นิคม วิจารณ์ปฏิรูปถอยหลัง ผลักดันปฏิรูปทุกมิติอย่างจริงจัง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

นิคม บุญวิเศษ วิพากษ์ความล้มเหลวของการปฏิรูปประเทศที่ถอยหลังในรอบ 6 ปี เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันการปฏิรูปอย่างจริงจังในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมผ่านการลดขนาดกองทัพและพัฒนาสู่กองทัพมืออาชีพ พร้อมผลักดันการปฏิรูปกระทรวงเกษตรเพื่อส่งเสริมการเกษตรยั่งยืนด้วยนวัตกรรม การปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การพัฒนาศักยภาพด้านสาธารณสุขผ่านการวิจัยและผลิตยาในประเทศ และการปฏิรูปสื่อให้เน้นจรรยาบรรณและขจัดอคติ รวมถึงการกำหนดเป้าหมายการปฏิรูปที่ชัดเจนทั้งด้านเวลาและงบประมาณ

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออภิปรายรายงานความไม่คืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๗๐ ทำไมผมถึงบอกว่า ความไม่คืบหน้าที่ผ่านมามีการรายงานตลอดระยะเวลา ๓ เดือนทุกครั้งผมยังไม่เห็นมี ความคืบหน้าใด ๆ เลย ท่านให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฐานะเป็นเลขานุการ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศมาเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาครับ โดยที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ท่านประธานครับ คำว่า ปฏิรูปประเทศ ฟังแล้วมันยิ่งใหญ่ มันเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน ในสมัยหนึ่ง เรามีความขัดแย้งกัน จึงมีคนเสนอว่าจะต้องปฏิรูปประเทศ เราฟังแล้วรู้สึกดีใจว่า มันเป็นไปได้หรือ คำว่า ปฏิรูปประเทศ คือมันต้องทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมถูกไหมครับ ฉะนั้นคนที่ อาสามาปฏิรูปประเทศจะต้องมีความรู้ความสามารถมากกว่าคนเก่า ต้องเป็นคนที่เก่งมาก ๆ แล้วถามว่าเป็นอย่างไรครับ ๖ ปีที่ผ่านมานี่ปฏิรูปประเทศมันถอยไป มันถอยหลังกลับคืน มันแย่กว่าเดิมครับท่านประธาน หรือท่านใดคิดว่ามันดีขึ้น เราต้องยอมรับจริง ๆ ว่า การปฏิรูปประเทศเราต้องทำระบบใหญ่ ไม่ใช่ให้คณะกรรมการแค่ชุดเดียวมาทำกัน เจ้าภาพ ก็ต้องรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ กระทรวง ทบวง กรมเป็นเจ้าภาพ ไม่มีใครสามารถทำเองได้หรอกครับ คณะกรรมการจะมีกี่คนผมไม่เชื่อ ท่านมีความรู้ ความสามารถมากกว่าคนเก่าหรือคนอื่นหรือครับ เราเหมือนกำลังหลอกกันเองหรือเปล่า เสียเวลายืดเวลามา ๕-๖ ปี ไม่มีความคืบหน้าเลยครับ เสียงบประมาณเปล่า ๆ เรามี กระทรวง ทบวง กรมอยู่แล้ว ผมเคยอภิปรายในสภานี้ว่าไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไรครับ

กระทรวงกลาโหมก็ปฏิรูปกระทรวงกลาโหมไปชัด ๆ ไปเลยว่าจะทำอะไร ให้มันดีขึ้นกว่าเดิม ถูกไหมครับ ลดขนาดกองทัพลงมา ใช้เทคโนโลยีเข้ามา ลดค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ลดการเกณฑ์ทหาร ต้องเป็นทหารมืออาชีพ ต้องมีการสมัครทหารมืออาชีพเข้ามา กระทรวงกลาโหมจึงพัฒนาตัวเองได้ นี่คือการปฏิรูปกระทรวงกลาโหม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ครับ ทำนา ทำเกษตร แบบเดิม ๆ ประชาชนยากจน ๆ ภัยแล้งมา ไม่มีน้ำ น้ำมาก็ท่วม เราจะปฏิรูปอย่างไร ให้ประชาชนอยู่ได้ ให้มีน้ำทำการเกษตร คลองชลประทานทั่วถึง การทำเกษตร แบบสมัยใหม่ ใช้เทคโนโลยีเข้ามา ปลูกพืชในพื้นที่น้อยแต่ได้กำไรมาก ได้ผลผลิตมาก ใช้วิธีการวิจัย วิเคราะห์ ตรวจสอบ ปรับปรุงฟื้นฟูดิน มีวิธีการนี้ไหมครับ นี่คือการปฏิรูป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ประชาชนหายยากจน ฟังแล้วมันง่ายไหมครับ

