มานพ คีรีภูวดล อภิปรายการปฏิรูปประเทศโดยเน้นการปรับโครงสร้างอำนาจระหว่างรัฐส่วนกลาง ท้องถิ่น และประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการปฏิรูปที่ผ่านมาไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงหากยังไม่แตะโครงสร้างอำนาจหลัก จึงเรียกร้องให้มีกระบวนการปฏิรูปที่เปิดกว้าง มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และหลีกเลี่ยงการทำงานแบบปิดล้อม เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ยั่งยืนและไม่เกิดการทับซ้อนหรือรุกล้ำอำนาจระหว่างกัน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมขออนุญาตอภิปรายนะครับ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์วิษณุ ที่กรุณามาฟังนะครับ ผมได้อภิปรายคราวที่แล้วว่าการปฏิรูปนี่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือการปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง อำนาจ เอกสารที่ผมเห็นก็คือว่ามันไม่ใช่เป็นเรื่องการปฏิรูป มันเป็นเรื่องปกติ งานปกติ ของส่วนราชการ ของหน่วยงานที่ทำอยู่แล้วนะครับ อันนี้สิ่งที่ผมย้ำตลอดว่าถ้าจะคิด เรื่องปฏิรูปคำนี้มันเป็นคำใหญ่ แล้วถ้าจะให้มันมีพลังก็ต้องพูดเรื่องของโครงสร้างอำนาจ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่ากรรมการที่ทำเรื่องนี้เข้าใจคำว่า ปฏิรูป ครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่า ท่านติดด้วยอะไร แล้วผมก็เชื่อว่าท่านมีความสามารถและมองอะไรทะลุ และมีประสบการณ์ ในการทำงาน แล้วผมเข้าใจว่าคำว่า ปฏิรูปประเทศ มันต้องไปดูเรื่องโครงสร้างอำนาจ เพราะฉะนั้นผมถือโอกาสพูดความในใจว่าสิ่งที่ผมอยากจะเห็นคณะกรรมการที่จะต้องทำ เรื่องการปฏิรูปประเทศเป็นอย่างไรบ้างนะครับท่านประธาน การปฏิรูปผมดูอยู่ ๒ เรื่องครับ เรื่องแรกก็คือเรื่องเชิงเนื้อหา เรื่องที่ ๒ คือเชิงกระบวนการ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นนี่ในเชิง เนื้อหาผมมอง ๒ ประเด็นครับ ประเด็นแรกก็คือว่าการจัดความสัมพันธ์อำนาจของรัฐ ส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นจะอยู่กันอย่างไร ประเด็นที่ ๒ คือการจัดความสัมพันธ์ของราชการ กับประชาชน อันนี้คือเนื้อหาที่ผมอยากจะเห็นในเรื่องของการปฏิรูปนะครับ ไม่ใช่ว่าหน้าที่ ในรายละเอียดที่มีอยู่อันนี้มันเป็นเรื่องปกตินะครับ เพราะฉะนั้น ๑๒ เรื่อง ๑๒ ด้านที่ คณะกรรมการได้นำเสนอในประเด็นการปฏิรูปนี่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยถ้ากรรมการ ไม่ได้แตะ ไม่ได้ทำ ไม่ได้คิดในเรื่องของการปฏิรูปเรื่องของโครงสร้างอำนาจ โครงสร้าง อำนาจมันก็มีแค่ ๒ ส่วน คือรัฐส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค แล้วก็อำนาจราชการกับอำนาจ ของประชาชน มีแค่ ๒ เนื้อหาตรงนี้ครับท่านประธาน ทำไมผมพูดเรื่องอย่างนี้ครับ ๑๒ เนื้อหานี่นะครับ มันก็คือเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน เป็นประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในประเทศนี้ ทำไมผมถึงบอกว่าเราจำเป็น จะต้องจัดความสัมพันธ์ระหว่างส่วนภูมิภาคแล้วก็ส่วนกลางว่าอะไรส่วนกลางควรจะทำ อะไรส่วนภูมิภาคควรจะทำ ถ้าเราพูดเรื่องนี้กันนะครับ แต่เราไม่ได้แบ่งหน้าที่ว่าอะไร เป็นหน้าที่ของส่วนกลาง อะไรเป็นหน้าที่ของส่วนท้องถิ่น มันไม่มีทางจะทะลุไปได้ครับ เราก็จะทะเลาะกันไป ผมอยู่ในพื้นที่นี่ผมทราบดีครับท่านประธาน ๑ ตำบล มีหน่วยงาน ส่วนภูมิภาคและส่วนกลางลงไปเต็มหมดเลย มีตั้งแต่กระทรวง มีตั้งแต่ทบวง และมีภูมิภาค และแต่ละครั้งที่ลงพื้นที่ก็ลงไปตามหน่วยงาน ตามภารกิจงบประมาณลงไป ๑ เดือน ก็คือ มี ๓๐ หน่วยงาน ก็ลง ๓๐ วันนะครับ และจะให้พี่น้องประชาชนทำกันอย่างไร สิ่งที่ผม อยากจะเห็นครับท่านประธาน บทบาทของรัฐบาลส่วนกลางมันต้องเป็นฝ่ายสนับสนุน หลาย ๆ เรื่องที่มันอึดอัด มันเดินไม่ได้ มันไม่ทะลุทะลวง มันไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ เรื่องความเหลื่อมล้ำได้ มันไม่สามารถที่จะตอบโจทย์เรื่องความยุติธรรมได้เพราะว่า ส่วนกลางเป็นคนผูกขาดอำนาจ หลาย ๆ เรื่องมันไม่ได้ปลดปล่อยอำนาจของท้องถิ่น ผมอยู่ท้องถิ่นผมรู้ครับ ผมอยู่กับพื้นที่ผมรู้ครับท่านประธาน ทำไมเราไม่ปล่อยให้ท้องถิ่น ได้มีศักยภาพในการพัฒนา ผมยกตัวอย่างแม่ฮ่องสอนก็ได้ ตากก็ได้ เชียงรายก็ได้ เขาก็มี ศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจด้านชายแดน ด้านวัฒนธรรม ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือมิติอื่น ๆ เรามีศักยภาพในการที่จะจัดเรื่องของการศึกษา สังคม สาธารณสุข เยอะแยะมากมายที่เป็นอยู่นะครับ เพียงแต่ว่าผมอยากจะฝากอย่างนี้ครับ ถ้าเราไม่คิดและไม่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง อย่าไปเรียกว่าปฏิรูปเลยครับ อย่าไปเรียกว่า ปฏิรูป สิ่งที่ผมย้ำตลอดว่าท่านกรรมการที่ทำหน้าที่เรื่องนี้ ท่านต้องบอกนะครับว่าที่ท่าน ทำไม่ได้ ที่ ส.ส. เรียกร้องให้ทำนี่ทำไม่ได้มันเพราะอะไร เพราะรายงานทุก ๆ ครั้งมันก็เป็น เรื่องเดิม ว่ามันเป็นหน่วยงานปกติทำอยู่แล้ว ที่ทำไม่ได้เพราะอะไรครับ ผมอยากจะทราบ เหมือนกันครับ และถ้าอย่างนั้นคือไม่ต้องใช้คำว่าปฏิรูป
ในส่วนของประเด็นที่ ๒ ในเนื้อหาครับท่านประธาน เรื่องของการจัด ความสัมพันธ์อำนาจของราชการกับประชาชน ตอนนี้ก็จะมีราชการอยู่ ๒ ส่วน ถ้าตามที่ ผมเสนอคือราชการส่วนกลาง แล้วก็ราชการส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นก็คือว่าอำนาจ ของราชการทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น กับอำนาจของประชาชนและองค์กรประชาชน มันจะสัมพันธ์กันอย่างไร มันจะไม่ก้าวก่ายกันอย่างไร มันจะไม่รุกล้ำกันอย่างไร เพราะฉะนั้นก็คือว่าในหลาย ๆ เรื่องมันมีคำว่าท้องถิ่น มันมีคำว่าเฉพาะ มันเป็น อำนาจของประชาชนในบางเรื่อง รัฐไม่สามารถที่จะแทรกแซงได้ ผมว่าอันนี้เรื่องนี้ จะต้องไปคิดและไปตีดูว่าอำนาจของประชาชน อำนาจของท้องถิ่น อำนาจของส่วนกลาง จะสัมพันธ์เกี่ยวข้องและไม่ขัดแย้งกันอย่างไร ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ ๒ ในเชิงเนื้อหา
สุดท้าย ในเชิงกระบวนการ ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศไม่ใช่ทำกัน เงียบ ๆ ไม่ใช่ว่าตั้งขึ้นมา ๒๐ คน ๓๐ คน แล้วมานั่งคุยกัน แล้วก็ขอให้ลูกน้องส่งเอกสารมา ลูกน้องทำรายงานแปะ ๆ อย่างนี้ไม่ได้ครับ การปฏิรูปประเทศมันต้องเป็นเรื่องกระบวนการ พลังสังคมทั้งประเทศครับท่านประธาน การปฏิรูปประเทศมันต้องเป็นเรื่องการมีส่วนร่วม ของคนทุกชนชั้น การปฏิรูปประเทศมันต้องเป็นเรื่องราวของกลุ่มคนต่าง ๆ ที่หลากหลาย ในประเทศนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องของกลุ่มคนที่เราเรียกว่าคนที่มีความรู้ก็ได้ คนที่มีสถานะก็ได้ มันไม่ใช่แค่นี้ครับ ถึงแม้ว่าท่านจะเขียนออกมาดีอย่างที่ผมพูดก็ได้นะครับ ท่านสามารถเขียน แล้วปฏิรูปได้ แต่กระบวนการอารมณ์ร่วมในสังคมมันไม่เกิด มันก็คือแค่เอกสารเล่มหนึ่ง มันคือเพเพอร์ (Paper) เล่มหนึ่งที่ไม่มีความหมายเลย เพราะฉะนั้นที่ผมเสนอ ๒ ประเด็น หลัก ๆ ก็คือว่าถ้าจริงจังที่จะคิดการปฏิรูปประเทศให้มีพลังจริง ๆ ในเชิงเนื้อหาคือเรา จะทำอย่างไรให้รัฐส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกันอย่างไร เพื่อที่ จะไม่ขัดแย้งซึ่งกันและกัน ส่วนที่ ๒ ก็คือในเชิงเนื้อหา อำนาจของราชการ และประชาชน จะสัมพันธ์อย่างไรที่ไม่มีความขัดแย้งแล้วก็เกิดผลในทางที่จะเกื้อหนุนกัน ประเด็นเนื้อหา ก็คือในเชิงกระบวนการ อย่าทำแบบเงียบ ๆ ครับ จะต้องทำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม สร้างกระบวนการและองค์กรที่มีพลังจริง ๆ ขอบคุณมากครับท่านประธาน