ดอน แจงร่างข้อมติสหรัฐไม่มีผลผูกมัด ยันไม่แทรกกิจการไทย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓

ดอน ปรมัตถ์วินัย ชี้แจงถึงร่างข้อมติจากสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในไทย โดยย้ำว่าเป็นเพียงการแสดงท่าทีที่ไม่มีผลผูกพัน และไม่สะท้อนความเป็นจริง พร้อมเปิดเผยว่าไทยได้ดำเนินการทูตเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างรอบด้าน ขณะที่ระบุว่าไม่มีการแทรกแซงกิจการภายในจากสหรัฐ และเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดการปัญหาด้วยความระมัดระวังเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติอย่างยั่งยืน

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ

ขอบคุณนะครับสำหรับกระทู้ กราบเรียนท่านประธานสภา ผม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายมาตอบกระทู้ที่เกี่ยวกับ ส.ว. สหรัฐในเช้าวันนี้

ในเรื่องของกระทู้หวังว่าจะเป็นที่เข้าใจนะครับว่าออกมาทำไม ที่บ้านเรา พูดประหนึ่งว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่ในสหรัฐอเมริกาไม่มีใครเขาสนใจ ทำไมถึงพูดว่าไม่มี ใครสนใจ เพราะว่าเราได้สอบถามตั้งแต่แรกเมื่อได้รับการอะเลิร์ต (Alert) อะเลิร์ต (Alert) นี่ หมายถึงว่าบอกล่วงหน้าในเช้าวันที่ ๓ ธันวาคม และร่างข้อมติดังกล่าวก็ออกมาในช่วงเย็น ของวันที่ ๓ เราตามทันที แม้เวลามี ๖ ชั่วโมง เมื่อร่างข้อมติออกมาวันที่ ๓ ค่ำของ สหรัฐอเมริกาซึ่งเท่ากับตีสามตอนเช้าของวันที่ ๔ ในบ้านเรา สิ่งแรกที่ทางกรมอเมริกา และแปซิฟิกใต้ติดต่อไปก็คือเจ็ดโมงเช้า ห่างกันอยู่ ๔ ชั่วโมงเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ทันที ในขณะเดียวกันในวันเดียวกันตอนบ่ายก็มีการสั่งการปลัดกระทรวง ติดต่อแทมมี ดักเวิร์ธ เพราะว่าปลัดกระทรวงเพิ่งกลับมาจากสหรัฐอเมริกา ก็รู้จักแทมมีดี เพื่อจะถามไถ่ข้อมูลว่า อะไรมันเป็นอะไร เพราะฉะนั้นในวันเดียวกันคือวันที่ ๔ จากตีสาม ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ก็มีการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ท่านคงทราบว่าร่างข้อมตินี่ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ในสหรัฐอเมริกานี่ไม่ถือว่าเป็นปัญหา ถึงกับได้ข้อมูลมาจาก กต. สหรัฐอเมริกาว่าเขามีปัญหา เรื่องการเมืองบ้านเขามากมายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นความเห็นแรกของ กต. สหรัฐอเมริกา ก็คือร่างข้อมตินี่จะต้องคงตกไปก่อนที่จะมีการนำเสนอ เพราะว่าวันสุดท้ายของการประชุมสภา ก็คือวันที่ ๑๘ ธันวาคม พรุ่งนี้นะครับ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้เข้าไปสู่ ณ ที่ใดเพราะฉะนั้นก็จะตกไป แต่แน่นอนเมื่อเปิดสภาใหม่จะนำเสนอใหม่ก็ย่อมได้ แต่เราก็เช็ก (Check) เหมือนกันนะครับ ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร มาจากความสนใจของ ส.ว. สหรัฐอเมริกาจริงหรือไม่ ในท่ามกลาง บรรยากาศของการเมืองภายในของสหรัฐอเมริกาที่คุกรุ่นอยู่ จากผลของการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีก็ยังไม่เรียบร้อย ทุกประการนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคน ในสหรัฐอเมริกามากกว่าเรื่องใด ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไหน ๆ รวมไปถึง ส.ว. บางคน ก็อยู่ในข่ายที่ได้รับการพิจารณาให้อยู่ในตำแหน่งก็มุ่งที่จะไปสู่จุดของตำแหน่งของตน ไม่ได้สนใจเรื่องของประเทศไทยแต่อย่างใด มีการสอบถามหาข้อมูลเรื่องดังกล่าว ถ้าไม่อย่างนั้นอะไรล่ะเป็นต้นเหตุให้เกิดร่างข้อมตินี้ มันก็มีข้อสมมุติฐานอยู่ ๒ ประการ จากการตรวจสอบของเราก็คือ มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันของผู้ที่อาจจะสนใจ ไม่ว่าจะมาจากวงการภายในของสภาหรือข้างนอก