กระทรวงยุติธรรมเช่นกัน ประชาชนทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่มีความสามัคคีกัน เขาก็มองว่ากระบวนการยุติธรรมมันไม่ยุติธรรม ทำอย่างไรให้มันยุติธรรมมากขึ้น ให้ประชาชน มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ท่านต้องทำไปในแนวนี้ครับ ตราบใดที่ประชาชนยังไม่มั่นใจ กระบวนการยุติธรรม คนเราก็ต้องทะเลาะกันครับท่านประธาน นี่เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่ เรื่องเล่น ๆ นะครับ ฉะนั้นการปฏิรูปต้องมองกระทรวง ทบวง กรม ที่มันมีอยู่แล้วให้มันดีขึ้น

กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญมาก ทุกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้ ล้วนแล้วแต่ผ่านการศึกษามาทั้งนั้น การศึกษาปัจจุบันนี้มันไม่เหมือนอดีตที่ผ่านมา การศึกษาสมัยก่อนเราอย่าไปดูถูกนะครับ สมัยก่อนเราสร้างคนให้เป็นคนดีครับ เน้นการอบรมสั่งสอนจริยธรรม ศีลธรรมต่าง ๆ ทำอย่างไรก็ได้ให้คนเป็นคนดีก่อน วิชา ความรู้มันหาได้ทีหลังครับท่านประธาน มันไม่ยากหรอกครับ แล้วจะต้องมีสถานศึกษา ที่ประชาชนสามารถเข้าการศึกษาอย่างไม่เหลื่อมล้ำ ไม่แพงจนเกินควร พี่น้องประชาชน ทางภาคอีสาน ภาคเหนือ บางคนฐานะทางบ้านมันไม่มีดีครับ แต่สมองมันเก่งมันดี แต่ขาดโอกาสในการศึกษาต่อครับ จึงทำให้บุคลากรเหล่านี้เสียโอกาส ประเทศไทย เสียโอกาสครับ เนื่องจากว่าการศึกษาของไทยมันเหลื่อมล้ำครับท่านประธาน คนมีเงิน พ่อแม่รวยส่งลูกเรียนหนังสือได้ แต่คนยากจนครับ จบ ม. ๖ ครับ ไปทำไร่ไถนา มาขับแท็กซี่ ประกอบธุรกิจช่วยพ่อแม่อยู่ทางบ้าน สุดท้ายไม่มีเงินเรียนต่อ เป็นอย่างไรครับ การศึกษา ไทยมันถึงด้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ก็คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ต้องลงทุนในการศึกษา มากจนเกินจริง ฉะนั้นเราต้องปฏิรูปการศึกษาให้มีความเท่าเทียมกัน

กระทรวงสาธารณสุขครับท่านประธาน เป็นกระทรวงที่มีความสำคัญมาก บ้านเราโชคดีที่เป็นเมืองร้อนแล้วเรามีระบบสาธารณสุขที่ดีกว่าประเทศอื่น ๆ สาธารณสุข ของเมืองไทยเราต้องมองไปถึงว่าเราจะต้องสามารถวิเคราะห์ วิจัยยาขึ้นมาได้เอง ถามว่า มีใครเคยคิดบ้างที่จะผลิตยาเอง มีแต่นำเข้า ๆ ยาจากต่างประเทศ เครื่องมือแพทย์จาก ต่างประเทศทั้ง ๆ ที่คนไทยมีศักยภาพในการทำแต่เราไม่คิด ไม่ทำ เราต้องปฏิรูปความคิด ของพวกเราก่อนว่าเราสามารถทำได้ แพทย์เรามีความสามารถเก่งมากอันดับ ๑ ของโลก แต่เราต้องกล้าคิด ต้องปฏิรูปความคิด ต่อไปนี้เราจะต้องทำ ผลิตอะไรครับ อุปกรณ์ การแพทย์เอง เราต้องทำยาเอง สมุนไพรเรามีเราต้องวิจัยเองเพื่อนำส่งออกต่างประเทศ แล้วนำเงินเข้าในประเทศครับท่านประธาน ไม่เช่นนั้นมันไม่เรียกว่าการปฏิรูป การปฏิรูปคือ การเปลี่ยนแปลง คิดใหม่ทำใหม่ ท่านต้องกล้าทำนะครับ อย่าทำเดิม ๆ อย่าทำเหมือนเดิม อย่าช้า ไม่ได้ การช้าคือไม่ใช่การปฏิรูป ปฏิรูปคือต้องเปลี่ยนแปลงทันทีทันใดและต้อง กล้าคิดด้วย

