธิปไตยไปใช้ในการปกครอง

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ที่ท่านก็ยอมรับ มาตรง ๆ ว่าท่านได้รับมอบให้มาตอบเฉพาะเรื่องของข้อร่างมติของ ส.ว. แต่ผมก็เรียนแจ้ง ท่านประธานไปเพราะท่านประธานเป็นผู้ถามผมเองว่าจะถามกระทู้เรื่องอะไร ผมเน้น กฎหมายอียู (EU) ด้วย เมื่อท่านไม่ตอบก็ไม่เป็นไร ในเหตุผลของท่านผมฟังได้ครับว่า กระทรวงการต่างประเทศต้องไปอย่างนิ่มนวล สุภาพบุรุษ มีข้อมูลพร้อม แล้วก็ค่อยไป แสดงออก อันนั้นรับได้ครับ รับได้ เพราะท่านเองจะต้องทำอยู่ในระบบที่เป็นทางการ อะไรเป็นข่าวท่านอาจจะเก็บไปดูเป็นข้อมูลอันนั้นไม่ว่ากันครับ แต่ว่าเราในฐานะ สภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน เราไม่มีข้อมูลเชิงระบบอย่างนั้นครับ ทุกสิ่ง ที่เข้าสู่ประเทศ ทุกสิ่งที่เข้าสู่สภาแห่งนี้ โดยเฉพาะสิ่งที่คาดการณ์ไปข้างหน้าว่ามันจะเป็น ผลร้ายต่อประเทศชาติบ้านเมืองนี่เราทิ้งไม่ได้ครับท่านประธาน ขนาดสภาของประเทศอื่นเขายังสนใจ แล้วสภาไทยไม่ให้ความสำคัญเราจะเอาหน้าไปไว้ไหน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ผมจะนำเรื่องนี้ เข้าสู่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร ให้พิจารณาศึกษา ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงต่อทั้ง ๒ เรื่องครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ท่านบอกว่ามีล็อบบียิสต์ (Lobbyist) มีผลประโยชน์ ไม่ใช่ประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง อันนี้น่าสนใจมาก ก็กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ท่านช่วยมาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ จะได้เป็น ประโยชน์ร่วมกันในการที่จะหาทางออกให้กับประเทศนะครับ เราทำเพื่อประเทศ ผมไม่ได้ สนใจตัวนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้สนใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเลย เราจะ ช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศ จะเข้าสู่คณะกรรมาธิการในเรื่องนี้ครับ

เรื่องสุดท้ายที่เป็นคำถามของผม ท่านประธานครับ ผมขอบคุณที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าเราจะยึดมั่นในวิถีทางในการแก้ปัญหาภายในบนพื้นฐานของ สิทธิมนุษยชน ไม่ละเมิดสิทธิ อันนั้นเป็นเรื่องที่ผมรับได้ ขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ แต่สิ่งหนึ่ง ที่จะเป็นคำถามผม ท่านประธานครับ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้นำมาสู่ปฏิบัติเลย ก็คือ คำสั่ง ที่ ๖๖/๒๕๒๕ ท่านประธานครับ แผนรุกฆาตทางการเมือง แก้ปัญหาทางการเมือง คำสั่งนี้ออกตั้งแต่สมัย พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คนคิด คนเขียนแผนการนี้คือ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เพื่ออะไรครับท่านประธาน เพื่อรองรับคำสั่ง ที่ ๖๖/๒๕๒๓ การเอาชนะคอมมิวนิสต์ ทุกคนออกจากป่าเป็นผู้ร่วมพัฒนา ชาติไทย แต่สิ่งที่ต้องทำต่อต้องมีแผนรองรับว่าจะพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง ในระบอบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้อย่างไร มีแผน ๓ ข้อครับ ท่านประธาน ๑. ต้องให้ความรู้เรื่องระบอบประชาธิปไตยว่าอำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย เราปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรื่องที่ ๒ หน่วยงาน ของรัฐต้องมีแผนรองรับที่จะให้โอกาสนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ได้แสดงออกอย่าง อิสระเสรี พัฒนาเขา และที่สำคัญครับ ต้องใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบประชาธิปไตย วิถีประชาธิปไตย ไม่ใช้อำนาจ ไม่ใช้การรัฐประหาร ซึ่งในข้อเรียกร้องของ ส.ว. สหรัฐอเมริกา ก็มีนะครับ บอกว่าถ้าใช้อำนาจทางทหารมายึดอำนาจในการแก้ปัญหาวิกฤติทางการเมืองแล้ว เขาจะเคาน์เตอร์โพรดักทีฟ (Counterproductive) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ท่านประธานครับ เคาน์เตอร์โพรดักทีฟ (Counterproductive) เขาจะตอบโต้อย่างหวังผล อย่างเห็นผล อย่างถึงพริกถึงขิงนะครับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าท่านไม่ตอบครับ แต่ฝากไปบอกนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ถ้าท่านนำเอานโยบาย ๖๕/๒๕๒๕ ที่รองรับคำสั่ง ที่ ๖๖/๒๕๒๓ มาสู่การปฏิบัติแล้ว ข้อที่ ๓ มันจะเกิดขึ้นจริงคือกำจัดเผด็จการทุกรูปแบบ เมื่อกำจัดเผด็จการทุกรูปแบบได้ รับรองครับ สิ่งที่นานาประเทศกำลังจะคว่ำบาตรเรา กำลังจะแซงก์ชัน (Sanction) เรา ขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษครับ มันจะไม่เกิดขึ้น กระทู้เป็นคำถามครับ ถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านจะนำแนวทางหรือแผนการปฏิบัติทางการเมืองนี้ไปใช้ได้หรือไม่ และจะใช้อย่างไร ตอบให้ผมชื่นใจด้วยครับ เพื่อบันทึกไว้ในสภา กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