ศุภชัย โพธิ์สุ หารือประเด็นการส่งเสริมเศรษฐกิจผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและการเข้าถึงแหล่งทุน พร้อมตั้งข้อสังเกตอุปสรรคการใช้ปูนซีเมนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในงานราชการและเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเร่งขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาโดยการกระจายอำนาจการศึกษาให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลที่มีคุณภาพการศึกษาดีขึ้นและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จึงเสนอให้ขยายโมเดลองค์การมหาชนของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างทั่วถึง
เชิญครับ เพราะว่าตอนนี้พอเอาไปขายผู้ที่ประกอบการทางด้านนี้ ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ปูนซีเมนต์พอไปขายให้ส่วนราชการก็บอกว่าใช้ไม่ได้ งานโครงสร้างยังต้องใช้พอร์ตแลนด์ (Portland) อยู่ แต่ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก (Hydraulic) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ตาม นโยบายแผนปฏิรูปประเทศยังไม่สามารถเอาไปใช้ในงานราชการได้ พอมาดูกฎหมาย ที่ท่านรายงานกับทางสภามามีอยู่ตัวเดียวที่ท่านแก้ก็คือในรายการที่ ๒๐ หน้าที่ ๑๓ ครับท่านประธาน ก็คือพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ พอไล่มาดูต่อมากฎหมายร่างพระราชบัญญัติที่มีอยู่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้พัสดุตัวที่สามารถรองรับปูนซีเมนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้เลยนะครับ ผมก็พลิกดูอย่างละเอียดนั่งดูอยู่ชั่วโมงหนึ่งตรงนี้ อันนี้ก็ขอเป็นข้อสังเกตให้กับทาง ผู้แทนรัฐบาลได้รับไปดำเนินการว่านโยบายที่เป็นแผนปฏิรูปประเทศควรจะต้องทำได้จริง ผมดูรายงานของท่านของรัฐบาลหลายหัวข้อ หลายประเด็นเป็นสิ่งที่ดีมาก เป็นสิ่งที่ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ แต่สิ่งที่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่อภิปรายไปก็คือเวลาของมัน ถ้าคำว่าปฏิรูประยะเวลาของมัน ควรจะต้องเป็นไปในความรวดเร็ว แล้วให้ประชาชนรู้สึกได้ว่ามีความเปลี่ยนแปลง แต่ถ้า สิ่งที่ท่านทำเป็นสิ่งที่ดี แต่เวลาของมันยาวนานเกินไปไม่เหมาะสมกับสิ่งที่ทำ พี่น้องประชาชน ก็ไม่มีความรู้สึกว่ามีความเปลี่ยนแปลง มันก็ไม่ใช่การปฏิรูปนะครับ เหมือนกับที่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่าอันนี้คืองานรูทีน (Routine) ถ้าการปฏิรูปนั้นก็คือส่วนที่ ท่านจะต้องคิดใหม่ทำใหม่ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตของผมในเรื่องหนึ่งที่ท่านจะรับไป แล้วก็ไปพิจารณาตรวจสอบ แล้วก็แก้ไขให้สามารถปฏิบัติได้จริง
เรื่องที่ ๒ ก็คือด้านเศรษฐกิจ ในส่วนของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมในหน้าที่ ๔ เป็นแผนปฏิรูปในหัวข้อที่ ๕ ด้านเศรษฐกิจ เห็นด้วยที่รัฐบาลจะได้กำหนดสัดส่วนในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งจะมีการดำเนินการ จัดซื้อจากเอสเอ็มอี (SMEs) อย่างน้อยร้อยละ ๓๐ ของงบประมาณ แล้วก็ในส่วนของ การให้คะแนน ให้แต้มต่อพิเศษสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในอัตราที่ร้อยละ ๑๐ แต่ท่านเชื่อไหมครับ สิ่งที่ท่านทำเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการ อยากได้นี่คือการเข้าถึงแหล่งทุน วันนี้เรียนกับท่านว่าในส่วนของเงินกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังภัยโควิด (COVID) ก็ยังปล่อยกู้กันไป ไม่ถึงไหนเลย แต่แผนปฏิรูปของท่านในการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ไม่ได้เชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นก็ตั้งข้อสังเกตให้กับท่านว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่อยากให้ท่านปรับแผนปฏิรูปให้เข้ากับ สถานการณ์ด้วย ปัจจุบันสถานการณ์เราเป็นสถานการณ์หลังจากวิกฤติไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ฉะนั้นวันนี้เรามีเงินกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ผมเอง ก็เป็นกรรมาธิการสามัญที่พิจารณาติดตามตรวจสอบเงินกู้ตาม พ.ร.