ธนกร ไชยกุล หารือความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการอาชีวศึกษา พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมาย แก้ปัญหาครู และส่งเสริมความร่วมมือกับสถานประกอบการ สนับสนุนระบบการเรียนที่สร้างรายได้ระหว่างศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและตอบโจทย์แรงงานอย่างแท้จริง พร้อมชื่นชมความภาคภูมิใจของนักเรียนอาชีวะที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ และเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญเพื่อผลักดันการปฏิรูปนี้อย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ต่อรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งรายงานระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๖๓ ก่อนอื่นผมเอง ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบคุณคณะกรรมการในการปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๑๒ ด้าน ท่านประธานครับ ผมเองให้ความสำคัญเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง แล้วผมก็เชื่อว่าในสภาของพวกเราทั้งหมดให้ความสำคัญ กับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของพวกเรา ท่านประธานครับ ที่พวกเราได้อภิปรายกันมา ให้ข้อคิดความเห็นต่อการปฏิรูป ซึ่งดูเป็นคำที่ใหญ่มากและเป็นความคาดหวังของพี่น้อง ประชาชนในบ้านเราทั้งหมด ผมฟังมาวันนี้นะครับ ที่ทางท่านคณะกรรมการ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ผมเองก็ต้องขอชื่นชมท่านที่ท่านได้ให้รายละเอียด ในการรายงานครั้งนี้ ประเด็นที่ผมมีความสนใจมากในเรื่องของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาสายอาชีวศึกษาที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเทียบเท่ากันกับมหาวิทยาลัย ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นของพี่น้อง ประชาชนได้กำหนดเอาไว้ในมาตรา ๘๐ ให้มี พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ. การศึกษา แห่งชาติได้เกิดขึ้นปี ๒๕๔๒ แล้วขณะเดียวกันในกฎหมายฉบับนั้น พ.ร.บ. ฉบับนั้น ได้กำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ ของการศึกษาไทยที่การอาชีวศึกษามี พ.ร.บ. ของตนเอง ที่ได้คลอดออกมาเมื่อปี ๒๕๕๑ จวบถึงวันนี้ ๑๒ ปี ผมใคร่ขออนุญาตกราบเรียนว่าการศึกษาของอาชีวศึกษานั้น เป็นการศึกษาที่ถือได้ว่าเป็นการศึกษาเฉพาะทางนะครับ ที่ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ไปเรียนเพื่อเป้าหมายในการประกอบอาชีพ เรียนแล้วจบแล้วไม่ว่าจะเป็นระดับ ปวช. ปวส. หรือระดับปริญญา เรียนแล้วจบแล้วทำงานได้ ทำงานเป็น สร้างรายได้ แม้กระทั่ง สร้างรายได้ในระหว่างเรียนซึ่งเราเรียกว่าระบบการศึกษาทวิภาคี ท่านประธานครับ ผมอ่านดูในรายงานหน้า ๒๒ ก็ค่อนข้างไม่ค่อยสบายใจนักที่เราไม่ได้พูดถึงการปฏิรูป การอาชีวศึกษาเลย ท่านครับ เราเคยได้ยินชื่อของวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยเกษตร วิทยาลัย ประมง วิทยาลัยการต่อเรือ วิทยาลัยบริหารธุรกิจ วิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีการจัดการ หรือวิทยาลัยลักษณะแบบนี้ซึ่งเป็นวิทยาลัยเฉพาะทาง ที่มุ่งเน้นในการสอนลูกสอนหลานเรา ผมเชื่อว่านักการศึกษาได้กล่าวเอาไว้หลายท่านว่า คนเรามีความสามารถที่แตกต่างกัน นั่นเป็นศักยภาพของแต่ละคน แต่ละคน ณ ปัจจุบัน อาชีวศึกษาของประเทศไทยของเรานั้น สถานศึกษาของรัฐบาล ๔๒๘ แห่ง สถานศึกษา