ประการที่ ๒ ก็คือมาจากการล็อบบี (Lobby) จากข้างนอก แล้วเราก็ ตรวจสอบเรื่องนี้เหมือนกัน เราก็พบหลักฐานมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องที่เป็น เจเนซิส (Genesis) หรือเรื่องที่เป็นต้นเหตุของเรื่องร่างข้อมติ เราถือว่าเราพอจะทราบ เป็นนัย ๆ แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ทางสถานทูตก็ออกไปพบกับฝ่ายต่าง ๆ ของ สหรัฐอเมริกา ทั้งในสภา นอกสภา และวงการต่าง ๆ เพื่อจะรับทราบถึงจุด ที่จะเดินต่อไปที่เรียกว่าซิมเพิลรีโซลูชัน (Simple Resolution) ซิมเพิลรีโซลูชัน (Simple Resolution) ก็คือร่างข้อมติที่จะไม่มีผลในการบังคับใช้แต่อย่างใด เป็นเพียงแต่การแสดง ท่าทีนี้ออกมา ก็ได้รับการยืนยันว่าร่างข้อมติดังกล่าวเป็นซิมเพิลรีโซลูชัน (Simple Resolution) ที่ไม่มีผลอันใด แล้วก็กำลังจะตกไปในวันที่ ๑๘ อันนี้ก็คือข้อมูล ที่ขออนุญาตเรียนเพื่อกรุณาทราบว่าเรื่องเป็นเช่นนั้น แต่ว่าในประเทศไทยนี่ก็ถูกกระพือกัน เป็นพิเศษด้วยหลาย ๆ สาเหตุด้วยกัน ก็ขออนุญาตให้ทราบว่ามันมีความแตกต่างกัน ของการมองเรื่องนี้ในสหรัฐอเมริกา แม้กระทั่งมองจากภาคของฝ่ายทางการ ภาครัฐบาล ที่กระผมได้กล่าวไป เกริ่นไปว่าเรื่องนี้คงไม่ผ่านแล้ว เพราะว่าจะตกไปแล้ว แล้วมีเรื่องของ การเมืองภายในมากมายเหลือเกินที่ยังไม่ได้ดูกันในสภา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ใน ความสนใจ แล้วประกอบกับทางประธานาธิบดีและคนของประธานาธิบดีก็กำลังเตรียมตัวกัน เกี่ยวกับเรื่องเข้ารับตำแหน่ง เพราะฉะนั้นมีเรื่องที่อยู่ในบัญชีที่มีความเร่งด่วนสูง ก็ขออนุญาตเรียนว่านี่เป็นข้อมูลที่ได้มา แต่อย่างไรก็ตามอย่างที่ได้กล่าวว่าเราก็พยายาม จัดท่าทีทั้งหลายเมื่อวันที่ ๑๐ ในช่วงวันหยุดรัฐธรรมนูญนี่เราก็มีหนังสือนอกเหนือไปจาก ที่มีการติดต่อก่อนหน้านั้นตั้งแต่วันที่ ๔ เช้านี่นะครับ วันที่ ๑๐ ก็มีหนังสือออกไป ๒ ฉบับ สำคัญ แต่ว่าแตกย่อยออกไปเป็น ๙ ฉบับ ๙ ฉบับนั้นก็คือถึงแต่ละคนที่เป็นโคสพอนเซอร์ (Co-Sponsor) ของร่างข้อมติ แต่อีกฉบับหนึ่งนั้นไปถึงประธานคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศของวุฒิสภาเพื่อให้เขาได้เข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วเราก็หวังว่าในการดำเนินการต่าง ๆ ที่จะตามมาไม่ว่าจากฝ่ายใด จะมาด้วย ความสมเหตุสมผล สมดุล และได้คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย สหรัฐอเมริกา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้คำนึงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย คำว่า สถานการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย นั้นเป็น ๑ ใน ๔ ข้อแรกที่เราออกไปเมื่อวันที่ ๕ เพื่อให้มี การรับรู้ว่าปฏิกิริยาแรกเริ่มของกระทรวงการต่างประเทศหรือของประเทศไทยเกี่ยวกับ เรื่องนี้เป็นเช่นใด

