กนก จี้ปรับกระบวนการปฏิรูปฯ ชัดเจน เน้นผลสำเร็จวัดได้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

กนก วงษ์ตระหง่าน หารือความซับซ้อนของการปฏิรูปประเทศโดยเน้นย้ำว่าต้องปรับกระบวนการให้ชัดเจนตั้งแต่ระดับแผนงานจนถึงผลสำเร็จ และเสนอให้รายงานผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่วัดผลได้ เช่น นักเรียนที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของกระทรวงศึกษาธิการก่อนขยายผล พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อแก้ปัญหาความยากจนที่เกิดจากการขาดคุณภาพทางการศึกษา

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ซึ่งในการอภิปรายเมื่อคราวที่แล้วของผม ท่านก็ได้กรุณานั่งฟัง แล้วผมสังเกตเห็นท่านก็จดประเด็นการอภิปรายของผมชัดเจน หวังว่าท่านจะทำในวันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นจากการอภิปรายวันนั้นก็คือเกิดการปรับปรุงแผนปฏิรูปประเทศจริง รายงาน อันนี้ก็ดีขึ้นกว่าเดิมจริง เนื้อหาสาระดีขึ้นกว่าเดิมจริงครับท่านประธาน ก็ต้องขออนุญาต กราบเรียนว่าการอภิปรายของพวกเราที่สภาก็เป็นประโยชน์ แต่สิ่งที่สำคัญผมอยากจะ ขออนุญาตเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุที่กำกับเรื่องนี้ โดยตรงว่างานปฏิรูปนั้นยากมากครับ และผมอยากเห็นสภาแห่งนี้ให้ความเห็นเชิงลึก ลงไปถึงการปฏิรูปอย่างไรให้สำเร็จ เพื่อที่จะได้ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่เป็นแต่เพียง การสะท้อนว่ามันมีปัญหาแล้วก็แก้ไขไม่ได้

ในประเด็นแรกครับท่านประธาน วันนี้มันเกิดการสับสนระหว่างงานประจำ กับงานปฏิรูปครับ ท่านประธานครับ กระทรวงที่รับไปนั้นเขาแยกไม่ออกว่า ๒ อันนี้ มันต่างกันอย่างไร แล้วก็บ่อยครั้งงานปฏิรูปซึ่งเป็นงานยุทธศาสตร์ของชาติก็ไปปฏิบัติ เหมือนกับงานประจำ แล้วก็ในบางกรณีงานประจำก็เอามาเร่งดำเนินการเหมือนงานปฏิรูป ตรงนี้เป็นปัญหาที่สำคัญมาก อันนั้นเป็นเรื่องแรกที่ผมอยากจะขออนุญาตชี้ประเด็นก่อน

