พิสิฐ ลี้อาธรรม ท้วงติงความล่าช้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจและแผนฟื้นฟูจากโควิด-19 ที่ยังไม่ตอบโจทย์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงการใช้งบประมาณ 4 แสนล้านบาทอย่างชัดเจนและปรับแนวทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยเน้นความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐ ส่งเสริมเอสเอ็มอี แก้ไขระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ และผลักดันกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจที่ยังค้างอยู่อย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมก็ขอขอบคุณทางสำนักงานที่ได้พยายามที่จะนำเสนอรายงานความคืบหน้า ซึ่งก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ว่าเมื่อผมดูรายงานฉบับนี้แล้ว ก็ยังไม่ได้ตอบโจทย์ในปัญหาที่เราประสบอยู่ในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ เศรษฐกิจซึ่งเป็น แผนการปฏิรูปประเทศด้านที่ ๕ ที่มีปรากฏอยู่ ท่านได้พูดถึงเรื่องของเป้าหมายแข่งขัน ได้กระจายประโยชน์สู่ประชาชน และเติบโตยั่งยืน อันนี้คงไม่มีใครโต้แย้งนะครับ แต่ในเรื่องของ สถานการณ์ ท่านพูดถึงเรื่องของปริมาณและคุณภาพ เรื่องบทบาทของรัฐและปัญหา กฎหมาย อันนี้ก็เป็นเรื่องของปัญหานะครับ แต่ผมคิดว่าสถานการณ์ในปัจจุบันโดยเฉพาะ ในปีนี้เป็นสถานการณ์ที่ทางด้านเศรษฐกิจมีความสำคัญแล้วก็มีความเปลี่ยนแปลง ที่รุนแรงมาก มีภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก มีปัญหาที่มาจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ทำให้ประเทศไทยก็ต้องเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ถึงแม้ว่าตัวเลขจะมีการปรับให้ ดีขึ้นหน่อยหนึ่ง แต่ก็ยังติดลบ ล่าสุดเห็นทางการก็ประกาศไว้ว่าจะติดลบถึง ๗.๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการชะลอตัวที่หนักหน่วงมาก เหตุการณ์อย่างนี้ก็ชอบที่รัฐบาลจะต้องมี การนำเสนอแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจว่าจะให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาแห่งนี้ก็ได้อนุมัติเงินตามพระราชกำหนดการกู้เงิน ๑ ล้านล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีงบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ให้ไปดำเนินการในเรื่องของการฟื้นฟู เราคงอยากจะเห็นว่า ท่านได้เอาเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาช่วยในเรื่องของการปฏิรูปเศรษฐกิจในครั้งนี้อย่างไร ในการให้เศรษฐกิจได้มีการฟื้นตัว ถ้าเกิดโรคโควิด (COVID) มันจางหายไป หรือว่า เราสามารถควบคุมได้ เศรษฐกิจไทยก็จะมีการปรับตัว ปรับโครงสร้างให้เราสามารถแข่งขัน ให้เราสามารถที่จะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เป็นไปตามเป้าหมายที่เราต้องการ ที่ผ่านมา หลายปีมานี้เศรษฐกิจไทยก็ถูกตีตราว่าเราเป็นคนป่วยของอาเซียน (ASEAN) เพราะว่า เศรษฐกิจไทยโตช้าที่สุด แถมเมื่อเจอวิกฤติโควิด (COVID) เราก็มีการถดถอยที่มากที่สุด ในอาเซียน (ASEAN) ผมก็อยากจะเห็นท่านใช้โอกาสนี้ในการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า เราจะต้องมีการเสนอแผนปฏิรูปเศรษฐกิจให้สภา ให้ประชาชนได้เห็นทุก ๆ ไตรมาส ท่านน่าจะต้องมีการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ว่าน่าเสียดาย ที่ในรายงานฉบับนี้ท่านไม่ได้กล่าวถึงในเรื่องนี้เลย ขณะเดียวกันท่านได้พยายามที่จะนำเสนอ เนื้อหาของความคืบหน้าว่าในไตรมาสที่ผ่านไปก็คือไตรมาสเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ปีนี้ ได้มีความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนนี้อย่างไรบ้าง ก็มี ๓ ประการที่ท่านได้ นำเสนอ
ประการที่ ๑ เป็นเรื่องของการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งผมถือว่าอันนี้ ไม่ใช่การปฏิรูป อันนี้เป็นการทำงานปกติของหน่วยงานราชการ แล้วกว่าจะมีผลออกมา ก็เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศเท่านั้น แต่การปฏิรูปมันหมายถึงการผ่าตัดองค์กรภายใน ในระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของภาครัฐว่าเราจะผ่าตัดภาครัฐภายใน อย่างไรเพื่อเราจะได้เติบโตต่อไปอย่างแข็งแรงได้ ยิ่งในปัจจุบันเราเจอแรงกดดันทางการค้า ในเรื่องของประเทศมหาอำนาจได้ยกเลิกจีเอสพี (GSP) ประเทศไทยไปบางส่วน แล้วก็เชื่อว่า ในอนาคตเขาจะต้องมีการกดดันเรามากขึ้น เพราะฉะนั้นเราจะมีวิธีการไหนที่จะปฏิรูป เศรษฐกิจให้ภาคเศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์จีเอสพี (GSP) สามารถที่จะฟื้นตัว สามารถที่จะ แข่งขันได้ มีอะไรที่เราจะต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาครัฐ ผมอยากเห็นสิ่งนี้ได้มี ปรากฏขึ้นนะครับ
ประการที่ ๒ ท่านพูดถึงความคืบหน้าของเรื่องเอสเอ็มอี (SMEs) ว่า มีการตกลงกันในระหว่างหน่วยราชการของรัฐว่าจะมีการตั้งเกณฑ์ไว้ว่าจะมีการให้ เอสเอ็มอี (SMEs) สามารถมาประมูลงานได้อย่างน้อยร้อยละ ๓๐ อันนี้ก็เป็นความพยายาม ที่ดีครับ แต่ผมคิดว่าอันนี้ก็ยังไม่ใช่การปฏิรูป เป็นความดำริที่ท่านอาจจะมี แต่ถ้าปฏิรูปจริง ต้องมีแอ็กชัน (Action) เกิดขึ้นนะครับ
แล้วประการสุดท้าย ท่านก็พูดถึงเรื่องของประกันสังคม แล้วก็บอกว่า มีมาตรา ๔๐ ซึ่งไตรมาส ๓ เขาก็รายงานว่ามีผู้ประกันตนสะสมมากขึ้นเป็น ๓.๓ ล้านคน จริง ๆ ท่านน่าจะทราบว่าคนที่อยู่ในระบบประกันสังคมทุกวันนี้มีประมาณ ๑๕ ล้านคน แต่คนที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมนี่มีถึงกว่า ๒๐ ล้านคน พูดง่าย ๆ คือแรงงานส่วนใหญ่ นี่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม เพราะฉะนั้นบ้านเรานี่ที่ผ่านมาก็เลยพยายามที่จะหา วิธีการที่จะให้คนที่ไม่อยู่ในระบบเข้ามาโดยสมัครใจ ๓.๓ ล้านคนที่ท่านได้มาในอัตราแบบนี้ ต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าที่จะครบ ๒๐ ล้านคน แล้วก็ไม่เชื่อว่าจะได้นะครับ ผมคิดว่า สิ่งนี้ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องของการปฏิรูป เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ท่านตั้งโจทย์ให้ดี ๆ ครับ ในการรายงานครั้งหน้า ผมไม่อยากที่จะต้องมาว่ากล่าวในลักษณะนี้อีกนะครับ เพราะว่า ผมก็เคารพท่านในการที่จะต้องทำการบ้านมาให้ประชาชนและสภาได้เห็นนะครับ แต่ว่า ก็อยากจะขอท้วงติงไว้เพื่อจะได้นำไปสู่การปรับปรุงนะครับ