ประการแรก ขออนุญาตย้อนว่าเมื่อวันที่ ๕ ได้กล่าวว่า ประการแรก เรื่องนี้ สิ่งที่ปรากฏในร่างข้อมติทั้งหมดมันไม่ได้สะท้อนถึงสถานการณ์ที่เป็นจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย มันมีสาเหตุหลายประการที่ทำให้เกิดร่างข้อมตินี้

ประการที่ ๒ ก็คือประเทศต่าง ๆ ไม่ได้มีใครมีความสนใจในเรื่องนี้เลยนะครับ ที่กล่าวถึงประเทศต่าง ๆ ก็คือว่าในประเทศไทย อย่างน้อยที่สุดสถานทูตทั้งหลายที่มีอยู่ใน ประเทศไทย ไม่มีใครนำเสนอความห่วงกังวลเกี่ยวกับเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

ประการที่ ๓ สิ่งที่ออกมาเราเชื่อว่าไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา แต่อย่างใด

ประการที่ ๔ สิ่งที่ออกมานี่มันจะสร้างปัญหาตามมาในอีกหลาย ๆ ด้าน ด้วยกัน ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแง่ของการเข้ามาสู่ภูมิภาคและประเทศไทย โดยอีกหลาย ๆ ประเทศที่สนใจติดตามเรื่องนี้