ประเด็นที่ ๒ ที่ตามมาเกี่ยวข้องกันโดยตรงก็คืองบประมาณครับท่านประธาน ในส่วนนี้ก็คือว่างบประมาณที่เกี่ยวกับงานประจำกับงบประมาณที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ มันไม่ได้แยกออกจากกัน สำนักงบประมาณตอนทำงบประมาณเสนองบประมาณรายจ่าย ประจำปีมันก็ปนกันอยู่ในนั้นหมดละครับ พอถึงการปฏิบัติมันก็เลยกลายเป็นงบปกติไปหมด จึงทำให้งานปฏิรูปซึ่งสำคัญมาก เพราะงานปฏิรูปคือการที่เราต้องการจะเปลี่ยนแปลง ประเทศของเราให้ดีขึ้น มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๕ นั้น ควรจะต้องแยกออกให้ชัดว่างบประมาณนี้เพื่อการปฏิรูปประเทศ เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ว่า เราจะใช้อย่างไร เมื่อเช้านี้ผมก็ได้อภิปรายกับรายงานของ สตง. ผมก็ได้เรียนกับผู้ตรวจการ แผ่นดินว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องกับงานสำคัญ ๆ หรืองานนโยบายที่เราต้องการอิมแพกต์ (Impact) ของการเปลี่ยนแปลงเราจะต้องเน้นไปที่การตรวจสัมฤทธิผลหรือที่เรียกว่า เพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ไม่ใช่ไปตรวจกิจกรรมว่าใช้เงินถูกไหม เอกสารถูกต้องหรือไม่ สิ่งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน สำนักงบประมาณจะต้องรู้ว่างานนี้ งบนี้เพื่อการปฏิรูป จะได้ไม่ต้องมาตัดโน่นตัดนี่ แล้วก็ให้เล็ก ๆ น้อย ๆ สักแต่ว่าให้ไป จนกระทั่งพอถึงการปฏิรูปจริงไม่มีนัยสำคัญเพราะงบประมาณตรงนั้นน้อยมาก ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมให้เห็นนะครับ วันนี้เรื่องการปฏิรูปประเทศใหญ่ที่สุด คือการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ การแก้ไขปัญหาความยากจนนี้งบประมาณ กระจายทั่วไปหมดเลย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียวคือกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม งบในกระทรวง อว. นี้ก็มีหน่วยงานภายใน ที่เรียกว่า สกสว. ซึ่งรัฐบาลก็จัดงบประมาณให้เพื่ออุดหนุนการวิจัยประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นงบประมาณพอสมควรครับท่านประธาน แต่ภายใต้ สกสว. นั้นมีหน่วยงานที่จะ รับผิดชอบทางด้านการวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่จริง แก้ไขความยากจนจริงในพื้นที่ ที่เรียกว่า บพท. ได้งบประมาณเพียง ๘๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเองครับท่านประธาน นั่นหมายความว่าเงินวิจัยเพื่อการแก้ไขปัญหาประเทศที่เป็น ยุทธศาสตร์ประเทศคือความยากจน เราได้เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบการวิจัย ท่านประธานครับ ความจริงผมคาดหวังว่าจะเป็นสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างน้อยนะครับท่านประธาน แต่นี่ความเป็นจริงคือได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมขออนุญาต ฟ้องท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุนะครับ ได้ ๘๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก ทั้ง ๆ ที่งานของ บพท. ทำได้ดีเหลือเกิน เดี๋ยวผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นตัวสะท้อน ให้เห็นว่าระบบบริหารราชการของประเทศที่เรามีอยู่ เรารับมาจนถึงวันนี้ไม่ได้เอื้อ ต่อการบริหารแผนปฏิรูปประเทศนะครับท่านประธานครับ ผมว่าตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่มากทางการบริหารที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุจะต้องไปคิดว่า จะทำอย่างไร และผมได้ชี้ประเด็นไปแล้วว่ามันมี ๒ เรื่องใหญ่ คือเรื่องของการแบ่งงานว่า อันไหนเป็นงานประจำ อันไหนเป็นงานปฏิรูป งบประมาณตรงไหนเป็นงบประจำ ตรงไหน เป็นงบปฏิรูป แยกกันให้ชัด วัดกันคนสเกล (Scale) ถ้าเป็นอย่างนี้งานปฏิรูปจะมีอิมแพกต์ (Impact) ครับท่านประธาน

เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็จะต้องกลับมาสู่ประเด็นที่ ๓ ที่สำคัญมาก อันนี้เป็น เรื่องใหญ่มาก คำถามก็คือว่าเราพูดถึงปฏิรูป ๆ แล้วเราก็บ่นกันเยอะมาก ผมเรียนถาม ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าปฏิรูปอะไรครับ ในเรื่องนี้จะปฏิรูปอะไร ประเด็น ของมันคืออะไร ถ้าเราทำผิดประเด็นมันก็ไม่ได้แก้ปัญหา เราต้องทำให้มันถูกประเด็น เพราะฉะนั้นคำถามใหญ่ครับท่านรองวิษณุในเรื่องการปฏิรูป เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่าง เรื่องการศึกษา การปฏิรูปเรื่องการศึกษาคำถามก็คือว่าปฏิรูปการศึกษาที่พูดถึงนี่ปฏิรูป อะไร และปฏิรูปที่ไหน ถ้าเราตอบไม่ได้ เราพูดกันเยอะมาก มันไม่เกิดการปฏิรูปหรอก เพราะเราปฏิรูปเรื่องผิด แล้วก็เราปฏิรูปในที่ที่มันผิดด้วยครับท่านประธาน ผมขออนุญาตลงไปในรายละเอียดเลยตามรายงานที่พูดถึงตรงนี้เพื่อเราเห็นภาพจริง ๆ ผมต้องขออนุญาตขอเวลาท่านประธานนะครับ ผมต้องเดินให้ครบลูป (Loop) เพื่อที่ ท่านรองวิษณุจะได้เห็นภาพว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ยากจริง ๆ แต่ต้องทำให้ได้ครับ

