จาตุรงค์ ติดตามความคืบหน้าปฏิรูปสุขภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ติดตามความคืบหน้าการปฏิรูปด้านสาธารณสุข โดยตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการดำเนินงานทั้งด้านกฎหมายและแผนปฏิรูปที่ยังไม่เห็นผลชัดเจน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาแอปพลิเคชันกลางเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ การใช้บุคลากรเกษียณมาเสริมทีม และการปรับโครงสร้างการบริหารโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งเรียกร้องให้มีการจัดสรรงบประมาณและนโยบายที่เน้นการป้องกันโรค การเยียวยาบุคลากร และการปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเร่งด่วนเพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับ วันนี้เราได้อภิปรายรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ในเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ท่านประธานครับ ผ่านไปยังท่านคณะผู้มาชี้แจง ผมเองได้ดูแลแล้วก็เฝ้ามอง ในเรื่องของปฏิรูปในข้อ ๗ คือในด้านสาธารณสุขมาโดยตลอด ทุกครั้งที่มีการเข้าทุก ๓ เดือน ผมจะอภิปรายและดูถึงความคืบหน้าในการปฏิบัติงานแล้วก็ติดตาม วันนี้มีการเพิ่มมาก็คือ ปฏิรูปทั้งหมดมี ๑๐ ด้าน ที่รายงานมานั้นมีแค่ ๓ ด้าน ที่ได้รับความคืบหน้าคือด้านที่ ๔ ด้านที่ ๕ ด้านที่ ๘ ประเด็นด้านที่ ๔ คือเรื่องของปฐมภูมิ ด้านที่ ๕ คือเรื่องแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก และสุดท้ายคือด้านสุขภาพ อีก ๗ ประเด็นไม่มีความคืบหน้าเลย ทั้งที่ประเด็นที่ ๑๐ คือเรื่องหลักประกันสุขภาพนั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ไม่เห็นเขียนเลยครับ กฎหมายที่ท่านทำบอกว่าจะมีการปฏิรูปนั้นมีทั้งหมด ๑๔ ฉบับ บัดนี้สำเร็จไปแค่ ๑ ฉบับ คือกฎหมายหลักประกันสุขภาพและแหล่งเงินสำหรับคนต่างชาติ ซึ่งถือว่าอีก ๑๓ ฉบับ ยังไม่ได้ทำหรือว่าทำแล้วแต่ยังไม่เห็นผลงาน ต้องฝากเรียนถามคณะด้วยว่าไปถึงไหนแล้ว ข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ต้องเรียนว่าขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าเรื่องของการรักษา พยาบาลต่อไปเราสามารถเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ พี่น้องประชาชนสามารถเข้าได้ทุกที่ เรื่องนี้ พี่น้องประชาชนทุกคนเขาอยากเห็น เขาฝันว่าเมื่อไรจะเป็นจริงเสียที เพราะพี่น้องประชาชน ไม่มีโอกาสเข้าโรงพยาบาลที่ตามบัตรตลอดหรอกครับ บางครั้งเจ็บป่วยศักยภาพไม่ถึง ต้องมาขอใบส่งตัว นี่คือประเด็นที่หาไม่ได้ก็ต้องจ่ายเงินเอง เพราะฉะนั้นจะเรียนถามว่า ท่านเตรียมความพร้อมรองรับบุคลากรการบริหารจัดการงบประมาณกองทุนทั้ง ๓ กองทุน เพื่อรองรับในการปฏิรูปในข้อที่ ๑๐ คือบริหารจัดการเรื่องประกันสุขภาพแล้วหรือยัง ในคณะอนุกรรมาธิการพัฒนาหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในคณะกรรมาธิการ การสาธารณสุข โดยมีท่านนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นประธาน มีท่านละออง ติยะไพรัช มีท่านคุณหมอโอชิษฐ์ แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกหลายท่านได้พิจารณา และมีความห่วงใยเรื่องนี้อย่างมาก ข้อที่ ๑ ก็คือถ้าเรายังไม่ได้เตรียมความพร้อมรองรับ ผมเป็นห่วงและกังวลอย่างยิ่งว่าพี่น้องประชาชนจะเสียเวลา เสียโอกาสในการไปเข้า โรงพยาบาลที่ยังไม่มีความพร้อม ผมจะเล่าให้ท่านประธานฟังผ่านไปยังคณะผู้มาชี้แจงครับ