เรื่องสื่อเช่นกันครับ การปฏิรูปสื่อไม่ใช่การปิดสื่อ ปฏิรูปสื่อคือสื่อเขามี จรรยาบรรณอยู่แล้ว สื่อต้องเสนอข่าวสารให้ตรงถูกไหมครับ เที่ยงธรรม หลากหลาย มีจรรยาบรรณในการเสนอความจริง กล้าเสนอข่าว ไม่ใช่ตกอยู่ในอำนาจของนายทุน คนใดคนหนึ่ง นี่คือการเสนอสื่อ การปฏิรูปสื่อ แต่อย่าไปปิดสื่อครับ สื่อเขามีสิทธิเสรีภาพ ในการเสนอข่าวสารเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน พี่น้องประชาชน เขามีความรู้วิเคราะห์ได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ฉะนั้นสื่อก็ต้องมีการปฏิรูปเช่นกันครับ ฉะนั้น การปิดสื่ออย่าไปเลือกปิดสื่อบางประเภท ถ้าปิดต้องปิดทั้งหมด แต่ถ้าไม่ปิดก็คือไม่ต้องปิดครับ เราต้องมีการปฏิรูปทุกอย่าง สื่อก็มีความสำคัญในการที่จะชักจูงความคิดของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นทุกคนต้องปฏิรูป และที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งก็คือพวกเราต้องปฏิรูปตัวเอง นักการเมือง รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ผู้หลักผู้ใหญ่ทุกท่านต้องช่วยกัน ต้องปฏิรูป ความคิดเราก่อนว่าเราจะทำอย่างไร ปฏิรูปอย่างไร เราจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตถูกไหมครับ เราต้องมีความรับผิดชอบ เราต้องมีวินัย เราต้องทำงานตรงไปตรงมา ประโยชน์เพื่อ พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ถ้าเราทำอย่างนี้ผมเชื่อว่าการปฏิรูปเกิดขึ้นแน่นอน ที่ท่านทำขึ้นมามีหลายด้าน ด้านกฎหมาย ด้านยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ผมอ่านแล้วมันไม่มี ความคืบหน้าครับ ท่านต้องปฏิรูปแต่ละกระทรวง ทบวง กรมเลยมันจะชัดเจน ง่ายด้วย ถูกไหมครับ แล้วก็ให้กระทรวง ทบวง กรมเขาเขียนขึ้นมาว่าเขาควรจะปฏิรูปอย่างไร เขามีปัญหาด้านใดเขาจะรู้ดีกว่าพวกท่านอีก พวกเราไม่มีความรู้เท่ากับคนที่เขาปฏิบัติงาน หรอกครับ ให้แต่ละกระทรวงเขียนขึ้นมาว่าควรจะทำอย่างไรให้มันดีขึ้น มีปัญหาด้านใด จะแก้ไขอย่างไร มันจะง่ายกว่าครับ ถ้าท่านมานั่งทำอย่างนี้ผมบอกได้เลยว่ายากและยังไม่มี เป้าหมายเลยว่าจะปฏิรูปกี่ปี ผมไม่แน่ใจว่าท่านจะปฏิรูป ๒๐ ปีหรือเปล่า เห็นไหมครับ แผนพัฒนา ๒๐ ปี ท่านต้องมีเวลาในการปฏิรูปว่าต้องปฏิรูปให้เสร็จภายใน ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ใช้งบประมาณเท่าไร ไม่เช่นนั้นมันก็ไปเรื่อย ๆ สิครับท่านประธาน ๓ เดือนมาทีหนึ่ง ๓ เดือนมาทีหนึ่งแล้วก็อภิปรายกันสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉะนั้นอยากให้ตั้งเป้าหมายว่า ท่านจะปฏิรูปกี่ปี ๒ ปี ๓ ปี ๕ ปีพูดให้ชัดครับ กราบขอบพระคุณมากครับ