ของเอกชน ๔๐๐ กว่าแห่ง รวมแล้วก็ประมาณสัก ๙๐๐ แห่ง ในขณะที่บ้านเราต้องดูแล พี่น้องประชาชนร่วม ๗๐ ล้านคน ดังนั้นในการปฏิรูปที่แท้จริงผมอยากจะฝากกราบเรียนว่า การที่เราปฏิรูปทั้งหมดทั้งมวลหลายท่านได้พูด ผมกราบขอบคุณท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านได้พูดบอกว่าที่เราพูดมาทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อการแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ท่านประธานครับ ถ้าแม้นว่าการปฏิรูปครั้งนี้เกิดผลสำเร็จอย่างแท้จริง ผมฝากวิงวอนไปถึงท่านประธานด้านการศึกษาได้ให้ความสำคัญของเรื่องการอาชีวศึกษานะครับ ท่านอย่ามองแค่มหาวิทยาลัยเท่านั้น แน่นอนนะครับ ผมเองชื่นชมที่ท่านจะออก พ.ร.บ. การศึกษาปฐมวัยที่ได้ประกาศไปแล้ว การศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ร.บ. ของอุดมศึกษา ก็ออกมาแล้ว ผมอยากจะให้เราได้มีการปฏิรูปของอาชีวศึกษา ดู พ.ร.บ. อาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ อะไรควรจะแก้ไขปรับปรุง เรื่องของครู เรื่องของเด็ก เรื่องของสถานประกอบการ เรื่องความร่วมมือ การเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา เราจะตอบโจทย์เหล่านี้ให้กับลูก กับหลานของเรา ท่านประธานครับ อาชีวศึกษานั้นถือว่าเป็นกำลังหลักในการพัฒนา บ้านของเรา ลูกหลานที่เข้ามาเรียนสายอาชีวศึกษาเขาจะมีเป้าหมายของเขาชัดเจน เลือกในการที่จะเรียนแต่ละสาขา ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ศิลปกรรม คหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือแม้กระทั่งสาขาอื่น ๆ สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องซ่อมอากาศยาน เรื่องหุ่นยนต์ เมคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ต่าง ๆ เขาจะมีเป้าหมาย แต่ละคน เพราะฉะนั้นลูกหลานที่เข้าไปเรียน ๓ ปี หลังจากที่จบ ม. ต้น ม. ๓ ไปเรียน ปวช. ๓ ปีก็จะทำได้ทำเป็น และเหนือสิ่งอื่นใดในการเรียนสายอาชีวะปัจจุบันนี้ลูกหลาน สามารถมีรายได้ระหว่างเรียน ผมได้ฟังท่านผู้มีเกียรติ ท่าน ส.ส. บางท่านที่ได้พูดถึง ระบบทวิภาคี ซึ่งเราต้องยอมรับว่าระบบทวิภาคีได้เป็นระบบของเยอรมนีที่เรามาดัดแปลง ใช้กับประเทศของเรา ผมอยากจะให้การปฏิรูปอาชีวศึกษาได้ดึงเอาศักยภาพของ สถานประกอบการมาร่วมไม้ร่วมมือกัน ตอนนี้อาชีวศึกษาได้ลงนามความร่วมมือกับหลาย ๆ ประเทศ ต่างประเทศ จัดการอาชีวศึกษาระหว่างไทย-เกาหลี ไทย-จีน ไทย-ญี่ปุ่น ไทย-เยอรมนี ไทย-เดนมาร์ก อิสราเอล มีเยอะแยะนั่นคือศักยภาพ แต่ทำอย่างไร ในการปฏิรูปครั้งนี้จะได้เกิดประโยชน์ให้กับลูกกับหลานของเรา ผมฝากกราบเรียนท่านประธานทางด้านการศึกษาว่าในการเรียนสายอาชีวศึกษานอกจาก ครูซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ เครื่องไม้เครื่องมือเป็นปัจจัยสำคัญ และเหนือสิ่งอื่นใดที่ผมอยาก จะกราบเรียนฝากรัฐบาลรวมทั้งการปฏิรูปจะต้องวางแผนในระยะยาวในการที่จะวางแผน ขยายโอกาสทางการศึกษาสายอาชีวศึกษาไปสู่ในระดับอำเภอให้มากขึ้น
สุดท้ายผมฝากกราบเรียนว่าลูกหลานทั้งหมดทั้งมวลของชาวอาชีวศึกษา ภาคภูมิใจในการที่มาเรียนสายอาชีวศึกษา เขาดีใจที่เมื่อเรียนจบไปทำงาน เรียนจบแล้ว สร้างฐานะครอบครัวให้กับคุณพ่อคุณแม่ ปัญหาต่าง ๆ ของอาชีวศึกษาเดี๋ยวนี้น้อยมากนะครับ เพียงแต่ท่านผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับเขา การอาชีวศึกษาก็จะสามารถที่ไปสู่การปฏิรูป อย่างแท้จริง กราบขอบคุณครับ