ในเรื่องของการศึกษา ผมเอาเรื่องเดียว สำนักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษาของ สพฐ. ได้รายงานอันนี้ว่าท่านจะพัฒนาครู ฟังดูดีนะครับท่านรองครับ ลงไปดูสิครับ ๑. ทำอะไร จัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนาครู ๙ หลักสูตร ฟังดูดี อันที่ ๒ อบรมศึกษานิเทศก์ ๔๕๐ คน ฟังดูดีครับ อันที่ ๓ พัฒนาหลักสูตรวิทยาการคำนวณ สำหรับครู ๕ หลักสูตร ฟังดูดีครับ คำถามคือและอะไรเกิดขึ้นจริงล่ะครับ ทำครบหมด ทุกประการ ๓ เรื่องนี้อะไรเกิดขึ้นจริง ผมขอถามว่าหลักสูตรพัฒนาครูนี้ถ้าเราเอาครู มาอบรมที่เราเรียกภาษาวิชาการว่าเทรนนิง (Training) คือการถ่ายทอดองค์ความรู้ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง เป็นเทรนนิง (Training) ครูมีความรู้ แต่ไม่ได้หมายความว่าครูจะเอาความรู้นั้นไปสอนได้จริงนะครับ ในชั้นเรียนมีปัญหาเยอะมาก ที่เป็นอุปสรรคให้ครูสอนตามที่ได้ฝึกมา ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเป็นผมทำผมจะ ไม่เรียกการฝึกอบรม ผมจะเรียกตรงนี้ว่าเป็นฝึกอบรมและโค้ชชิง (Coaching) เทรนนิง แอนด์ โค้ชชิง (Training and Coaching) นี่คือประเด็นที่จะต้องชัดเจนนะครับ ศึกษานิเทศก์ทำอะไร เราบอกศึกษานิเทศก์ให้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับวิทยาการคำนวณ หรือโค้ดดิง (Coding) พอศึกษานิเทศก์อบรมเสร็จกลับไปทำอะไร ก็ทำเหมือนเดิม ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ตรวจโรงเรียนก็ตรวจแบบเดิม รอถึงอีก ๔ เดือน ก่อนงบประมาณหมดก็รอสำนักวิชาการนี้ส่งงบประมาณไปให้ บอกให้ทำวิจัยเรื่องนี้ ๔ เดือนให้เสร็จ แล้ว ศน. ทุกคนทั้งประเทศก็เลิกทำงานอื่นหมดไปทำเขียนงานวิจัย แบบนี้ล่ะครับ ตกลงศึกษานิเทศก์ของเรานี้ไม่ได้ทำอะไรเลย ศึกษานิเทศก์ที่ดีมี แล้วเขา ก็พยายามจะทำเรื่องเหล่านี้ แล้วผมก็หวังว่างานปฏิรูปของเราจะช่วยศึกษานิเทศก์เหล่านี้ ไม่ได้ช่วยนะครับท่านประธานครับ

ต่อไปพัฒนาครู เราให้ครูรู้สาระเกี่ยวกับวิทยาการการคำนวณคอมพิวติงไซเอินซ์ (Computing Science) ครูรู้สาระ ผมยกประโยชน์การถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ดี คำถาม วิธีการสอนสอนอย่างไรครับ ครูมีความรู้แต่สอนไม่เป็น ท่านประธานครับ วันนี้ปัญหา ประเด็นการศึกษาของประเทศที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องวิธีการสอน ท่านประธานครับ แล้วทำ อย่างไร ไม่มีครับ ในแผนปฏิรูปนี้ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาเกิดขึ้นที่ไหน เกิดขึ้นที่ตัว นักเรียน ท่านประธานครับ ไม่ใช่เกิดที่ครู ไม่ได้เกิดที่ ผอ. ไม่ได้เกิดที่ สพฐ. เกิดที่ตัวนักเรียน ที่ไหนครับ เกิดขึ้นในชั้นเรียนครับท่านประธาน แต่งานปฏิรูปที่รายงานมานี้ไม่มีตัวนักเรียน ออกมาเลย ไม่มีชั้นเรียนให้เราเห็นเลย เราผิดประเด็นหรือเปล่า ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าประเด็นการปฏิรูปในแต่ละเรื่องต้องชัดเจนและ ถูกต้อง การจะทำให้ถูกต้องได้จะต้องเป็นผู้ที่อยู่กับความเป็นจริงในชั้นเรียนนั้น ที่ผมพูด อย่างนี้ได้เพราะผมอยู่ในชั้นเรียนครับท่านประธานครับ วันว่างจากสภาผมลงไปชั้นเรียน ผมไปอยู่กับคนยากคนจนผมจึงรู้ปัญหาของท่านเหล่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ

ท่านประธานครับ ขอประเด็นสุดท้าย ขออนุญาตเกินเวลานิดหนึ่งนะครับ เพื่อจะจบให้เห็นเด่นชัดเจน จากตัวอย่างที่ผมชี้มานี้เวลาพูดถึงการปฏิรูป ท่านรองนายก รัฐมนตรีครับ เราเริ่มจากแผนงาน ของกระทรวงมีกรมหลายกรมที่เกี่ยวข้องระหว่าง กระทรวง อันนี้เราพูดกันระดับแผนงาน ใต้แผนงานเรามีโครงการ ใต้โครงการเรามี กิจกรรม ใต้กิจกรรมเรามีผลลัพธ์ ใต้ผลลัพธ์เรามีผลสำเร็จครับ ตกลงมันมี ๕ ขั้นตอน ท่านประธานครับ จึงจะทำให้ปฏิรูปสำเร็จ กำกับทั้ง ๕ ขั้นให้เดินอย่างถูกต้องตาม ประเด็นที่บอก ด้วยวิธีการที่ถูกต้องจึงจะปฏิรูปสำเร็จครับ และตรงนี้ยากมากครับ ท่านประธาน แต่ต้องทำ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองเมื่อประเด็นเป็นอย่างนี้ ความยุ่งยาก และสลับซับซ้อนเป็นเช่นนี้ ผมอยากขออนุญาตเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพ จริง ๆ ว่าเราจะต้องปรับกันใหม่และปรับกันให้มากกว่านี้ ถ้าไม่อย่างนั้นผมขออนุญาต ถามตัวอย่างว่าผมอยากเห็นรายงานในครั้งต่อ ๆ ไป เช่นท่านรายงานว่าการปฏิรูป การศึกษาเรามีนักเรียนที่ได้รับประโยชน์และมีคุณภาพสูงขึ้นแล้ว ๑๐,๐๐๐ คน ในจังหวัดกระบี่ ในจังหวัดสกลนคร ในจังหวัดจันทบุรี เป็นต้น ท่านประธานครับ ถ้าเป็น อย่างนี้จะเป็นรายงานที่มีคุณค่ามาก ทำไมมีคุณค่าครับ เพราะแสดงว่าโรงเรียนของ กระทรวงศึกษาธิการสอนหนังสือเป็นแล้วครับท่านประธาน ทำให้นักเรียนมีความรู้จริง ทำให้นักเรียนคิดได้จริง ทำให้นักเรียนสามารถจะวิเคราะห์ปัญหาได้จริง และมีความอยากรู้ อยากเห็นจริง อันนี้สิเป็นผลสำเร็จของการศึกษา ถึงแม้จะเกิดขึ้น ๑๐,๐๐๐ คน ไม่เป็นไรครับ แต่เรามั่นใจแล้วว่ากระทรวงศึกษาธิการทำเป็นแล้วเรื่องปฏิรูป การศึกษา ให้เวลากับท่าน ให้งบประมาณกับท่าน ให้คนกับท่าน ท่านจะเพิ่มจาก หมื่นคน เป็นแสนคน เป็นล้านคน ท่านประธานครับ ไม่ใช่พยายามทำทั้งล้านคน อย่างที่พยายามทำอยู่วันนี้ แล้วไม่เกิดอะไรขึ้นเลยครับท่านประธาน นี่คือปัญหาจริง ๆ ของการปฏิรูปประเทศครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับด้วยความเคารพจริง ๆ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าการปฏิรูปยากและผมเห็นใจ คนทำทุกคน และผมรู้ว่าท่านแก้ไม่ได้หมดหรอก แต่ผมคิดว่าต้องสู้นะครับ เพราะถ้า ไม่อย่างนั้นแล้วประเทศของเราเปลี่ยนไม่ได้ แล้ววันนี้ไม่ต้องพูดว่าคุณภาพของคน ของเราตกไปแค่ไหน และเกิดปัญหาในบ้านเมืองของเรามากมาย และที่สำคัญก็คือ การไม่มีคุณภาพทางการศึกษามันนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศ คือความยากจนครับท่านประธานครับ ถ้าคนไทยของเรามีความรู้และฉลาด เขาไม่จนหรอก แต่วันนี้เขาพลาดโอกาสอันนั้นไป และเราก็มีความหวังว่าแผนการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น ผมนี่หวังเต็มร้อยเลยนะครับ แล้วก็ไม่เคยคิดเลยว่ามีอคติ อยากให้ทำสำเร็จ เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับ ขอเสนอท่านรัฐมนตรี