ก. ๓ ฉบับ ปัจจุบันนี้ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักบริหารหนี้ของกระทรวง การคลังมาชี้แจง ยังปล่อยกู้ไปไม่ถึงไหนเลยครับ แล้วผู้ที่เดือดร้อนเอสเอ็มอี (SMEs) จริง ๆ ผู้ที่เดือดร้อนจากวิกฤติโควิด (COVID) จริง ๆ ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ของรัฐบาลได้ แล้วผู้ที่ชี้แจงก็บอกว่าติดตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนด อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุ เครืองาม ด้วยว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากครับ ไม่สามารถเข้าถึง แหล่งเงินกู้ได้ แล้วตอนนี้การกู้ก็ไปไม่ถึงไหน ยังไม่สามารถปล่อยกู้ได้ตามที่รัฐบาลตั้งใจไว้ ก็ทำให้ภาวะเศรษฐกิจนั้นไม่สามารถที่จะฟื้นฟูได้ตามที่รัฐบาลต้องการ อันนี้คือเรื่องที่ ๒ สิ่งที่สำคัญวันนี้รัฐบาลต้องไปดูว่าการจะลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาได้คือ การกระจายโอกาสให้เยาวชนของเราเข้าถึงสถานที่หรือสถานการศึกษาที่มีคุณภาพ ผมเอง เป็นอนุกรรมาธิการที่ติดตามเรื่องขององค์การมหาชน อยากจะเรียนกับผู้แทนของทาง รัฐบาลว่าโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นองค์การมหาชนสามารถสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ สามารถไปแข่งขันกับนานาชาติได้ติดระดับโลกครับ เรามีโมเดล (Model) ที่ดี เรามี วิธีการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการให้โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์นั้นมาเป็นองค์การมหาชน มีการบริหารจัดการที่ดี อนุกรรมาธิการได้มีการเชิญผู้บริหารสถานศึกษามาก็คือโรงเรียน มหิดลวิทยานุสรณ์ เรามาศึกษาดูก็พบว่ารูปแบบขององค์การมหาชนนั้นตอบโจทย์ การพัฒนาสถานศึกษาที่มีคุณภาพได้ แต่ถามว่าทำไมเราไม่สามารถขยายไปได้ เราก็มาติด ระบบราชการนี่ละครับ ฉะนั้นอยากจะเรียนผู้แทนเป็นข้อเสนอแนะว่าอยากให้ทางรัฐบาลนั้น ได้ขยายสถานศึกษาในรูปแบบขององค์การมหาชนไประดับภูมิภาคก่อนก็ได้ ภาคเหนือ ตั้งสัก ๑ โรง อีสาน ตะวันออก ตะวันตก ภาคใต้ หรือปริมณฑล เสร็จหลังจากนั้นก็ขยายไป เพื่อให้สถานศึกษานั้นที่มีคุณภาพกระจายไปอยู่ทุกภูมิภาคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งทุกวันนี้ผู้ที่ชุมนุมที่เราเห็นกันอยู่ก็อ้างว่าปัญหาเรื่อง ความเหลื่อมล้ำ จึงชักชวนกันออกมาเรียกร้องเพื่อให้รัฐบาลนั้นแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือรัฐบาลต้องมาแก้ไขปัญหาเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา จึงอยากให้รัฐบาลได้รับข้อเสนอในการปรับเปลี่ยนเรื่องของโรงเรียน ตามภูมิภาคต่าง ๆ มาเป็นองค์การมหาชนเหมือนกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งเรามี โมเดล (Model) อยู่แล้ว แล้วก็ขยายไปให้ทั่วประเทศเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
อีกนิดหนึ่งครับ สุดท้ายสั้น ๆ ว่าเมื่อก่อนก่อนเราจะกระจายอำนาจทาง การศึกษาให้กับท้องถิ่นดูแล เราไม่มีความเชื่อว่านักการเมืองท้องถิ่นจะสามารถบริหาร การศึกษาให้ดีได้ แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าสถานศึกษาที่บริหารโดยองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น อย่างโรงเรียนเทศบาล ๑ เทศบาล ๒ เทศบาล ๓ อย่างของผมในเขต จังหวัดราชบุรี อำเภอบ้านโป่ง โรงเรียนเทศบาล ๑ เทศบาล ๒ เทศบาล ๓ ที่บริหาร โดยเทศบาลเมืองบ้านโป่งกลับมีเด็กนักเรียนล้น เพราะอะไรครับ เพราะสามารถบริหารการศึกษา ได้ดีกว่าสถานศึกษาที่สังกัดของ สพฐ. ท่านไปดูโรงเรียนที่สังกัด สพฐ. วันนี้เด็กน้อยลง น้อยลงครับท่านประธาน เด็กน้อยลงทุกวัน บางโรงเรียนต้องยุบเพราะไม่มีเด็กเรียน แต่โรงเรียนที่เรากระจายอำนาจให้ท้องถิ่นไปดูแลวันนี้เด็กกลับเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น จนบางโรงเรียนต้องฝากกันแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะคุณภาพทางการศึกษา ฝากรัฐบาล ไปคิดว่าทำอย่างไรที่เราจะสามารถพัฒนาสถานศึกษาให้ดีได้ การกระจายอำนาจ ก็เป็นหัวใจหนึ่ง เป็นเครื่องไม้เครื่องมือหนึ่งของรัฐบาลในการที่จะพัฒนาสถานศึกษา ให้ดีขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะของผมไปถึงทาง รัฐบาล ก็เป็น ๓ เรื่องด้วยกัน ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