ในส่วนของประกันสังคมนี่นะครับ ก็อยากจะขออนุญาตเรียนนำเสนอครับว่า ขณะนี้ทางทีมงานของคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ก็พยายามที่จะมีการศึกษาเรื่องนี้มีการนำเสนอที่จะมีการปฏิรูประบบประกันสังคม โดยการแยกในส่วนที่เป็นการเงินเพื่อชราภาพนี่ออกมานะครับ เรื่องของแก่ก็คือชราภาพนี่ เรามีการบรรจุไว้ในประกันสังคมปะปนกับเรื่องอื่น เช่น เรื่องของการเกิด การป่วย หรือการพิการ รวมไปถึงการเสียชีวิต แล้วก็เรื่องของการว่างงานนะครับ ทางเราก็คิดว่า ระบบที่มีอยู่ปัจจุบันของประกันสังคมนี่มีการออกแบบมากว่า ๓๐ ปี โดยลอกแบบของ สวีเดนมาในสมัยโน้น ซึ่งปัจจุบันสวีเดนเขาก็เปลี่ยนไปแล้วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัญหาของชราภาพนี่นะครับ เรามีปัญหาเรื่องที่คนไทยทุกคนมีอายุยืนมากขึ้น แต่ไม่มีเงิน ใช้ในยามชรา ก็ได้มีการนำเสนอกฎหมายหลายช่องทางด้วยกันนะครับ ประชาชนเองก็มี การนำเสนอกฎหมายเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อจะให้มีบำนาญให้กับประชาชน ทางกระผมเองก็ได้ ร่วมกับทีมงานในพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ก็มีการนำเสนอเรื่องนี้แล้วก็จะมีการนำเสนอเป็นกฎหมาย มาเพื่อจะให้สภาได้เห็น เพราะฉะนั้นก็อยากจะเห็นภาครัฐได้ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยว่าท่านควร จะต้องมีการปฏิรูประบบประกันสังคมอย่างไร โดยแยกส่วนที่เป็นชราภาพออกจากส่วนที่ เป็นเกิด เจ็บ แล้วก็ตายนะครับ หรือว่างงานออกมา เพราะว่าส่วนที่เป็นชราภาพนี่มันเป็น เรื่องของการลงทุนระยะยาวมันมีลักษณะคล้าย ๆ กับเรื่องของ กบข. ที่ข้าราชการทุกท่าน เป็นสมาชิกอยู่ ก็คือจะต้องมีการเก็บเงินไว้เพื่อใช้ในยามชรานะครับ ซึ่งส่วนนี้ก็คงจะต้องมี การเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ แล้วก็อาจจะมีข้อโต้แย้งจากบางท่านบางส่วนที่อาจจะ ไม่อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นนะครับ ผมก็อยากจะขออนุญาตฝากให้กับทางสำนักงานได้ช่วยดูแล ตรงนี้ด้วยครับ
ประการสุดท้ายก็คือท่านได้นำเสนอเอกสารในส่วนของการปฏิรูปเศรษฐกิจ นะครับ โดยมีข้อมูลของกฎหมาย ๓๕ ฉบับ ผมเรียนเปรียบเทียบกับการนำเสนอเมื่อครั้ง ที่ผ่าน ๆ มาของท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนสิงหาคมที่เราอธิปรายไปก็ดี หรือเดือนมิถุนายนนะครับ เบ็ดเสร็จแล้วนี่ผมสรุปได้ว่ากฎหมายที่ท่านเตรียมจะนำเสนอนี่ ไม่ได้มีความคืบหน้าเลยครับ ทุก ๆ ตัวอักษรที่ท่านนำเสนอเมื่อตอนปลายปีที่แล้วหรือต้นปีนี้ แล้วอภิปรายในสภานี้เป็นตัวอักษรเดียวกับที่มาเสนอวันนี้นะครับ ทั้ง ๓๕ ฉบับ ไม่มีอะไร คืบหน้าเลยครับ กฎหมายที่ท่านบอกว่าผ่านไป ๘ ฉบับนี่ก็ผ่านโดยสภาชุดที่แล้วก็คือ สนช. สภาแห่งนี้อยู่มาปีกว่ายังไม่เคยได้เห็นกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจเลยครับ ก็ขออนุญาตทักท้วง ไว้ครับ ขอบพระคุณมากครับ