อันดับที่ ๑ ก็คือถ้าไม่มีประวัติเชื่อมโยงของโรงพยาบาล ขณะนี้โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยมีแอปพลิเคชัน (Application) ในการเชื่อมโยง ในการนัดหมาย ในการรักษา คนไข้ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เขามี โรงพยาบาลในกระทรวงสาธารณสุขไม่ว่าจะเป็นทางกรมการแพทย์ ผมเชื่อว่ากำลัง ดำเนินการอยู่ แต่โรงพยาบาลของสำนักงานปลัดที่อยู่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ไปถึงโรงพยาบาลชุมชนและ รพ.สต. ยังไม่มีแอปพลิเคชัน (Application) ในการเชื่อมโยง หรือระบบที่เป็นแอปพลิเคชัน (Application) กลางในการเชื่อมโยงบุคลากรว่า ท่านสามารถกดปั๊บชื่อคนนี้มีการรักษาที่ไหน มีโรคประจำตัวอย่างไร เคยทำอะไร มาแล้วบ้าง เชื่อมโยงตั้งแต่ไพรมารี (Primary) เทอร์เชียรี (Tertiary) และเซคันดารี (Secondary) และเทอร์เชียรี แคร์ (Tertiary Care) จนถึงมหาวิทยาลัย รวมพื้นฐาน หรือยัง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ท่านต้องรีบไปดูเลยว่าทำอย่างไรถ้าพี่น้องไม่สามารถ เชื่อมโยงได้ ไปถึงเขาไม่มีทางเลือก บางครั้งโรงพยาบาลเต็ม คุณหมอท่านจะเหนื่อยแล้ว ท่านจะตรวจคนไข้จาก ๕ นาที อาจจะต้องเหลือแค่ ๒ นาที ๓ นาที เพราะว่าคนไข้ ก็จะออกันไป เพราะไม่มีการนัดหมาย ประชาชนก็ไม่รู้อีกว่าโรงพยาบาลนี้ว่างเขาสามารถ เข้าไปได้ และคุณหมอเองก็ต้องมาถามประวัติตั้งแต่เริ่มจนจบ เพราะฉะนั้นการสำคัญ ก็คือการจัดทำแอปพลิเคชัน (Application) เชื่อมโยงโรงพยาบาลทั้งหมดนี่คือข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ท่านเตรียมบุคลากรหรือยัง แพทย์ที่อยู่ขณะนี้มีอยู่ ๒ ส่วนที่ผมจะ นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะปฏิรูปที่มีโอกาสจะมาช่วยได้ ๑. คือแพทย์ที่ท่านเพิ่ง เกษียณอายุราชการใหม่ ๆ ท่านพอจะทำงานได้ถ้าท่านอาสามาทำงาน ท่านสามารถชวน ดึงกันมาทำงานในส่วนของเชื่อมโยงในโรงพยาบาลเอกชนหรือในส่วนของโรงพยาบาลรัฐบาล ในช่วงของเวลาที่นอกเวลาเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้มีการรักษาเชื่อมโยงได้

ข้อที่ ๒ ยุคนี้บริหารจัดการที่โรงพยาบาล เราบริหารจัดการแบบ คอนเวนชันนัล (Conventional) แต่ขณะนี้เป็นดิจิทัล (Digital) เราต้องการบริการ แบบทันสมัยสมัยใหม่ นักบริหารมืออาชีพต้องเข้าไปนะครับ แพทย์บางท่านต้องรับภาระ ทั้งการตรวจแล้วก็ไปนั่งรองแพทย์ เพราะฉะนั้นบุคลากรตรงนี้มีจำนวนหลายร้อยคน ที่อยู่ตามโรงพยาบาลต้องเสียสละหลายอย่าง ถ้าท่านมีนักบริหารมืออาชีพเข้าไป

ข้อที่ ๕ ท่านพูดถึงเรื่องแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ได้งบประมาณ นิดเดียวเขามาชี้แจง แต่ที่สำคัญคือลูกหลานที่จบ ท่านประธานครับ ไม่ได้บรรจุ ถ้ามี เข้าบัญชีจบในส่วนของสาธารณสุขก็จะได้บรรจุ แต่ก็คิวยาวมาก คนที่จบทางมหาวิทยาลัย อื่น ๆ ที่จบไม่ได้บรรจุ ไม่ได้ขึ้นชื่อ แล้วก็ไปเป็นลูกจ้างรายเดือน ตอนนี้ให้เป็นรายคาบแล้ว ยิ่งยุคโควิด (COVID) นี่เป็นรายคาบ น่าเป็นห่วงท่านต้องเยียวยาบุคลากรที่เป็นลูกหลานเรา ไม่เฉพาะแพทย์แผนไทย ผมว่าทุกภาคส่วนที่เป็นบุคลากรสาธารณสุข ท่านต้องดูแลเขา เป็นลำดับต้น ๆ เพราะนั่นคือชีวิต อย่าลืมนะครับความรู้น้อย จน เจ็บ ยากจน วงจรนี้ ต้องตัดวงจรที่ไม่ดี ถ้าเขาจน เขาเจ็บ เขามีความรู้น้อย เขาก็วนอยู่อย่างนี้ ท่านแก้ไขเขา หรือยัง กองทุน ๓ กองทุน กองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติขณะนี้ปี ๒๕๖๓ ได้รับเงิน เหมาจ่ายรายหัว ๓,๖๐๐ บาท ปี ๒๕๖๔ เพิ่มอีก ๒๕๓ บาท เพิ่มไปตรงนี้ท่านบริหารจัดการ ท่านบอกจะเพิ่มอีกประมาณ ๖ โรคต่าง ๆ นี่ ท่านทำได้ถึงไหน อย่างไร ผมพูดตลอด เรื่องการจัดการในเรื่องของเงิน ในเรื่องของการป้องกัน ป้องกันคือรักษานี่เม็ดเงินลงไป ไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสากลจริง ๆ ต้องให้เยอะกว่านี้ เพราะการป้องกันจะประหยัดเงิน ในการรักษามากมาย การที่พี่น้องประชาชนไม่ต้องไปโรงพยาบาลเพราะเจ็บป่วยเหมารถ ไปทั้งคันนี่ การป้องกันดีที่สุด ทำไปถึงไหนแล้ว นี่คือเรื่องที่อยากจะบอกพี่น้องประชาชนว่า เขารออยู่ว่าถ้าเรามีการเตรียมความพร้อมในการรองรับในเรื่องที่ผมได้กล่าวถึงนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการจ่ายเงิน การเชื่อมโยง ๓ กองทุนนี่กำจัด ความเหลื่อมล้ำไปได้มากน้อยแค่ไหน ๓ กองทุนนี้ มาถึงเขาคีย์ (Key) ข้อมูลสามารถเช็ก (Check) ได้เลยว่ามีประกันแบบไหน ๆ แต่ก็มีอีกประกันหนึ่งซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณ คือประกันเรื่องของประกันภัยของสุขภาพกับบริษัทประกันภัยต่าง ๆ แต่พี่น้องประชาชน เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าถ้าเขามีเขาต้องมาแจ้ง เพราะฉะนั้นการเชื่อมโยงข้อมูลตรงนี้ ท่านไม่สามารถกดได้เพราะยังไม่มีระเบียบข้อมูล ถ้าจะต้องแก้กฎหมาย แก้ระเบียบปฏิบัติ ให้สามารถโชว์ได้ถึงทั้ง ๔ กองทุน แล้วก็มีประกันภัย ให้ใช้เงินที่เขาลงเรื่องประกันภัยก่อน โดยเฉพาะเรื่องนักเรียน นักเรียนกลุ่มใหญ่เลยปรากฏว่าไม่ได้ใช้เงินที่ประกันภัย เอาเงิน เก็บไปเป็นรายปีก็มาใช้ ๓๐ บาท แทนที่พวกเราจะได้เซฟ (Save) เงินให้กับหน่วยงาน อื่น ๆ กลับต้องมาเสียไปกับทางด้านประกันภัย ซึ่งต้องฝากพี่น้องว่าตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของอีเมอร์เจนซี (Emergency) ท่านได้ดูหรือยังว่า อีเมอร์เจนซี (Emergency) ขณะนี้มีเรื่องเดือดร้อน มีรถของหน่วยเอกชนต่าง ๆ เข้าไปช่วย เป็นการดูแล แต่การดูแลตรงนี้ท่านเสริมความแข็งแกร่งในเรื่องความรู้อุปกรณ์ให้ทันสมัย ให้ทันเหตุการณ์มากน้อย อย่างไร ถ้าเสริมให้เขาได้รวดเร็วเท่ากับเซฟ (Safe) ชีวิตคนไทย ไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ็บป่วย หรือพิการ หรืออุบัติเหตุก็จะลดน้อยลง การสูญเสียโอกาสตาย เสียชีวิตก็ลดน้อยลง นั่นคือความผาสุกของพี่น้องคนไทยที่อยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น จึงนำเรียนว่าวันนี้การปฏิรูปทั้งหมดนี่ ๖ ครั้งแล้วครับ ผมติดตามดูทุกครั้ง แล้วก็พยายาม จะดูว่ามีความคืบหน้าอย่างไร ความคืบหน้าแทบจะไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย หรือว่า มีก็แค่ ๓ ใน ๑๐ กฎหมายก็ช้า ดังนั้นครั้งหน้าอีก ๓ เดือนจะมีความคืบหน้าอย่างไร ท่านช่วยตอบว่ามีความเตรียมพร้อมในเรื่องต่าง ๆ ที่ผมได้อภิปรายไปหรือยัง ซึ่งนับว่า จะเป็นคุณูประโยชน์ คุณูปการให้กับพี่น้องประชาชน ยิ่งยุคนี้ยุคโควิด (COVID) ไปโรงพยาบาลก็ยาก แล้วต้องไปออกัน เหมารถไปทั้งวัน ไม่ได้ตรวจ หรือตรวจแน่น แต่ท่านมีแอปพลิเคชัน (Application) เชื่อมโยงนี่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะฉะนั้น วันนี้จะเป็นความโชคดีหรือว่าความภูมิใจที่พวกเราได้ทำงานให้กับพี่น้องประชาชน คนยากจน โดยเฉพาะกองทุน ๔๗ ล้านคน ๓๐ บาทนี่ รวมทั้งหมด ๖๐ กว่าล้านคนให้มี การแก้ไขปัญหานะครับ การปฏิรูปเรื่องสาธารณสุขอยากเห็นความคืบหน้าให้มากกว่านี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