อันนี้อย่างน้อยที่สุดเป็น ๔ ข้อที่ได้ให้ออกไปเมื่อวันที่ ๕ ขออนุญาต เรียนด้วยว่าเราได้สอบถามทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาที่นี่นะครับ คำตอบก็เช่นกัน และแม้กระทั่งคำตอบสุดท้ายก็คือเมื่อวานนี้เอง ในช่วงรับประทานอาหารกลางวันก็ได้รับเชิญไปทานอาหารที่บ้านทูตสหรัฐอเมริกาก็คุยกัน บ้างเล็กน้อยในเรื่องนี้ แต่ทราบดีว่าไม่ใช่เป็นอิชชู (Issue) สำคัญ ถึงกระนั้น ทางเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกันก็ได้กล่าวในลักษณะที่ผมขออนุญาตอ่านให้ฟังว่า ชื่นชมที่ สถานการณ์ชุมนุมประท้วงในภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบ และทางการได้ใช้ความอดกลั้น ในการรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง โดยจากการหารือกับภาคเอกชนสหรัฐอเมริกา ในประเทศไทยไม่ได้มีข้อห่วงกังวล นอกจากนี้เป็นเรื่องปกติที่กระบวนการพัฒนา ประชาธิปไตยในทุกประเทศย่อมมีช่วงที่ประสบปัญหาความท้าทาย รวมถึงในสหรัฐอเมริกา ที่มีการประท้วงอยู่บ่อยครั้งตลอดเวลา ตนเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถหาทางแก้ไข สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันได้ในที่สุด อันนี้ก็เป็นมุมที่ได้ให้มา ก็ขออนุญาตตอบ ในภาพใหญ่แล้วก็ในสิ่งที่ได้ตอบไปก็หวังว่าได้ตอบข้อย่อยที่ท่านถามไปอีก ๒ ข้อนะครับว่า เป็นเรื่องของการแทรกแซงในไทยหรือไม่ คือแทรกแซงในไทยนี่ไม่ได้มาจากรัฐบาลของ สหรัฐอเมริกาอันนี้เรามีความชัดเจนอยู่แล้วจากการที่คุยกับทางกระทรวงการต่างประเทศ ของสหรัฐอเมริกาโดยผ่านสถานทูตไทยซึ่งได้ให้ข้อมูลอย่างชัดเจนอย่างที่ได้กล่าวแล้ว ว่ามีปัญหาในบ้านเมืองของตนเองมากมาย แม้กระทั่ง ณ วันนี้ที่แคลิฟอร์เนียคนตาย ๒ คน ต่อ ๑ นาทีในเรื่องของโควิด (COVID) และคนเริ่มขนย้ายตัวเองออกจากแคลิฟอร์เนีย แทบจะเรียกว่าไม่มีคนใหม่จากรัฐอื่นที่เข้าไปตั้งรกรากที่แคลิฟอร์เนียเหมือนปีก่อน ๆ เพราะฉะนั้นปัญหาเขามากมาย ไม่ใช่ปัญหาที่ทาง ส.ว. สหรัฐอเมริกาให้ความสนใจที่จะมาดูว่า ในประเทศไทยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ณ วันนี้ อันนี้ก็เป็นมุมของทางภาคฝ่ายบริหาร แล้วก็ ขออนุญาตเพิ่มเติมว่าเรื่องแทรกแซงนี่เราก็ตระหนักดี เรารับรู้ว่าเป็นความห่วงใยของคนไทย ในหลายแวดวง แต่ในชั้นนี้จากส่วนที่เกี่ยวพันกับร่างข้อมตินี้เราไม่ได้คิดว่าจะมีข้อห่วงใย เกี่ยวกับการแทรกแซงแต่อย่างใด นอกเหนือจากว่าจากการติดตามเรื่องนี้เพิ่มเติมเพื่อจะไป พบที่มาที่ไปที่ได้กล่าวเมื่อสักครู่ว่ามีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ก็ดี หรือเป็นการนำเรื่องนี้ เข้ามาจากวงนอกของวุฒิสภาและเราจะติดตามต่อไป แต่เราได้กลิ่นอายว่ามันมีส่วน อย่างมากในแง่ของการล็อบบี (Lobby) แต่เชื่อว่าผลจากการนี้คงจะทำให้คนไทยในแวดวงต่าง ๆ มีความเบาใจลงได้บ้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้มองข้ามปัญหานี้ อันที่จริงไม่เคยมองข้ามปัญหาใด ๆและข้อสำคัญก็คือเวลาเราเจอปัญหาเราไม่โวยวาย เราไม่เป็นมวยวัดออกมาอาละวาดในสื่อหรือในที่ใด ๆ เราค่อยดูแลจัดการหาข้อมูลเพื่อให้ มีการตอบหรือปฏิกิริยาโต้ตอบในเรื่องนี้อย่างเหมาะสมกับความเป็นรัฏฐาธิปไตยของ ประเทศไทย เหมาะสมกับความเป็นประเทศที่มีอดีตอันยาวนาน มีความเหมาะสมกับอีก หลาย ๆ เรื่องที่เป็นฐานรากสำคัญของความมั่นคงของประเทศ เพราะฉะนั้นอะไรก็ตาม ที่ท่านได้ยินอยู่ข้างนอกนี่มันก็เป็นบริบทปกติของคนไทยที่ท่านรับรู้อยู่ เพราะว่าท่านก็อยู่ใน วงสื่อ อยู่ในวงอะไรต่ออะไรผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่าท่าทีแบบนี้ ปฏิกิริยาที่ออกมา ที่บางครั้งก็อดไม่ได้ที่เราพูดกันภายในว่ามันเวอร์เสียเหลือเกินมันจะทำให้เกิดผลในทางลบ กับประเทศไทย อันนี้พูดถึงเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้พูดเรื่องนี้โดยตรง แต่ขอให้คนไทยเรามี ความมั่นคง มีจิตใจมั่นคงที่จะรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ และมีความใจเย็นใจร่ม ๆ มากขึ้น เมื่อได้รับข่าวอันใด ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องที่ออกมาเป็นข่าวจะต้องไปรีแอกต์ (React) อยู่ตลอดเวลา และรีแอกต์ (React) ทันควันแล้วต้องไปต่อสู้กันอยู่ในสื่อบนหน้าหนังสือพิมพ์หรือในเวทีใดก็ตาม โดยไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมหรือหาข้อมูลให้ครบ ก็เชื่อว่าถ้าเป็นเช่นนั้นหาข้อมูลให้ครบ มีความพร้อมเราก็จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาลในภายหน้ากับทุกวงการ โดยเฉพาะกับ ประชาชนคนไทย ขอขอบคุณครับ